โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCL รุกตลาดพรีเมียม ชี้รถยุโรปมาร์จิ้นสูง

ทันหุ้น

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#SCL #ทันหุ้น – SCL ขยายพอร์ตอะไหล่รถยนต์รับตลาดกว่า 1.2 แสนล้านบาท ฟากบอสใหญ่ “สกล ตั้งก่อสกุล” สั่งลุยตลาดแบตเตอรี อะไหล่รถยุโรปมาร์จิ้นสูง หลังคว้าสิทธิ์จำหน่าย BMW-MINI เสริมพอร์ต ปักธงรายได้ปีนี้โต 10%

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เอส.ซี.แอล. มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายอะไหล่รถยนต์แบบครบวงจร ครอบคลุมค่ายรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งด้านรายได้และกำไร โดยมีรายได้ 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.23% และมีกำไรสุทธิ 19.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น44.84%

ขณะที่ทั้งปี 2569 มั่นใจว่าผลประกอบการจะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายใต้แผน JUMP+

บริษัทมองว่าธุรกิจอะไหล่รถยนต์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากประเทศไทยมีฐานรถยนต์ใช้งานกว่า 22 ล้านคัน ซึ่งล้วนมีความต้องการเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ประเมินว่าตลาดอะไหล่รถยนต์มีมูลค่าราว 120,000 ล้านบาท จึงเชื่อว่าบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของตลาด

@ครึ่งหลังโตต่อ

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่พอร์ตสินค้า รวมถึงการพัฒนาสินค้าร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเมื่อรถเข้าสู่ระยะเวลาบำรุงรักษาและเปลี่ยนอะไหล่ ก็จะเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัท

ปัจจุบัน SCL มีสินค้าภายในพอร์ตกว่า 200,000 SKU และในช่วงหลังได้ขยายไลน์สินค้าไปยังกลุ่มเคมีภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่น และแบตเตอรีรถยนต์มากขึ้น โดยในปีนี้บริษัทได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอะไหล่ BMW, MINI อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้พอร์ตสินค้ามีความหลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายตลาดจากเดิมที่เน้นอะไหล่รถยนต์ญี่ปุ่นและจีน สู่กลุ่มรถยนต์ยุโรปมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ที่ดีกว่า ซึ่งจะช่วยผลักดันทั้งยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้เติบโตต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผน JUMP+

@รุกตลาดแบตเตอรี

ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทเตรียมรุกตลาดแบตเตอรีรถยนต์อย่างจริงจัง หลังจากสามารถเพิ่มแบรนด์ใหม่ได้มากกว่าที่วางแผนไว้ 2-3 แบรนด์ ส่งผลให้มีโอกาสสร้างการเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายเดิม

นายสกล กล่าวว่า ตลาดแบตเตอรีรถยนต์ในประเทศไทยยังมีขนาดใหญ่ โดยบริษัทจะมุ่งเจาะกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่มีอัตรากำไรสูง รองรับทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์จีน และรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างการเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทไม่ได้กังวลต่อการทำตลาดแบรนด์ใหม่ เนื่องจากมีเครือข่ายร้านจำหน่ายอะไหล่และศูนย์บริการ Fast Fit ทั่วประเทศเป็นฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภค

ส่วนต้นทุนการดำเนินงาน แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...