โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อความกดดันตัวเองว่าต้องคิด ‘งาน’ ให้ออก แต่ยิ่งคิดกลับคิดไม่ออก ทำให้ ‘Daniel Roseberry’ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Schiaparelli ได้ไอเดียจากการปล่อยใจดำดิ่งสู่ห้วงความว่างเปล่าราวกับจมอยู่ใต้ ทะเลจนเกิดเป็น Haute Couture ในชื่อ “เสียงเรียกแห่งความว่างเปล่า”

Mirror Thailand

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

หลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ ‘Schiaparelli’ ในฤดูกาลก่อน ‘Daniel Roseberry’ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์กลับพบว่าความสำเร็จนั้นกลายเป็นแรงกดดันเสียเอง เมื่อสูตรเดิมที่เคยใช้กลับไม่สามารถพาไปถึงคอลเลกชันใหม่ได้ เพราะการที่เขาลงทุนไปเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจถึงเมืองบาร์เซโลนา เพื่อชมผลงานสถาปัตยกรรมของเกาดี (Antoni Gaudí)

ความน่าสนใจคือ เขาเขียนบอกเป็นขั้นตอนแต่ละสเต็ป สารภาพว่าวิธีการหาแรงบันดาลของเขาไม่ได้ผล

“ขั้นแรก: ออกไปเที่ยวหาแรงบันดาลใจ

ขั้นที่สอง: เยี่ยมชมสปัตยกรรมในตำนาน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหนือจริง (สำหรับซีซั่นนี้ผมไปบาเซโลน่าเพื่อไปดูงานของเกาดี

ขั้นที่สาม: กลับมาด้วยแรงบันดาลใจแล้วลุยงานได้เลย

แต่มันกลับไม่ได้ผล“

ภายใต้ความตึงเครียดระหว่างการทำงานจนถึงการเริ่มปล่อยวางจากความกดดันในการทำคอลเล็กชันโอตกูตูร์ ดันกลายเป็นความรู้สึกใกล้ตัวที่เป็น ‘แกนหลัก’ ของคอลเลกชันทั้งฤดูกาลนี้ โดย Roseberry หยิบแนวคิด l’appel du vide หรือสำนวนภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “เสียงเรียกแห่งความว่างเปล่า” (The Call of the Void) มาใช้อธิบายทั้งความเสี่ยงและความตื่นเต้นของการสร้างสรรค์โดยไม่มีความแน่นอนเป็นเครื่องนำทาง

“มีเพียงตอนที่ผมยอมปล่อยตัวเองให้ดำดิ่งสู่ความว่างเปล่าเท่านั้น ผมจึงเริ่มสนุกกับการสร้างสรรค์คอลเลกชันนี้อย่างแท้จริง ระหว่างที่ยังค้นหาคำตอบ ผมนึกถึงบทกวีของ Rainer Maria Rilke ที่เขียนขึ้นในปี 1922 เรื่อง You, Darkness ซึ่งว่าด้วยความลึกลับ ศรัทธา และสิ่งที่ไม่อาจหยั่งรู้ บทกวีนั้นทำให้ผมตระหนักว่า แม้เรามักพูดกันว่ากูตูร์คือศาสตร์ที่ต้องฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ แต่แท้จริงแล้ว เราแทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ‘ความเชี่ยวชาญ’ ที่แท้จริงนั้นหมายถึงอะไร เอาล่ะ…จับมือผมไว้ แล้วกระโดดลงไปด้วยกัน สู่ความรื่นรมย์ที่ซ่อนอยู่ภายในห้วงเหวลึก” Daniel Roseberry ระบุในอินสตาแกรมของแบรนด์

ในห้วงเหวลึกดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลลึก สัตว์มหัศจรรย์อย่างปลาหมึกและแมงกะพรุนเรืองแสง ได้กลายเป็นตัวละครหลักในรันเวย์ ทั้งสองเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดด้วยการปรับตัว เปลี่ยนรูปร่าง และเคลื่อนไหวอย่างอิสระ จึงเปรียบได้กับผู้หญิง Schiaparelli ที่แข็งแกร่ง ลึกลับ และไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลงตัวเอง

แสงไฟที่โกลว์จากช่วงอก กับวัสดุโมเดิร์นอย่างลาเท็กซ์ ซิลิโคน ซึ่งเป็น (วัสดุ) อะไรใหม่ๆ ในห้องเสื้อกูตูร์แห่งนี้ ความโดดเด่นของคอร์เซ็ตซิลิโคนเหล่านี้ไม่ได้หล่อจากร่างของมนุษย์ หากแต่ถูกปั้นขึ้นใหม่ด้วยมือของศิลปินหญิง ก่อนนำไปหล่อเป็นซิลิโคน จนกลายเป็นเรือนร่างในอุดมคติที่เกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่การลอกเลียนความจริง

หนึ่งในนั้นคือเดรสสีคอร์นฟลาวเวอร์บลู จับคู่กับกระโปรงไล่เฉดประดับดอกไม้ที่ Karlie Kloss สวมบนรันเวย์ และอีกลุคคือเดรสสีขาวกับกระโปรงไล่เฉดประดับพู่ไข่มุก ซึ่ง Alex Consani สวมเดินโชว์ ก่อนจะปรากฏบนตัว Zendaya ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ณ รอบพรีเมียร์ภาพยนตร์ The Odyssey ที่ลอนดอน

“เราคิดว่าในคอลเลกชันนี้เราจะเน้น ทรวดทรง ที่ลวงตา และเท็กซ์เจอร์ แทนที่จะใช้ผ้าซาติน หรือซาตินยืดได้ เราเลือกใช้ซิลิโคน กับคอร์เซ็ตทรวงอกผู้หญิงที่หล่อมาจากการปั้นดินจากมืออาร์ทิสต์หญิง เราออกแบบให้ช่วงแกนกลางของลำตัวเป็นหน้าท้องเทพโพรมีธีอุสในเวอร์ชันมนุษย์” Roseberry กล่าว

คอลเลกชันนี้ยังเต็มไปด้วยเดรสที่สร้างสรรค์จากดอกไม้จริง ดอกไม้ที่ถักจากถุงน่อง และดอกไม้จากริบบิ้น รวมถึงชุดที่ประกอบขึ้นจากโครงคริโนลีน (สุ่มไก่ยุควิคตอเรียน) ทรงท่อซึ่งถูกปั้นเป็นประติมากรรมแต่กลับดูเบาราวไร้น้ำหนัก ขณะที่เสื้อท่อนบนลาเท็กซ์สีดำซึ่งแตกแขนงเป็นหนวดคล้ายปลาหมึก ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์สยองขวัญ แต่กลับงดงามอย่างน่าประหลาดใจ

นอกจากนี้ หากสังเกตให้ดี ยังมีหน้ากาก Ghostface จากภาพยนตร์ Scream ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางชั้นผ้าเดรปของเสื้อผ้าบางลุค ราวกับเป็นอีสเตอร์เอ็กที่ Daniel Roseberry แอบทิ้งไว้ให้ผู้ชมค้นหาเอง

อ้างอิง

https://fashionweekdaily.com/schiaparelli-daniel-roseberry-couture-fall-2026/

https://schiaparelli.com/en

https://www.instagram.com/schiaparelli/

บทความต้นฉบับได้ที่ : เมื่อความกดดันตัวเองว่าต้องคิด ‘งาน’ ให้ออก แต่ยิ่งคิดกลับคิดไม่ออก ทำให้ ‘Daniel Roseberry’ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Schiaparelli ได้ไอเดียจากการปล่อยใจดำดิ่งสู่ห้วงความว่างเปล่าราวกับจมอยู่ใต้ ทะเลจนเกิดเป็น Haute Couture ในชื่อ “เสียงเรียกแห่งความว่างเปล่า”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...