ป.ป.ช. ฟันคดีพิเศษ โกงสอบท้องถิ่นปี 68 ตั้งกรรมการสอบ ‘อธิบดี สถ.-พวก’
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีพฤติการณ์แก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน
จากการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงและมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันฯ ดังกล่าว โดยมีพฤติการณ์ทุจริตแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ช. เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้
นอกจากนี้ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ อยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง เข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางในการพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษในวันนี้
ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 ในการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย:
ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสอบและการประกาศผลสอบ
กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ
บุคคลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในทุกขั้นตอน
ในการดำเนินการไต่สวนคดีพิเศษที่มีความสำคัญและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากในครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอรับการสนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงาน เข้ามาร่วมทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วและรอบคอบต่อไป