YLG ชี้ทองพักตัวเพื่อขึ้นต่อ จับตาแนวรับ $4,100-4,042
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,117 – 4,168 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 65,200 บาทต่อบาททองคำ ราคาลดลง 250 บาท จากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 65,450 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำในวันที่ 7 ก.ค. 2026 อยู่บริเวณ 4,135 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนภาวะพักฐานระยะสั้นหลังการปรับขึ้นแรงติดต่อกันในสัปดาห์ก่อนหน้า แรงหนุนสำคัญที่ผลักดันราคาทองในช่วงนี้มาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน ที่เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 115,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาดนี้ช่วยลดแรงกดดันด้านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ลง เมื่อโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นลดน้อยลง ต้นทุนค่าเสียโอกาส (opportunity cost) ของการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยก็ลดลงตามไปด้วย จึงเป็นบวกต่อราคาทอง ทั้งนี้ เครื่องมือ FedWatch ของ CME ล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 25% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ อัตราการว่างงานเดือนมิถุนายนกลับลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.3% เล็กน้อย สะท้อนภาพตลาดแรงงานที่ยังไม่อ่อนแอเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ทำให้ทิศทางนโยบายการเงินยังมีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งค่าจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในช่วงเช้าวันนี้ ได้กลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาทองในตลาดเอเชีย และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาย่อตัวลงจากระดับปิดของ COMEX
ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซนอกชายฝั่งโอมาน ได้กลับมาเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา โดยกลไกส่งผ่านที่มีนัยต่อราคาทองคำในกรณีนี้คือ ความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน เมื่อเส้นทางขนส่งน้ำมันยุทธศาสตร์แห่งนี้เผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคง ราคาน้ำมันดิบจึงปรับตัวขึ้น (WTI +0.79% สู่ 68.90 ดอลลาร์ และ Brent +1.09% สู่ 72.37 ดอลลาร์) ซึ่งการปรับขึ้นของราคาพลังงานย่อมสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อ และเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่เฟดจะคงหรือปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นลบต่อราคาทองผ่านช่องทางต้นทุนค่าเสียโอกาส เหตุการณ์นี้จึงกดดันราคาทองในทางอ้อม แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเดินเรือตามปกติหลังการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ปริมาณขนส่งยังต่ำกว่าระดับก่อนความขัดแย้ง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ รายงานการประชุมเฟด (FOMC Meeting Minutes) ประจำเดือนมิถุนายน ที่จะเผยแพร่ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่
- หลังจากราคาหลุด $4,155 ทำให้ประเมินว่าราคาเข้าสู่ช่วงการพักตัวสะสมกำลัง อย่างไรก็ดี หากการพักตัวยังไม่หลุด $3,942
- กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ $4,100-4,042 (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด $3,942)
- ขายกำไรหากราคาไม่ผ่าน $4,200 หากผ่าน $4,200 ได้ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป