โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านลอบผลิตโดรน ซุ่มฟื้นคลังแสงเร็วเกินคาด! จีน-รัสเซียช่วยซ่อม?

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
อิหร่านซุ่มฟื้นฟูคลังแสงเร็วกว่าคาด! ข่าวกรองสหรัฐฯ แฉ ลอบผลิต “โดรนพิฆาต” คืนชีพศักยภาพทหารช่วงหยุดยิง ข้อมูลชี้จีน-รัสเซียอาจช่วยหนุน

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลลับว่า อิหร่านได้ลอบกลับมาเดินสายพานการผลิตโดรนโจมตีบางส่วนอีกครั้งแล้ว ในช่วงข้อตกลงหยุดยิงนาน 6 สัปดาห์ที่เปิดฉากขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือสัญญาณเตือนภัยเด่นชัดว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังเร่งฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารที่เคยเพลี่ยงพล้ำจากการระดมโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลภายในชี้ชัดว่า กองทัพอิหร่านกำลังจัดกระบวนทัพและกู้ศักยภาพกลับคืนมาได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรกอย่างมาก

การเร่งซ่อมแซมและสร้างขีดความสามารถทางทหารขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทดแทนที่ตั้งขีปนาวุธ แท่นยิง รวมถึงกำลังการผลิตอาวุธยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ ที่พังทลายไปในศึกครั้งนี้ หมายความว่าอิหร่านยังคงเป็นภัยคุกคามต่อพันธมิตรในภูมิภาค หากทรัมป์คิดเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง

ฟื้นคลังโดรนได้ 100%

แม้ระยะเวลาการฟื้นสายผลิตชิ้นส่วนอาวุธแต่ละชนิดจะต่างกันออกไป แต่แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเผยกับ CNN ว่า ข้อมูลกรองบางส่วนระบุว่า อิหร่านอาจกู้คืนขีดความสามารถในการโจมตีด้วยฝูงโดรนรบกลับมาได้แบบ 100% เต็ม ภายในเวลาอย่างเร็วที่สุดเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า “อิหร่านทลายทุกกรอบเวลาที่ประชาคมข่าวกรองเคยคาดการณ์ไว้ในเรื่องการฟื้นฟูศักยภาพ"

มหันตภัยจากฝูงโดรนโจมตีเป็นสิ่งที่พันธมิตรในภูมิภาคหวาดหวั่นที่สุด เพราะหากสิ้นสุดสัญญาณหยุดยิงและสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง อิหร่านก็พร้อมจะทดแทนขีดความสามารถด้านขีปนาวุธที่ยังเสียหายหนัก ด้วยการระดมปล่อยโดรนโจมตีในปริมาณมหาศาลแทน เพื่อถล่มเป้าหมายในอิสราเอลและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งล้วนแต่ตั้งอยู่ในระยะทำการของอาวุธทั้งสองชนิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาขู่ซ้ำ ๆ ว่าจะเปิดฉากถล่มอิหร่านอีกรอบหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ โดยเขาเพิ่งประกาศต่อสาธารณะเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ตนเคยเกือบจะสั่งเดินหน้าทิ้งระเบิดอีกครั้งชนิดที่ห่างแค่เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ทำให้เห็นว่าขีดความสามารถทางทหารที่อิหร่านกำลังซุ่มประกอบขึ้นมาใหม่นี้ พร้อมจะถูกนำมาใช้ในสนามรบจริงได้ทุกเมื่อ

จีน-รัสเซียช่วยซ่อม?

รายงานระบุว่า ตัวแปรสำคัญที่ทำให้อิหร่านฟื้นตัวได้เร็วกว่ากำหนด มาจากแรงหนุนลึกลับทั้งจากรัสเซียและจีน ประกอบกับความจริงที่ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงฝังลึกให้แก่อิหร่านได้มากเท่าที่คาดหวังไว้

แหล่งข่าวสายข่าวกรองเปิดเผยกับ CNN ว่า จีนยังคงส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญที่สามารถนำไปดัดแปลงสร้างขีปนาวุธให้อิหร่านอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงความขัดแย้ง แม้ว่าการส่งกำลังบำรุงดังกล่าวจะถูกสกัดกั้นไปบ้างจากการปิดล้อมทางทะเลและอากาศ โดยกองทัพสหรัฐฯ ก็ตาม

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CBS เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยอมรับว่าจีนกำลังป้อน "ชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตขีปนาวุธ" ให้แก่อิหร่านจริง แต่ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดลึกไปกว่านั้น

ด้านนายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ออกมาแถลงข่าวโต้กลับทันควัน โดยปฏิเสธข้อครหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง พร้อมตราหน้าว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ "ไร้ซึ่งมูลความจริง"

อย่างไรก็ตาม ผลประเมินล่าสุดจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ยืนยันว่า ปัจจุบันอิหร่านยังคงรักษาเขี้ยวเล็บทั้งขีปนาวุธทิ้งตัว ศักยภาพการโจมตีด้วยโดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง แม้จะโดนถล่มอย่างหนักหน่วง สิ่งนี้สะท้อนว่าการเร่งสปีดกู้กำลังการผลิตทางทหารของรัฐบาลเตหะรานในเวลานี้ ไม่ได้เป็นการนับหนึ่งใหม่จากศูนย์เลยเสียทีเดียว

สหรัฐฯ โต้ข่าว ย้ำ ‘กองทัพอเมริกา’ ยังคงแข็งแกร่งที่สุด

ฌอน พาร์เนลล์ หัวหน้าโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ร่อนแถลงการณ์ถึง CNN โดยเน้นย้ำความมั่นใจว่า "กองทัพอเมริกาทรงอานุภาพที่สุดในโลก และมีสรรพกำลังทุกอย่างพร้อมสรรพเพื่อปฏิบัติภารกิจ ณ เวลาและสถานที่ใดก็ได้ตามที่ประธานาธิบดีจะสั่งการ"

พาร์เนลล์ ระบุเสริมว่า "เราได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในหลายปฏิบัติการทั่วทุกกองบัญชาการรบ พร้อมทั้งย้ำให้มั่นใจว่า กองทัพสหรัฐฯ มีคลังอาวุธและขีดความสามารถที่ลึกล้ำในการปกป้องประชาชนรวมถึงผลประโยชน์ของเรา"

ขณะที่พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ประกาศว่า "ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ได้บดขยี้ขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนของอิหร่าน พร้อมทั้งทำลายราบฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของพวกมันไปถึง 90% เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถฟื้นฟูศักยภาพได้อีกเป็นเวลาหลายปี"

แต่คำให้การอย่างมั่นใจของเขา กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับการประเมินลึกจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่เอ็กซ์เรย์ความสามารถและกรอบเวลาในการฟื้นตัวจริงของอิหร่าน โดยแหล่งข่าว 2 รายย้ำกับ CNN ว่า ข้อมูลลับในสนามรบจริงนั้น "ขัดแย้งและไม่ตรงกัน" กับภาพที่ผู้บัญชาการ CENTCOM นำเสนอต่อสภาอย่างสิ้นเชิง

ความจริงในสมรภูมิอิหร่าน เมื่อการทำลายยังล้างไม่สิ้น

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน CNN เคยรายงานข้อมูลข่าวกรองว่า แท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านราว ๆ ครึ่งหนึ่งรอดพ้นจากการถูกทำลายมาได้ ทว่ารายงานล่าสุดได้ขยับตัวเลขประเมินขึ้นเป็น "2 ใน 3" แล้ว โดยแหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นเปิดโอกาสทองให้อิหร่านมีเวลาเหลือเฟือในการส่งกำลังพลไปขุดกู้เอาแท่นยิงที่อาจแค่ถูกดินกลบหรือฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากการโจมตีก่อนหน้านี้ขึ้นมาใช้งานใหม่

ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดของหน่วยข่าวกรองนี้ อาจนับรวมไปถึงแท่นยิงขีปนาวุธที่กองทัพสหรัฐฯ ยังเข้าไม่ถึงในปัจจุบัน เช่น บังเกอร์ฐานยิงใต้ดินที่ถูกโจมตีจนปิดตายแต่โครงสร้างภายในยังไม่ได้ถูกทำลายล้าง

นอกจากนี้ แหล่งข่าว 2 รายเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองก่อนหน้านี้ว่า คลังแสงโดรนของอิหร่านยังคงมีของเหลืออยู่อีกหลายพันลำ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของขีดความสามารถด้านโดรนทั้งหมดก่อนเกิดสงคราม

ขณะเดียวกัน ข้อมูลยังชี้ว่า ขีปนาวุธร่อนป้องกันชายฝั่งส่วนใหญ่ของอิหร่านยังคงอยู่รอดปลอดภัยในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาฝั่งสหรัฐฯ ไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีทางอากาศไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารบริเวณชายฝั่งมากนัก โดยเลือกพุ่งเป้าไปที่การทำลายเรือรบแทน ซึ่งขีปนาวุธชายฝั่งเหล่านี้ถือเป็นไพ่ตายสำคัญที่ทำให้อิหร่านยังคงกุมอำนาจในการข่มขู่และปิดกั้นเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของโลกได้

เมื่อประมวลภาพรวมทั้งหมด รายงานข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า สงครามครั้งนี้ทำได้เพียงแค่ลดทอนประสิทธิภาพกองทัพอิหร่านลง แต่ยังห่างไกลคำว่าพังทลาย และชาวอิหร่านได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขามีศักยภาพสูงในการจำกัดบาดแผลระยะยาวของสงคราม ด้วยการฟื้นตัวและประกอบสร้างอาวุธขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วทันทีที่เสียงระเบิดสงบลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...