โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา ‘ใครได้-ใครชวด’ นิรโทษกรรมล้างคดีการเมือง 20 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.11 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ส่องเส้นทางผลักดันการออกกฎหมายนิรโทษกรรม จากสภาผู้แทนราษฎร สู่ชั้นวุฒิสภา ล้างไพ่คดีการเมือง 20 ปี จับตาสุดท้ายใครจะได้ไปต่อ?

หนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญในการเมืองไทย อย่างความพยายามคลอด กฎหมายนิรโทษกรรม เดินหน้าใกล้ถึงเส้นชัยเข้าไปทุกที โดยหลังจาก สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 มีมติให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 ได้ไม้ส่งต่อเข้าสู่การพิจารณาของ วุฒิสภา ซึ่งลงมติรับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 โดยแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. แต่เมื่อเกิดการประกาศยุบสภาในเดือน ธ.ค. 2568 ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องตกไปด้วย

ต่อมา คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน 2” ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ต่อจากขั้นตอนเดิม และที่ประชุมร่วมของรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปได้ ทำให้ กมธ.วิสามัญชุดนี้เดินหน้าต่อในการศึกษาและปรับปรุงเนื้อหาของร่างฯ เป็นเวลา 60 วัน จนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ที่มีบทบัญญัติ 13 มาตรา

ขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาจะส่งร่างฯ กลับไปขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสิ่งที่ สว. ปรับแก้ไขในร่างฉบับที่มาจากสภาล่าง ซึ่งหากมีมติเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่การนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยในการตราเป็นกฎหมาย และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

@ หลักการพื้นฐานของร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ

คือ การกำหนดให้ผู้กระทำความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548-16 ก.ค. 2568 พ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มี คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข จำนวน 9 คน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิด สำหรับผู้ที่กระทำความผิดที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง

1) ประธานกรรมการ คือ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย

2) รองประธานกรรมการ คือ รมว.ยุติธรรม

3) กรรมการโดยตำแหน่ง 2 คน คือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคส่วนต่างๆ (5 คน) คือ

  • ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากวิปรัฐบาล) 1 คน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายค้าน) 1 คน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) 1 คน
  • ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรภาคประชาสังคม (เสนอชื่อโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร) 1 คน
  • ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1 คน (ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ)

@ ประเด็นที่แก้ไขในชั้นวุฒิสภา

  • แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 11 โดยกำหนดให้ไม่สามารถยุติคดีหรือใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา กับผู้ที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ในทุกกรณี แม้ผู้กระทำความผิดจะเป็นเด็กหรือเยาวชน
    • เพิ่มเติมหลักการไม่นิรโทษกรรมในคดีที่มีเหตุจากการกระทำความผิดในลักษณะของการฮั้วเลือก สว.
    • เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข สามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลได้ เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของรัฐ รวมทั้งระบุเพิ่มเติมให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ซึ่งได้กระทำโดยสุจริตได้รับความคุ้มครอง
    • ขยายฐานความผิด จากเดิมที่ระบุ 12 ฐานความผิดในร่างแรก เพิ่มเป็น 42 ฐานความผิด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้จริง

@ บัญชีแนบท้าย ของร่าง พ.ร.บ.นี้ ระบุความผิดตามศักดิ์ของกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 29 ฉบับ ครอบคลุม 42 ฐานความผิด

อาทิ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 (2) หรือ (3) มาตรา 135/2 และมาตรา 135/3, ความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, ความผิดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551, ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493

@ ข้อยกเว้นการนิรโทษกรรมทางกฎหมาย

ร่างกฎหมายระบุข้อยกเว้นว่าจะไม่มีผลนิรโทษกรรมให้แก่การกระทำความผิดดังนี้

  • การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์)
    [* **การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา** **110** \(ความผิดฐานประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์\) , * **การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ**  , * **การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย** หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตาม **ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา** **297** ]

กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้

1.กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) : แกนนำและผู้ร่วมชุมนุมในคดีปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง คดีดาวกระจาย และการชุมนุมระหว่าง ปี 2549-2551 จะได้รับประโยชน์ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้เกิด การนิรโทษกรรมทางแพ่งครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ไทย ยุติการบังคับคดีแพ่งที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย กว่า 1,000 ล้านบาท

2.กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) : แกนนำและผู้ร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลและการปฏิบัติต่างๆ ในช่วง ปี 2556-2557 จะได้รับการล้างความผิดในข้อหาฉกรรจ์ รวมถึงข้อหาก่อการร้าย บุกรุกสถานที่ราชการ และข้อหากบฏซึ่งเดิมมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

3.แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) : แกนนำและผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ทางการเมือง ระหว่าง ปี 2550-2553 ได้รับนิรโทษกรรมในส่วนของคดีฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และการชุมนุมสาธารณะทั่วไป **แต่กรณีของผู้เกี่ยวข้องในความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ยังต้องรับโทษตามกฎหมายต่อไป

4.ขบวนการนักศึกษาและประชาชนฝ่ายต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่าง ปี2557-2561

5.กลุ่มราษฎร / คณะราษฎร 2563 และเยาวชนปลดแอก (คดีทั่วไป) : นักกิจกรรมและผู้ร่วมเคลื่อนไหวในช่วงปี 2563-2565 จะได้รับการจำหน่ายคดีความผิดลหุโทษ คดีกีดขวางการจราจร และคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกจากระบบยุติธรรมทั้งหมด

@ กลุ่มข้อยกเว้นที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม

1.ผู้ต้องหาและผู้ต้องขังคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 110

2.กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

3.ผู้ถูกดำเนินคดีความผิดร้ายแรงต่อชีวิตและร่างกาย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามปกติ

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กฎหมายนิรโทษกรรมการเมืองฉบับนี้จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ เพราะไม่ได้แค่การลุ้นผลสภาผู้แทนฯ จะลงมติตอบรับร่างฯ ที่ สว. ได้ปรับแก้ไข หรือไม่ แต่อาจจะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จากกรณีไม่ล้างความผิดให้ผู้ต้องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือจะมีปัจจัยทางการเมืองอื่นใดในอนาคตเข้าแทรกให้ส่อแท้งอีกครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...