‘ปรเมศวร์’ เฉือนชนะพรรคส้ม ได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยาสมัยที่ 2 ชูแก้ปัญหาน้ำท่วม-หนุนท่องเที่ยวระดับโลก
วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) ผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาปรากฏว่า ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ จากกลุ่มเรารักพัทยา อดีตนายกเมืองพัทยา สามารถเอาชนะ อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จากพรรคประชาชนไปได้ โดยปรเมศวร์ได้รับการสนับสนุนจาก ‘บ้านใหญ่’ ตระกูลคุณปลื้ม ขณะที่อิทธิวัฒน์อยู่ภายใต้การรวมตัวกันของพรรคประชาชนและบ้านใหญ่นาเกลือ
ภายหลังจากการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาเสร็จสิ้นลง ปรเมศวร์แถลงข่าวขอบคุณประชาชนชาวพัทยา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนกลับเข้ามารับตำแหน่ง ‘นายกเมืองพัทยา’ อีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับกลุ่ม ‘เรารักพัทยา’ จนทำให้ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาทำงาน ทั้งในส่วนของคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ครบทั้ง 4 เขต
ปรเมศวร์ระบุว่า มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาสานต่องานที่ได้ริเริ่มไว้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การผลักดันให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล ซึ่งมีหลายโครงการที่ทำสำเร็จไปแล้ว และอีกหลายโครงการที่กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนโยบายและโครงการสำคัญที่จะเร่งดำเนินการต่อ ได้แก่
1. การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ ภายใน 4 ปีนี้ จะเดินหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีแล้ว (ส่วนกลางสนับสนุน 90% และเมืองพัทยาสมทบ 10%) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเดิม 60-70 ลูกบาศก์เมตร เป็น 120-130 ลูกบาศก์เมตร
2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งรัดการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอลขนาด 2 หมื่นที่นั่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 7-8 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจัดกิจกรรมระดับชาติ
3. การยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้าโครงการดูแลผู้ป่วยติดเตียง บริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และบริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาลฟรีสำหรับผู้ด้อยโอกาส
4. ด้านการศึกษา เตรียมขยายการรองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้มากขึ้น และจัดมหกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพอย่างต่อเนื่อง
5. การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ ‘พัทยามาได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย ปลอดภัยทุกคน’ ผลักดันการเป็นเมืองแห่งเทศกาล (Festival City) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโลว์ซีซัน โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับภาคเอกชนให้เข้ามาจัดกิจกรรมในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างจุดขายใหม่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องใช้งบประมาณของเมือง นอกจากนี้จะขยายระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมทั่วเมือง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย
ปรเมศวร์ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มหน่วยงานใดๆ เพื่อรวมพลังกันพัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน ทั้งสำหรับชาวพัทยาและคนไทยทั้งประเทศ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนที่ร่วมแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และเมื่อประชาชนตัดสินใจแล้ว ก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนเดินหน้าทำงานให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม