โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ยังเนืองแน่น คุณยายวัย 80 บินข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไทยเข้ากราบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 มิถุนายน 2569 เวลา 21.44 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สักการะพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" วันที่สองเนืองแน่น คุณยายวัย 80 ในสหรัฐฯ บินกลับไทยเข้ากราบ ตื้นตันพระกรุณาธิคุณ ครูชาวสมุทรปราการสุดอาลัย ตั้งใจนำพระกรณียกิจถ่ายทอดลูกศิษย์ สนว.แจ้งยอดประชาชนวันแรก 3,450 คน

28 มิ.ย.2569 - ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทุกวัน เวลา 08.00 น. - 21.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30 – 16.00 น. และช่วงที่ 3 เวลา 20.00 – 21.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นวันที่สอง บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าของการเปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพ ประชาชนจำนวนมากจากทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์สีดำเดินทางมาคนเดียว มาเป็นครอบครัว และมาเป็นหมู่คณะ เพื่อรอเข้ากราบด้วยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โดยประชาชนผ่านจุดคัดกรองและลงทะเบียนจัดลำดับที่โถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน ผู้ที่เข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา จะได้รับสติกเกอร์รูปหัวใจสีดำเป็นสัญลักษณ์ผ่านการคัดกรอง ต่างกับผู้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะได้รับสติกเกอร์รูปโบว์สีดำ

จากนั้นเดินทางเข้าประตูมณีนพรัตน์ และเดินตามเส้นทางที่สำนักพระราชวังกำหนด โดยผู้ที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะเลี้ยวซ้ายผ่านประตูพรหมโสภา และพักคอยใต้โถงพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร เพื่อรอลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อขึ้นถวายสักการะพระศพเบื้องหน้าพระโกศตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเสร็จแล้ว เดินลงจากพระที่นั่งพิมานรัตยา และออกประตูอนงคลีลา

โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเชิญภาพพระโกศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาและภาพพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มอบให้ประชาชนเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางออกประตูอุดมสุดารักษ์

น.ส.เสาวลักษณ์ ทองใบ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ อายุ 50 ปี กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า รู้สึกเศร้าสะเทือนใจเมื่อทราบข่าวสิ้นพระชนม์ ผ่านมา 17 วัน ยังทำใจไม่ได้ คนไทยสูญเสียสมเด็จพระพันปี สนามหลวงกำลังสร้างพระเมรุมาศ แล้วมาสูญเสียพระองค์ภา เมื่อทราบเปิดให้เข้ากราบพระศพ เช้าวันนี้ตนเองเดินทางออกจากบ้านพักในตัวเมืองสมุทรปราการด้วยรถยนต์ส่วนตัว พร้อมกับแม่ อายุ 83 ปี ซึ่งต้องใช้วีลแชร์ และหลานชายวัย 13 ปี มาถึงจุดคัดกรองสนามหลวง ได้รับประทานอาหารพระราชทานอิ่มท้อง รอคิวเข้ากราบในอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน ตั้งใจจะมากราบพระศพหน้าพระโกศเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา พระองค์ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชน ไม่เว้นแม่แต่ผู้ต้องขัง ทรงศึกษาจบด้านกฎหมาย ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือพสกนิกรที่เดือดร้อน ทุกคนรักและเสียดายที่ทรงจากไปเร็ว พระองค์เป็นกำลังสำคัญให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวช่วยพัฒนาประเทศชาติ ถ้ามีโอกาสจะมากราบพระศพอีกแน่นอน ตนเองมีอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ ในห้องเรียนจะสอดแทรกเรื่องพระกรณียกิจพระองค์ภาเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กรุ่นใหม่สนใจสื่อออนไลน์มาก ต้องสอดแทรก ไม่ยัดเยียด บ่มเพาะความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นางกนกกาญจน คงเจริญ อายุ 80 ปี อาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางมาพร้อมหลานชาย เพื่อถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กล่าวว่า ตนเองเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา หลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ตลอดระยะเวลาที่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประทับรักษาพระอาการประชวรเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความห่วงใย ทั้งยังมีญาติปฏิบัติงานอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คอยแจ้งข่าวคราวเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างต่อเนื่อง ตนเองมีความผูกพันและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยร่วมถวายเงินสมทบแก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยตลอดมา เพราะเป็นโครงการที่ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อบำบัดทุกข์และช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนอย่างแท้จริง เกิดความเลื่อมใสและศรัทธาในพระกรณียกิจของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง

" ตั้งแต่ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ ในวัย 80 ปี จะมีวันที่ต้องมาสักการะพระศพของพระองค์ เคยตั้งใจไว้หากพระอาการประชวรทรงดีขึ้นจะถวายเงินสนับสนุนพระกรณียกิจของพระองค์อีกครั้ง แต่วันนี้คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว ตั้งใจเดินทางกลับจากสหรัฐมาถวายสักการะพระศพด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โชคดีที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสชื่นชมพระจริยวัตรอันงดงาม เคยเฝ้ารับเสด็จ ได้สดับพระสุรเสียงเมื่อครั้งยังมีพระชนม์ชีพเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าที่จะอยู่ในหัวใจตลอดไป" นางกนกกาญจน กล่าว

นางจิตาภา สัตตาเขต ชาวกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาพร้อมลูกสาวและลูกชาย 2 คน เฝ้ารอวันที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระศพบนพระที่นั่งพิมานรัตยา หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสร็จ ก็รีบเดินทางมาพระบรมมหาราชวังด้วยสำนึกพระกรุณาธิคุณและพระกรณียกิจต่างๆ แต่ละโครงการพระดำริทรงทุ่มเททำอย่างเต็มที่ รวมถึงทรงไม่ถือพระองค์ พระนามของพระองค์ภาฯ ปรากฎอยู่ทั่วประเทศ ทรงช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ประสบภัย เด็ก ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคและทรงพูดคุยทักทายราษฎรอย่างไม่ถือพระองค์ พระเมตตาเปี่ยมล้น ตนเองและลูกจะยึดพระองค์เป็นแบบอย่าง เชื่อว่าพระปณิธานของพระองค์ภาจะได้รับการสืบสานต่อไปเพื่อพัฒนาสังคมไทย สำหรับพระรูปที่ได้รับจะนำไปใส่กรอบเป็นที่ระลึก ประชาชนรักและศรัทธาพระองค์ท่าน

ตลอดเส้นทางเข้ากราบถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสุดอาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จิตอาสาพระราชทานอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมทั้งได้จัดชัตเตอร์บัสให้บริการส่งกลับจากพระบรมมหาราชวังไปที่ท้อง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนเข้ากราบวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,913 คน ส่วนประชาชนเข้ากราบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดารวมจำนวนทั้งสิ้น 3,540 คน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...