โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สระลินคอล์นโฉมใหม่” ของทรัมป์ “สีลอก-สาหร่ายเขียว” หลังเปิดไม่ถึงครึ่งเดือน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
สระน้ำสะท้อนภาพหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับโฉมกรุงวอชิงตันของประธานาธิบดีสหรัฐ เผชิญปัญหาสีเคลือบหลุดลอกและสาหร่ายแพร่กระจาย หลังประกาศปรับปรุงแล้วเสร็จได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนักของสังคม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า สีเคลือบที่ใช้ในการปรับปรุงสระน้ำสะท้อนภาพหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน เริ่มหลุดลอกออกจากพื้นสระ และลอยขึ้นสู่ผิวน้ำที่มีสีเขียวจากการสะสมของสาหร่าย ทั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่งประกาศความสำเร็จของโครงการดังกล่าวได้ไม่ถึงสองสัปดาห์

สระน้ำประวัติศาสตร์แห่งนี้ถูกระบายน้ำออกทั้งหมดและปรับปรุงใหม่ภายใต้สัญญามูลค่า 14.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 483.7 ล้านบาท) โดยไม่มีการเปิดประมูลแข่งขัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโฉมกรุงวอชิงตันครั้งใหญ่ของทรัมป์ ที่รวมถึงแนวคิดการรื้อปีกตะวันออกของทำเนียบขาว เพื่อสร้างห้องจัดเลี้ยงแห่งใหม่ และการก่อสร้างซุ้มประตูขนาดใหญ่ใกล้สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน

ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าการปรับปรุงสระน้ำแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มเทสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงในสระ เพื่อแก้ปัญหาสาหร่ายที่ทำให้น้ำกลายเป็นสีเขียว แทนที่จะเป็นสีน้ำเงินเข้มตามที่ออกแบบไว้

เรื่องนี้ทรัมป์เผชิญเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่า เร่งผลักดันโครงการปรับปรุงกรุงวอชิงตันโดยข้ามขั้นตอนการวางแผนและการอนุรักษ์ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ของเมือง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และยกย่องวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบของทรัมป์ ในฐานะอดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...