โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“กมธ.ความมั่นคงฯ” เผย การสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบหน้ากว่า 600 เมตร จากระยะทาง 1.3 กิโลเมตร

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กมธ.ความมั่นคงฯ” เผย การสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบหน้ากว่า 600 เมตร จากระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ย้ำ พร้อมผลักดันสร้างรั้วในทุกพื้นที่ที่แนวเขตชัดเจน-สนับสนุนกองทัพเต็มที่ ลั่น ถ้าไม่สร้างอีก 100 ปีก็คุยไม่รู้เรื่อง จ่อลงพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน กลางเดือน ก.ค. เหตุ เป็นพื้นที่ล่อแหลม มอง “ทหารเขมร” ไม่มีวินัย

วันที่ 27 มิ.ย. 69 ที่หมุดหลักเขต 52 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ (กมธ.ความมั่นคง) นำคณะ กมธ.ความมั่นคงฯ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ศึกษาและสังเกตการณ์ การสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคั่นระหว่าง ไทย-กัมพูชา โดยมีนาวาเอก ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) สังกัดกองทัพเรือไทย ให้การต้อนรับและรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินงาน

โดยภายหลังการเดินสำรวจรั้วกำแพง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที นายมณเฑียร ประธาน กมธ.ความมั่นคง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าการลงพื้นที่ดูการสร้างรั้วชายแดนครั้งแรกของไทย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ คณะกมธ. ความมั่นคงมาในวันนี้ ซึ่งมาดูรั้วแห่งแรกที่สร้างอยู่แนวเขตแดนระหว่างข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะนี้ดำเนินการแล้วในหลักหมุดที่ 52 - 59 มีระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งความยาวของแต่ละหลักหมุดนั้นไม่เท่ากัน ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 600 เมตร และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติม ซึ่งหากจะใดมีเขตแดนที่ชัดเจนแล้วเราก็พร้อม โดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมสร้างรั้วให้ทุกพื้นที่ ทั้ง ภาค1, ภาค 2 และกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง และเราพร้อมที่จะดำเนินการให้

เมื่อถามว่าในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรที่ติดขัดต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ส่วนตัวพอใจ สร้างได้สวยงามโดยช่างฝีมือทหาร และไม่ได้จ้างหน่วยงานอื่น และงบสนับสนุน มาจากเงินบริจาคของกองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ "มูลนิธิจุฬาภรณ์" รวมถึงงบประมาณแผ่นดิน ทางเราก็มีเตรียมไว้พร้อม

เมื่อถามว่ามีรายงานเกี่ยวกับอุปสรรคการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มีเพราะการสร้างรั้วได้ ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมการ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมาจึงจะดำเนินการได้ หากจุดใดยังตกลงกันไม่ชัดเจน ก็ให้มาปักเขตแดนคร่าวๆไว้ โดยยืนยันว่าหากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที

เมื่อถามว่าคณะ กมธ.ความมั่นคงฯ จะมีการเดินหน้าสนับสนุนกองทัพอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่างๆก็ขอให้ประสานงานมาว่าติดขัดจุดใด เราฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นผู้ประสานงานให้ พร้อมยืนยันว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ 100% และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้าง ส่วนตัวเชื่อว่าอีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง และอาจทำให้เกิดการปะทะขึ้นอีก เนื่องจากเคยปะทะกันมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2568 ที่ผ่านมา ก่อนถึงจะเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนด้วย

เมื่อถามอีกว่า ส่วนในอนาคตได้มีการปรึกษาหารือกันใน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ในการเล็งสำรวจพื้นที่อื่นๆเพิ่มอีกหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า เราได้ปรึกษาหารือใน กมธ. แล้ว ซึ่งคณะ กมธ.ความมั่นคงฯ เรามีหลายพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อมาร่วมเป็น กมธ.ความมั่นคงฯ เราไม่มีพรรคการเมือง เราพร้อมร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการผลักดันเรื่องความมั่นคงให้ประสบความสำเร็จให้ได้

ส่วนการลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ชายแดน ทาง กมธ.ได้ประชุมและลงมติไว้แล้ว วันที่ 11-13 ก.ค.2569 จะลงพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ล่อแหลม กองกำลังทหารทั้งไทยและกัมพูชายังคงเผชิญหน้ากันอยู่ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบาง

นอกจากนี้ การจะดำเนินการอะไร ฝ่ายกัมพูชาก็จะเข้ามาเยอะๆไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และไปฟ้องในเวทีระดับโลก เพราะทหารฝ่ายกัมพูชานั้นไม่มีวินัย ไม่เหมือนทหารอาชีพของประเทศไทย ซึ่งข้อมูลและข้อตกลงต่างๆระหว่างประเทศ ฝ่ายไทยรับทราบทั้งหมด ขณะที่ส่วนตัวตนได้รับทราบข้อมูลว่าฝ่ายกัมพูชาได้แก้กระทั่งกฎหมายการเกณฑ์ทหาร โดยที่ไม่มีอะไรเลย และจับเยาวชนอายุ 15 ไปเป็นทหาร จึงมองว่าไม่เป็นไรกับวินัยสักเท่าใด

ทั้งนี้ส่วนตัวขอบคุณทหารหาญทุกหน่วย เพราะการอยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนนั้นมีความลำบากมาก เจอทั้งอุปสรรคมากมาย แต่ในพื้นที่แห่งนี้ "เราชนะโดยไม่ต้องรบ" ทาง กมธ.ความมั่นคงฯ จึงได้เดินทางมาที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่ม และรับข้อมูลในชุดนี้ไปเป็นข้อมูลเพื่อไปแก้ปัญหาในจุดที่มีปัญหาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า ประเด็นรั้วชายแดน ที่ก่อนหน้านี้เกิดประเด็นปัญหาที่ว่าการก่อสร้างกำแพงมีการเว้าในลักษณะรูปประตู ทำให้เปิดโอกาสให้มีการลักลอบเข้าออกในลักษณะที่ผิดกฎหมาย การศึกษาดูงานของ คณะ กมธ.ความมั่นคงฯ จะยืนยันข้อเท็จจริงได้หรือไม่ว่ามีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะเราไปยืนอยู่ตรงรั้วแล้วและที่เห็นว่ามีการเว้นช่องว่างไว้เพราะต้องให้ คณะกมธ. JBC ของทั้งไทยและกัมพูชา หรือคณะกรรมการทั้งสองฝ่ายมาหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาช่องเว้าคล้ายประตูหลักหมุดที่ 52 ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะมีการออกแบบว่าจะทำเป็นรั้วทึบปิดหมด และสามารถเปิดได้หากในอนาคตมีข้อตกลงในการเคลื่อนย้ายหมุด โดยจะเป็นในลักษณะที่ ปิด-เปิด ได้ ทั้งนี้การสร้างรั้วชายแดน ทางฝั่งกัมพูชาก็ให้ความร่วมมือกับไทยเพราะเป็นเขตแดนที่มีความชัดเจนแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...