แนะวิธียื่นอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ไม่ผ่านเกณฑ์ อย่าลืมแก้ข้อมูลตามนี้
กระทรวงการคลังประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แล้ววันนี้ ผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านคน เช็กสิทธิได้ 4 ช่องทาง ใครไม่ผ่านอย่าเพิ่งหมดหวัง ยื่นอุทธรณ์ได้ทันทีถึง 31 กรกฎาคมนี้ พร้อมขั้นตอนที่ต้องทำต่อแบบละเอียด
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยรอบนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์ประมาณ 9.5 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งหมดราว 18.8 ล้านคน เท่ากับว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มากถึงกว่า 9 ล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่อีกครั้ง
เช็กสิทธิบัตรคนจน 2569 ได้ 4 ช่องทาง
ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ด้วยตนเองผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้
- เว็บไซต์โครงการ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- สาขาของหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตามวันเวลาทำการของแต่ละสาขา
หากระบบแสดงว่าผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ถือว่าได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แต่หากไม่ผ่าน ระบบจะระบุสาเหตุกำกับไว้ด้วย เช่น มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี มีทรัพย์สินทางการเงินเกินเกณฑ์ มีวงเงินสินเชื่อเกิน 100,000 บาท ถือบัตรเครดิต มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือมีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ใหม่ที่ตรวจสอบแบบรายบุคคลทั้งหมด สามารถอ่านรายละเอียดกลุ่มที่เสี่ยงไม่ผ่านเกณฑ์รอบนี้เพิ่มเติมได้
ผ่านเกณฑ์แล้วต้องทำอะไรต่อ
ผู้ผ่านเกณฑ์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เงื่อนไขต่างกันดังนี้
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ซ้ำ เนื่องจากโครงการมีข้อมูลอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิต่อเนื่องได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ทุกราย เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่าน 2 ช่องทาง คือแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ต้องเปิดใช้ G-Wallet) หรือที่สาขาธนาคาร โดยธนาคารกรุงไทยเปิดให้ยืนยันถึง 12 มกราคม 2570 ส่วน ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามฯ เปิดถึง 14 ตุลาคม 2569 หากยืนยันตัวตนทันก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันแรก แต่หากยืนยันช้ากว่านั้น จะใช้สิทธิได้หลังวันที่ยืนยันตัวตนสำเร็จ
มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน หากผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิเดิม จึงต้องรีบยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตังก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพราะหากไม่ยืนยันภายในกำหนด จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัสไปด้วย
ไม่ผ่านเกณฑ์ ยื่นอุทธรณ์ได้ถึง 31 กรกฎาคม 2569
สำหรับผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ และเห็นว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน สามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่ได้ภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล คือตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์โครงการ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th โดยกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที
- แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ได้เช่นกัน
- สาขาของ 5 ธนาคาร คือธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามฯ โดยแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ธนาคารกดยื่นอุทธรณ์ให้
จุดที่หลายคนพลาด ยื่นอุทธรณ์อย่างเดียวไม่พอ
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การกดยื่นอุทธรณ์เป็นเพียงการแจ้งความประสงค์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่เท่านั้น ผู้อุทธรณ์ยังต้องไปติดต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลในเรื่องที่ตนไม่ผ่านเกณฑ์ เพื่อแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ด้วย ระบบจึงจะนำข้อมูลใหม่มาตรวจสอบอีกครั้งในรอบอุทธรณ์
ตัวอย่างเช่น หากไม่ผ่านเพราะระบบพบว่ามีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ทั้งที่ขายไปแล้ว ต้องไปดำเนินการโอนทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อย หรือหากไม่ผ่านเพราะมีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ต้องติดต่อบริษัทหลักทรัพย์เพื่อปิดบัญชี เป็นต้น หากยื่นอุทธรณ์แต่ไม่ได้แก้ไขข้อมูลต้นทาง ผลรอบอุทธรณ์ก็จะออกมาไม่ผ่านเช่นเดิมผ่านรอบอุทธรณ์ เริ่มใช้สิทธิ 1 ตุลาคม 2569
กรณีผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์ ผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อนไม่ต้องยืนยันตัวตนซ้ำ ส่วนผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อน ให้ยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปเป๋าตังหรือสาขา 5 ธนาคาร โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หากยืนยันตัวตนช้ากว่านั้นก็จะได้รับสิทธิเมื่อยืนยันตัวตนแล้ว
ทั้งนี้ สิทธิสวัสดิการรอบใหม่ยังคงครอบคลุมวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345 ในวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 ถึง 17.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
ข้อมูล: กระทรวงการคลัง, โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569