โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมช.คมนาคม สิริพงศ์รับคนขับรถไฟประมาท ปมชนรถเมล์จุดตัดอโศกดับ 8 ราย

PostToday

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีรถไฟขบวนสินค้าชนรถเมล์ที่แยกอโศก-ดินแดง จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย

นายสังคมสอบถามถึงความบกพร่องของระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ โดยขอให้กระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า ระบบไม้กั้นและอาณัติสัญญาณอยู่ในสภาพใด เหตุใดรถไฟจึงไม่สามารถหยุดได้ทัน และไม่ควรอ้างเพียงว่ารถเมล์จอดคร่อมรางรถไฟ

นอกจากนี้ ยังสอบถามถึงมาตรการตรวจสารเสพติด การห้ามเดินรถไฟหากไม้กั้นไม่ลง กลไกบังคับใช้และติดตามผล รวมถึงแนวทางห้ามรถไฟเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิต

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงแทนนายพิพัฒน์ว่า ขบวนรถไฟที่เกิดเหตุใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งไม่เกินความเร็วปกติ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนเกิดเหตุมีสัญญาณไฟเหลืองแจ้งเตือนให้ชะลอขบวนตั้งแต่สถานีมักกะสันแล้ว และขณะเกิดเหตุปะทะ รถไฟมีความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า พนักงานขับรถไฟประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ และพบภายหลังว่าเป็นผู้ใช้สารเสพติดหลายชนิด ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. มีคำสั่งให้ออกจากราชการ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยย้ำว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้กำชับให้เข้มงวดการตรวจสารเสพติดพนักงานทุกคนในระบบขนส่งสาธารณะ จากเดิมที่ใช้วิธีสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นการตรวจแบบปูพรมทุกสังกัด โดยพบพนักงานขับรถบางส่วนมีผลเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับสารเสพติดเพิ่มขึ้น แต่ต้องส่งตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการที่โรงพยาบาลต่อไป

“ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาตลอด เพียงแต่ที่ผ่านมาใช้วิธีสุ่มตรวจ หลังจากนี้จะตรวจปูพรมทุกสังกัด และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้” นายสิริพงศ์กล่าว

สำหรับข้อสังเกตว่า รถไฟขนส่งสินค้าควรวิ่งในช่วงกลางคืนเวลา 21.00-05.00 น. แต่เหตุใดจึงมาวิ่งในช่วงกลางวัน นายสิริพงศ์ชี้แจงว่า ขบวนรถดังกล่าวเป็นขบวนที่มีกำหนดวิ่งเวลา 23.00 น. วันที่ 15 พ.ค. แต่เกิดความล่าช้า 900 นาที จึงมาเดินรถในช่วงกลางวันจนเกิดเหตุ

ส่วนแนวทางไม่ให้รถไฟวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน นายสิริพงศ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องภาระการเดินทาง เวลาที่เพิ่มขึ้น และการต้องเปลี่ยนขบวนรถ พร้อมนำข้อมูลมาหาทางออกเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงให้มากที่สุด

นายสิริพงศ์ระบุว่า มาตรการระยะสั้นจะมุ่งแก้ปัญหาความเสี่ยงเฉพาะหน้า ส่วนระยะกลางจะเชื่อมต่อระบบอาณัติสัญญาณระหว่าง รฟท. กรุงเทพมหานคร และตำรวจจราจร โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความปลอดภัย ขณะที่มาตรการระยะยาวจะพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้เป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด เพื่อให้ถนนด้านล่างรองรับเฉพาะการสัญจรของรถยนต์

ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายสิริพงศ์กล่าวว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. และ รฟท. ได้เร่งรัดการดูแลผู้บาดเจ็บ พร้อมเข้าเยี่ยม ขอโทษ และให้ความช่วยเหลือ โดยผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินชดเชยตามอาการ ตั้งแต่ 130,000-1 ล้านบาท ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยรายละ 2.39 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...