โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ศุภจี” ยันไม่ท้อ แม้การเมืองจะหนัก นายกฯเคยเตือน ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารด้วย

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.41 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ศุภจี” ยอมรับนายกฯ อนุทิน เคยเตือน ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารด้วย ยืนยันไม่ท้อ แม้การเมืองจะหนักกว่าภาคเอกชนมาก

วันที่ 10 ก.ค. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยช่วงหนึ่งในการให้สัมภาษณ์รายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ว่า การดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพนั้น กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งดำเนินมาตรการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยลดภาระประชาชนในช่วงที่ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และการค้าโลกยังผันผวน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดลงไปถึงประชาชนในพื้นที่จริง โดยลดราคาสินค้าจำเป็น 20-50% ครอบคลุมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร เครื่องปรุง ของใช้ในครัวเรือน และสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน

มาตรการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้างหรือพื้นที่เมืองใหญ่ แต่ใช้เครือข่ายรถพุ่มพวงกว่า 3,700 คัน และการจัดจำหน่ายสินค้าระดับอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ

นางศุภจี กล่าวว่า การดูแลราคาสินค้าต้องทำทั้งการติดตามต้นทุน การประสานผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง เพราะหากสินค้าราคาถูกกระจุกอยู่เฉพาะบางพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ กระทรวงพาณิชย์จึงให้พาณิชย์จังหวัดช่วยติดตามสถานการณ์และประสานจุดจำหน่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังต้องดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หากพบพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค จะใช้กลไกตามกฎหมายเข้าตรวจสอบ เพื่อให้ราคาสินค้าสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมกับประชาชน

นางศุภจี กล่าวว่า อีกเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญคือค่า GP ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเมื่อต้นทุนผู้ขายสูงขึ้น สุดท้ายอาจส่งต่อถึงราคาสินค้าและผู้บริโภค จึงมอบให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมเทียบต่างประเทศ พร้อมให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีหารือสมาคมแพลตฟอร์ม เพื่อขอความร่วมมือลดภาระผู้ค้า

ในระหว่างรอกฎหมายใหม่ กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตรวจสอบพฤติกรรมผูกขาดและการเอาเปรียบทางการค้า พร้อมเสนอแนวคิด Open Commerce Network หรือ OCN เป็นโครงสร้างกลางด้านชำระเงินและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรมให้คนตัวเล็กแข่งขันได้

นางศุภจี กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนซื้อของจำเป็นในราคาที่เหมาะสม ลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน และไม่ปล่อยให้ต้นทุนแฝงจากระบบการค้าใหม่ถูกผลักกลับมาถึงผู้บริโภค ซึ่งเป็นการดูแลปากท้องทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง

ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องการทำงานและการสื่อสาร นางศุภจี ยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีเคยเตือนว่า ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ด้วย

ขณะที่วลี ศุภจีหายไปไหน? อาจเกิดจากประชาชนยังไม่เห็นผลลัพธ์ของงาน หรือเป็นเพราะตนถูกคาดหวังไว้สูง เมื่อผลงานยังไม่ปรากฏชัดในสายตาสังคม จึงเกิดคำถามตามมา ยอมรับว่าต้องปรับปรุงการสื่อสารให้กระชับ ชัด และบอกเล่าผลลัพธ์ให้มากขึ้น

"ยืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน แต่ช่วงที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการทำงานหน้างานมากกว่า เพราะแต่ละวันมีภารกิจหนาแน่น ต้องรับมือวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งสงคราม ค่าครองชีพ สินค้าเกษตร และการเจรจาการค้าในมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน"

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเมืองหนักและรุนแรงกว่าภาคเอกชนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ท้อ ไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้วิ่งหนีไปไหน แม้จะมีช่วงจิตตกจากภาระงานที่หนักและงบประมาณจำกัดในการช่วยเหลือประชาชน

ขณะที่แนวทางแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ผ่านไปวันต่อวัน แต่พยายามดูทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผลผลิตหน้าสวน คนกลาง การแปรรูป มาตรฐานส่งออก ไปจนถึงตลาดต่างประเทศ ทำให้ที่ผ่านมาจึงใช้เวลาพอสมควร

สินค้าเกษตรแต่ละชนิดมีต้นเหตุไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกันทั้งหมดได้ บางเรื่องเกิดจากผลผลิตล้น บางเรื่องเกิดจากตลาดส่งออกสะดุด บางเรื่องเป็นปัญหาคนกลางกดราคา และบางเรื่องต้องเร่งทำตลาดล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตจำนวนมากจะออกมาพร้อมกันจนราคาถูกกดลง

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างกรณีมะพร้าวน้ำหอมที่ราคาตกต่ำบางช่วงถึง 2 บาทต่อลูก เพราะผลผลิตในประเทศล้นจริง โดยบางวันมีมะพร้าวออกมากกว่า 2 ล้านลูก ขณะที่ปัญหาสะสมมานานทำให้ชาวสวนไม่มีทุนดูแลคุณภาพหรือปรับสวนใหม่ กระทรวงพาณิชย์จึงเริ่มจากการประสานผู้ประกอบการและโมเดิร์นเทรดช่วยดูดซับผลผลิตออกจากระบบได้ประมาณ 10 ล้านลูก ทำให้ราคาล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ราว 12-15 บาท

นอกจากนี้ ยังประสาน DSI และตำรวจตรวจสอบโรงงานต้องสงสัยปลอมปนน้ำมะพร้าว 22-24 แห่ง เพราะกระทบทั้งผู้บริโภคและราคาหน้าสวน ส่วนมะพร้าวแกงต้องเร่งแก้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานไม่ใช้ลิงเก็บ เพื่อให้ผลผลิตเข้าสู่โรงงานแปรรูปและตลาดส่งออกได้มากขึ้น

นางศุภจี กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาส่งออกกุ้งไปยังมาเลเซียว่า ต้องชี้แจงว่าไม่ได้บอกให้ประชาชนช่วยกันกินกุ้งอย่างที่ถูกคำพูดบางท่อนไปสื่อสาร แต่เป็นการใช้กลไกตลาดเข้าไปแก้ไขปัญหา หลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทยกะทันหัน โดยกระทรวงพาณิชย์จึงประสานโมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร รถพุ่มพวง พาณิชย์จังหวัด และโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยรับซื้อและกระจายสินค้า จนดูดซับกุ้งออกจากระบบแล้วกว่า 2,900 ตัน และขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในกระบวนการเจรจาเปิดตลาดมาเลเซียกลับมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...