โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่”บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

INN News

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ไม่เอาลดหย่อนภาษีบิดา-มารดา มาเป็นเงื่อนไข ไม่นับหนี้สินภาคเกษตร มาพิจารณา

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง ข้อเสนอโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังที่กระทรวงการคลัง ได้นำเสนอ ที่ประชุม ครม. พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดกรองจำนวน 2 คือ การงดเว้นการนำหลักเกณฑ์เรื่องการหักค่าลดหย่อนบิดา - มารดา มาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และไม่นำเกณฑ์หนี้สินภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษ มาพิจารณารวมกับหนี้สินปกติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลได้สานต่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการออกเกณฑ์เพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ระหว่างทางที่ประกาศเกณฑ์ออกไป นายกรัฐมนตรีได้รับเสียงสะท้อน ว่า มีบางเกณฑ์ที่จะต้องปรับให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงมากกว่าหลักเกณฑ์ที่ออกมาในตอนแรก จึงสั่งการให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ยึดงบประมาณเป็นตัวตั้ง แต่ยึดความเดือดร้อนประชาชน จึงขอฝากฝ่ายการเมืองอย่าหยิบยกเรื่องนี้ อย่าใช้อคติมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ขอให้ดูกันที่วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เหลือเดือดร้อนที่สุด ซึ่งการตั้งงบประมาณก็เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องคาดการณ์บนพื้นฐานตัวเลขที่มีอยู่

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว คือ งดเว้นการนำหลักเกณฑ์เรื่องการหักค่าลดหย่อนบิดา - มารดา มาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และไม่นำเกณฑ์สินเชื่อภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษ มาพิจารณารวมกับหนี้สินปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจกับประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังมีมติสำคัญ คือ การเปิดทางเพิ่มให้กลุ่มเปราะบางเข้าสู่ระบบการพิจารณา เพราะระบบสวัสดิการเดิม ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว 2 ครั้ง เป็นลักษณะเปิดลงทะเบียนแบบทั่วไป ที่รู้ว่าตัวเองมีความลำบาก หรือ ยากจน ก็จะมาสมัคร และรัฐบาลก็จะคัดกรอง แต่ภาวะวิกฤตพลังงาน ปัญหาปากท้องเช่นนี้ รัฐบาลจึงต้องการมุ่งเป้าไปดูแลกลุ่มที่มีความยากจน ลำบาก และเปราะบางที่สุด จึงเป็นที่มาของการปรับหลักเกณฑ์นี้ ซึ่งในอดีต ที่เคยเปิดให้ลงทะเบียนก็พบข้อสังเกต ว่า บางครั้งกลุ่มเปราะบางจริงอาจจะเข้าไม่ถึงข้อมูล และไม่สามารถเข้าถึงวิธีการลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่เข้าไม่ถึงสื่อ หรือ คนชายขอบ

โดยที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ไปสำรวจว่ามีคนอยู่ประมาณ 1 ล้าน 5 หมื่นราย เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งหลังจากร่วมกันลงพื้นที่เข้าถึงประชาชน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความเดือดร้อน พบว่า ระหว่างทางสำรวจมีกลุ่มเปราะบางเพิ่ม และการแจ้งข้อมูลจากประชาคม ประมาณ 5 ล้าน 4 แสนราย ซึ่งเดิมไม่ได้กำหนดกลุ่มนี้ไว้ และวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติ เห็นชอบให้นำกลุ่มดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาที่จะได้รับสิทธิ์ประชารัฐ ซึ่งความตั้งใจของรัฐบาลวันนี้จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง ไม่ต้องให้คนมาบอก แต่ก็ต้องเข้าถึงความเดือดร้อน และพาทุกคนเข้าสู่ระบบให้ภาครัฐดูแล

โดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนในรูปแบบใหม่ ถือเป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีกฎหมายเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมา ซึ่งจะมีรายชื่อทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอยู่เดิม / กลุ่มที่อยู่ในรายชื่อของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ / และกลุ่มที่ไปสำรวจเจอเพิ่มเติมเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ จากนั้นจะนำข้อมูลมาดำเนินการ และประกาศ ให้ทุกคนทราบในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ / แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และทางรัฐ / รวมถึง ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง

ทั้งนี้ หากเป็นกลุ่มเดิมจะได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 แต่หากเป็นกลุ่มใหม่จะได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์จะได้รับทราบ ว่า ติดเงื่อนไขหลักเกณฑ์อะไร ซึ่งจะมีรายละเอียดบอกพร้อมเบอร์ติดต่อให้ไปสอบถาม และตรวจสอบ ว่า ข้อมูลที่คณะกรรมการมีถูกต้องหรือไม่ หากไม่ตรงสามารถขอทบทวนใหม่ได้ โดยสามารถยื่นทบทวนได้ตั้งแต่วันที่ 17 - 31 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศผลหลังการทบทวนอีกครั้ง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...