"เจนสุดา-ข้าวโพด" มาตามนัดศาล ตรวจหลักฐานคดี "เวย์-นานา" ฉ้อโกง
วันนี้ (25 พ.ค.2569) น.ส.เจนสุดา ปานโต และ น.ส.สมิตินันทน์ หรือข้าวโพด พร้อมผู้เสียหายอีก 2 คน เดินทางมาตามนัดหมายของศาลอาญา เพื่อตรวจหลักฐานและสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนียม และนางไรบีนา อินทชัย หรือนานา บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอไรท์ โปรดักส์ชั่น จำกัด และบริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด
ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมและใช้เอกสารปลอม ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคดีนี้นายปริญญา และนางไรบีนา จำเลยที่ 1 และ 2 ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน
“เวย์ - นานา” ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจหลักฐานและสอบคำให้การของศาล นายปริญญา หรือเวย์ ไทเทเนียม และ น.ส.ไรบีนา หรือ นานา ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชน
ขณะที่ น.ส.เจนสุดา ปานโต นักแสดง ที่เดินทางมาในฐานะผู้เสียหาย และโจทก์ร่วมในคดี เปิดเผยว่า ตนได้รับความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับรูปคดี และวันนี้เป็นการพบจำเลยทั้ง 2 คน เป็นครั้งแรก หลังเกิดเรื่อง ซึ่งไม่ได้มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว อีกทั้งที่ผ่านมาฝ่ายจำเลยก็ไม่เคยติดต่อขอไกล่เกลี่ยหรือจะชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร โดยขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ด้านนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่า คดีนี้เป็นการไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา ซึ่งเป็นความผิดทางแพ่งเท่านั้น พร้อมกับได้ยื่นพยานหลักฐานเป็นพยานบุคคล 8 ปาก และเสนอนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย 2 นัด ซึ่งศาลอนุญาตตามที่ฝ่ายจำเลยเสนอ
ขณะที่ฝ่ายโจทก์ พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นหลักฐาน เป็นเอกสาร 71 ฉบับ และพยานบุคคลเป็นกลุ่มผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดี รวม 38 ปาก พร้อมเสนอนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ 9 นัด และได้ยื่นรายชื่อผู้เสียหาย 6 คน ขอเป็นโจทก์ร่วมในคดี ซึ่งศาลก็ได้อนุญาตให้เป็นโจทย์ร่วมเฉพาะคดีฉ้อโกง เนื่องจากเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ยอมความได้
สำหรับคดีนี้ศาลจะเริ่มนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 มิ.ย.2570 และจะเสร็จสิ้นขั้นตอนนัดสืบพยานทั้งสองฝ่ายภายในเดือน ก.ค.2570
คดีนี้เกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย.2564 - ต.ค.2568 โดยจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหาย 11 คน ชักชวนลงทุนธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทกีฬา กองทุนสำหรับลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ และซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 40 ของเงินที่กู้ยืมมาลงทุน ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ต่อมาจำเลยกลับไม่ได้นำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับนำเงินที่ได้มาจ่ายหมุนเวียนให้ผู้ลงทุน รวมมูลค่าความเสียหาย 174 ล้านบาท
อ่านข่าว :
"ไทยช่วยไทยพลัส" ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้ 15 มิ.ย. - เปิดขั้นตอน "ร้านอาหาร" สมัคร
คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน
ตร.พิสูจน์ทราบผู้เสียชีวิตคนที่ 8 เหตุรถไฟชนรถเมล์ เรียกสอบเพิ่ม 7 ปาก