โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

>> รวบ 6 หนุ่มบังกลาเทศ ลอบย่องเข้าชายแดนไทย เดินเท้า 2 วัน หวังกลับบ้านเกิด

06.00 น. กองกำลังบูรพา โดย ฉก.อรัญประเทศ, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ชค.ทพ.12) และ ร้อย ทพ.1202 สนธิกำลังร่วมกับ ชปข.2 กกล.บูรพา และ ตม.จ.สระแก้ว ออกลาดตระเวนสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ในพื้นที่ บ้านภูน้ำเกลี้ยง หมู่ 5 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายชาวบังกลาเทศ 6 คน ลักลอบเดินเท้าข้ามแดนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยไม่พบผู้นำพา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งหมดรับสารภาพว่า ถูกนายหน้าชาวบังกลาเทศชักชวนให้ไปทำงานในประเทศกัมพูชา โดยนายหน้าออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ก่อนพาขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองพระสีหนุ และส่งต่อไปทำงานในกรุงพนมเปญ ได้ค่าแรงวันละ 16 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 519 บาท แต่หลังทำงานนานกว่า 5 เดือน กลับไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากที่ทำงาน และเดินเท้าตามจีพีเอสจากกรุงพนมเปญมุ่งหน้าชายแดนไทย-กัมพูชานานถึง 2 วัน ก่อนอาศัยช่องทางธรรมชาติลอบเข้าไทย กระทั่งถูกทหารพรานตรวจพบและจับกุมได้ทั้งหมด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวชาวบังกลาเทศทั้ง 6 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ดับลอยทะเลเกาะล้าน ทิ้งปมจดหมายปริศนา เร่งแปลหาความจริง

08.50 น. สภ.เมืองพัทยารับแจ้งว่า พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย ชาวต่างชาติ ในทะเลบริเวณใกล้เกาะสาก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในที่เกิดเหตุพบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อต่อมา เป็นผู้ชาย อายุ 59 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ อยู่ในสภาพคว่ำหน้าเสียชีวิตภายในทะเลใกล้เกาะสาก จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้ายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้แน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงมอบหมายให้มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา นำร่างผู้เสียชีวิตส่งเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ก่อนส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะที่แนวทางการสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานว่าในช่วงเวลากลางคืน ผู้เสียชีวิตอาจนำเรือพายของชาวบ้านออกไปในทะเล ก่อนจะเกิดเหตุและเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียดต่อไป

>> ทบ.ประชุมหน่วยขึ้นตรง "สกัดกั้นยาเสพติดแนวชายแดน" บูรณาการส่วนราชการรับมือภัยพิบัติ

09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งวาระแรกก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำพิธีมอบเงินทุนการศึกษาบุตรกำลังพลกองทัพบก ประจำปี 2569 จำนวน 78,650 คน โดยจัดสรรจากกองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รายงานผลการปฏิบัติงานกองกำลังป้องกันชายแดนในห้วงเดือนที่ผ่านมา ดังนี้

การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตรวจพบการกระทำผิด 97 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด 100 คน ยึดของกลางได้เป็น ยาบ้า 29,414,649 เม็ด, ไอซ์ 2,380 กิโลกรัม, เคตามีน 21 กิโลกรัม, เฮโรอีน 11.65 กิโลกรัม และฝิ่น 81.72 กิโลกรัม

การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีการตรวจพบ 198 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิดได้ 726 คน เป็นสัญชาติไทย 224 คน เมียนมา 210 คน กัมพูชา 139 คน และอื่นๆ
การสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจพบการกระทำผิด 54 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด 58 คน ยึดของกลางได้ อาทิ น้ำมันเลี่ยงภาษี แบ่งเป็น ดีเซล 25,990 ลิตร, เบนซิน 10,540 ลิตร และผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น

>> นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนฝรั่งเศส ประกาศไทยคือ “ช่วงเวลาแห่งการลงทุน” ชูศักยภาพประตูสู่อาเซียน

09.00 น. (เวลาฝรั่งเศส) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส และกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยย้ำว่า ขณะนี้คือ “ช่วงเวลาต่อการเข้าลงทุนในไทย” พร้อมชูศักยภาพไทยในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
นายกฯ เน้นย้ำศักยภาพไทย โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่พร้อมรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาว รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุน อาทิ โครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์

ทั้งนี้ นายกฯ เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมเดินหน้าผลักดันความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส สู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” สนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป และการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานกฎหมายไทยให้เป็นสากล

>> เหตุโครงคาน - นั่งร้านถล่ม ภายใน แฟลตตำรวจที่กำลังก่อสร้าง ทำคนงานร่วงจากชั้น 5 เสียชีวิต 2 สาหัส 1

10.00 น. พ.ต.ท.อัครพงษ์ เทเวลา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่ามีคนงานตกนั่งร้านจากชั้น 5 แฟลตตำรวจที่กำลังก่อสร้าง บริเวณถนนศรีวิเศษ หลังสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยกู้ภัย โดยมี พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อม พ.ต.ท.อภิรักษ์ บุญหนัก รองผู้กำกับการ (ป้องกันปราบปราม) สภ.เมืองศรีสะเกษ ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ เป็นเหตุให้คนงานก่อสร้างร่วงจากชั้น 5 ลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง

ตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนเสียชีวิต 2 ราย คือ เป็นชาย อายุ 58 ปี และ อายุ 50 ปี ส่วนอีก 1 รายยังรักษาตัวในห้องฉุกเฉิน อาการสาหัส

ขณะที่ผู้รอดชีวิตหวุดหวิด เล่านาทีระทึกว่า ขณะตนกำลังซ่อมแบบคานที่มีปัญหา จู่ๆ ได้ยินเสียงดังลั่น ก่อนโครงคานและนั่งร้านทรุดตัวพังลงต่อหน้าต่อตา "ตอนนั้นคิดว่าคงไม่รอด รีบคว้าคานที่ยังไม่หลุดไว้สุดแรง ก่อนห้อยตัวค้างอยู่กลางอากาศ จนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์"

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบโครงสร้างอาคาร นั่งร้าน และ มาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสอบปากคำผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงาน หากพบประมาทเลินเล่อ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> “รัฐมนตรีฯ สุริยะ” ออกจาก รพ. แล้ว หลังวูบหมดสติเมื่อคืนที่ผ่านมา ลุยต่อภารกิจ จ อุดรธานี

12.28 น. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกิดอาการอ่อนเพลียและหมดสติ ระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี โดยแพทย์ได้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ก่อนอาการกลับมาปลอดภัยและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในช่วงเช้าวันนี้

โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา นายสุริยะ ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม เพื่อติดตามสถานการณ์ผลไม้และภาคเกษตร ก่อนกลับมามีอาการไข้หวัดตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพักจนเกิดภาวะอ่อนล้าสะสม

ทั้งนี้ ภายหลังออกจากโรงพยาบาล นายสุริยะได้เดินทางไปร่วมอนุโมทนาบุญในพิธีอุปสมบทของนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเป็นภารกิจส่วนตัว ล่าสุดกำลังเดินทางต่อไปยังโครงการชลประทานประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ รับฟังปัญหาจากประชาชน และตรวจเยี่ยมพื้นที่ชลประทาน

ช่วงบ่ายมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี นายกฤชนนท์ กล่าวว่า แม้แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงมีความกังวลต่อภารกิจด้านการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมงานสำคัญของกระทรวง จึงยืนยันเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตามกำหนดเดิม

>> รัฐบาลพอใจลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เรียบร้อย ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อย

13.13 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่นมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ทั้งนี้ พบว่าปัญหาเกิดขึ้นแค่ช่วงแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบมีความล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาระบบลงทะเบียน โดยการขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 7 แสนรายการต่อวินาที จากเดิมจำนวนมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ประชาชน “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ สำหรับกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอ “"กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน" เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกลุ่มนี้จะต้อง ใช้เวลาตรวจคุณสมบัติ และเงื่อนไข ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้

>> รถบรรทุก ป้ายทะเบียนเปื้อนขี้หมู จนมองไม่ชัด โดนเรียกตรวจ แต่คนขับเร่งเครื่องหนี จับได้เจอยาบ้า-ไอซ์

13.41 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจทางหลวงสุพรรณบุรี ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบบนทางหลวงหมายเลข 333 อ.อู่ทอง พบรถบรรทุกหมูสีขาว ขับมาโดยไม่มีสิ่งป้องกันของตกหล่น ส่งกลิ่น และแผ่นป้ายทะเบียนชำรุดไม่ชัดเจน จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจสอบ แต่คนขับมีท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ ตำรวจจึงขับติดตาม ก่อนรถคันดังกล่าวจะยอมจอดบริเวณทางเข้าหมู่บ้านในพื้นที่ ต.บ้านโข้ง ตรวจสอบพบชาย อายุ 26 ปี เป็นคนขับ และไม่มีใบขับขี่ ตำรวจสังเกตเห็นอาการมีพิรุธ จึงขอตรวจค้น พบยาบ้า 4 เม็ด ซุกในกระเป๋าเสื้อ และยาไอซ์หนัก 0.33 กรัม ซ่อนอยู่บริเวณคอนโซลหน้ารถ

ทั้งนี้ คนขับให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เสพยาบ้ามา จึงตกใจเมื่อเจอตำรวจ ส่วนยาเสพติดซื้อจากชายชื่อ “นิว” ในพื้นที่ อ.สามชุก โดยยาบ้าซื้อมา 6 เม็ด ราคาเม็ดละ 20 บาท ส่วนยาไอซ์ซื้อมาในราคา 300 บาท

จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่า นายออ (นามสมมุติ) มีหมายจับของศาลแขวงสุพรรณบุรี ในคดีเสพยาเสพติดอีกด้วย

ตำรวจแจ้งข้อหาหลายข้อหา ทั้งครอบครองยาเสพติด เสพยาเสพติด ขับรถขณะเสพยาเสพติด ปฏิบัติหน้าที่ผู้ประจำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับกุมตามหมายจับ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ซอยอินทามระ 36 เสียหายวอดทั้งหลังและลุกลามบ้านข้างเคียง

13.49 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยอินทามระ 36 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ของบ้านเลขที่ 27 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามบ้านเลขที่ 21, 23, 27/1, 27/2 และบ้านเลขที่ 25/1 เป็นบ้านชั้นเดียว ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเสียหายบ้างส่วน และลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจำนวน 2 คัน (คันที่หนึ่ง) ชนิดเก๋ง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร (คันที่สอง) ชนิดเก๋ง ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 52 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 24 ปี มีอาการถูกไฟเบิร์นบริเวณหัวไหล่ข้างขวาเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร

>> พบญาติผู้เสียชีวิตรายที่ 8 แล้ว! ตำรวจแกะรอยโซเชียล - เทียบ DNA ยืนยันเหยื่อรถไฟชนรถเมล์อโศก

15.03 น. พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ยืนยันสามารถติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-เพชรบุรี ได้สำเร็จ หลังผู้เสียชีวิตไม่มีญาติติดต่อรับศพ

โดย ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สน.มักกะสัน สืบสวนจากเบาะแสในโซเชียลมีเดีย หลังเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ ประกาศตามหาตัวตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับเกิดเหตุ และพบข้อมูลว่าเจ้าตัวโดยสารรถเมล์สายดังกล่าวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพในโซเชียลมาเปรียบเทียบ พบเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าตรงกัน ก่อนขยายผลค้นหาญาติผ่านระบบทะเบียนราษฎร์ กระทั่งพบลูกพี่ลูกน้องและเชิญมาตรวจ DNA ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ “นายเสริมลาภ” จริง ล่าสุดตำรวจประสานญาติเข้ารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว

>> รวบหนุ่มหัวร้อน ชักดาบไล่ฟันลุงกลางแยก บุกบ้านเจอวัยรุ่นมั่วสุมเสพกัญชา พ่วงหมายจับติดตัวอีกราย

15.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ฐาน พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร,เป็นทหารกองเกินหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนไม่มาตามหมายนัดเข้ารับราชการทหารกองประจำการของนายอำเภอ, เปิดบัญชีม้า โดยจับกุม บริเวณบ้าน ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 อ.เมือง จ.อุดรธานี

พฤติการณ์คือ ช่วงเดือนสิงหาคม 2567 เกิดเหตุการณ์ไล่ฟันกันบนท้องถนนในพื้นที่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยคู่กรณีเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขับรถปาดหน้าและมีปากเสียงกัน ในครั้งแรกแยกย้ายกันไป แต่เรื่องไม่จบจังหวะขับตามกัน มาจนกระทั่งติดไฟแดงบริเวณสี่แยก มีการท้าทายกันอีก ฝั่งผู้ขับขี่รถเก๋งเกิดอาการหัวร้อนออกมาจากรถ พร้อมมีดดาบแล้วพุ่งเข้าไล่ฟันคนขี่รถจักรยานยนต์ จนเลือดอาบ แล้วขับรถหลบหนีไป

จนกระทั่งมาตามจับกุมตัวได้ในวันนี้ ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้งสอง ลักษณะเมากัญชา และนอกจากนั้นภายในบ้าน ยังพบอีกประมาณ 7 - 8 คน ได้มั่วสุมเสพกัญชา และมีอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร, สภ.ราษีไศล เจ้าของหมายจับของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> จ.ปัตตานี 4 คนร้ายขับขี่ - ซ้อนท้ายรถ จยย. กระหน่ำยิงรถ "ดาบตำรวจ" เจ็บสาหัส ภรรยานั่งเบาะหลังเสียชีวิต ขณะอุ้มลูกน้อยวัย 2 เดือน

15.30 น. พ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ ม.5 ต.พงสตา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุอยู่ภายในซอยทางเข้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง พบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์สีขาว ทะเบียนปัตตานี ที่กระจกหน้าและด้านคนขับ มีร่องรอยกระสุนปืนหลายแห่ง

ตรวจสอบภายในรถ พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะด้านหลังข้างคนขับ ทราบต่อมา เป็นหญิงไทย อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบต่อมา เป็นดาบตำรวจ อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยิงเข้าที่ขาอาการปลอดภัย ในที่เกิดเหตุบนถนนพบ ปลอกกระสุนปืน อาก้า 7 ปลอก ลูกกระสุน 1 ลูก และกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอก และลูกกระสุนปืน 1 ลูก เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ ดาบตำรวจ ได้ขับรถเก๋งมาพร้อมภรรยา และลูกอีก 2 คนที่นั่งมาด้วยเพื่อไปรับลูกชาย จำนวน 2 คนที่โรงเรียนดังกล่าว โดยที่ ภรรยาได้อุ้มลูกวัย 2 เดือนนั่งเบาะหลัง ส่วนลูกอีก 1 คนนั่งข้างคนขับที่เป็นพ่อ เมื่อขับเข้ามาในซอย ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 4 คน แต่งกายคล้ายหญิงมุสลิม สวมฮีญาบปิดบังใบหน้า มากับรถจักรยานยนต์ 2 คันดักรออยู่ข้างทาง

เมื่อคนร้ายเห็นรถของดาบตำรวจ จึงได้ใช้อาวุธปืนอาก้า และปืนพกสั้นกระหน่ำยิงใส่ทันทีหลายนัด ดาบฯ ตัดสินใจขับรถหนีเข้าไปในโรงเรียน ห่างจากจุดถูกยิงประมาณ 300 เมตร ก่อนที่จะลงจากรถและได้เปิดประตูด้านหลัง ปรากฏพบภรรยาที่กำลังอุ้มลูกวัย 2 เดือน นอนแน่นิ่งถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิต ส่วนลูกวัย 2 เดือนถูกสะเก็ดกระสุนปืนที่หน้าท้อง ขณะที่ ดาบฯ ถูกยิงที่ขา ก่อนตะโกนเรียกคนให้เข้ามาช่วยเหลือ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เร่งเก็บพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ

>> กรดไนตริกรั่วไหล รามอินทรา 23 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขนเร่งควบคุมสถานการณ์

15.49 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ แก๊สรั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามอินทรา 23 แยก 20 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ ลักษณะ ประกอบกิจการ จำหน่ายนาฬิกา เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน ตรวจสอบแล้วในที่เกิดเหตุเป็นสารเคมีประเภทกรดไนตริก 68 % จำนวน 1 แกลลอน มีการรั่วไหลเพียงเล็กน้อย ได้ดำเนินการแยกสารเคมีออกมานอกอาคาร ใช้ปูนขาวและน้ำทำการเจือจางสารเคมีและทดสอบเพื่อให้ได้ค่า pH 7 ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน

>> บช.ปส. ทลายเครือข่ายวัยรุ่นขนยาอีสาน ยึดยาบ้า 20 ล้านเม็ด จับ 4 ผู้ต้องหา พบใช้รถนำทางตบตาเจ้าหน้าที่

16.11 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดข้ามภูมิภาค หลังตำรวจ บช.ปส. ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ สืบสวนพบขบวนการวัยรุ่นรับจ้างขนยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสาน โดยใช้รถนำทางสลับเส้นทาง เปลี่ยนพาหนะ และพักยาตามโกดังเช่าเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ล่าสุดจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดยาบ้ากว่า 20 ล้านเม็ด และรถยนต์ 6 คัน

จากการขยายผล พบชายไทย อายุ 28 ปี เป็นตัวสั่งการเครือข่าย ทำหน้าที่จัดหาวัยรุ่นรับจ้างขนยาเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยถูกออกหมายจับข้อหาสมคบและจำหน่ายยาเสพติด ขณะจับกุมพบปืน Glock พร้อมกระสุน และยึดทรัพย์สินรวมกว่า 5.5 ล้านบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเชื่อมโยงจับกุมเครือข่ายได้อีก 11 คดี ผู้ต้องหา 33 ราย พร้อมออกหมายจับเพิ่ม 12 ราย ตรวจยึดยาบ้ากว่า 15.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,800 กิโลกรัม และเคตามีนกว่า 500 กิโลกรัมอีกด้วย

>> หญิงสาวเปิดประตูก้าวขึ้นรถ ถูกรถเก๋งสีดำพุ่งชนท้ายร่างกระเด็น นอนหมดสติ

17.00 น. หน่วยกู้ภัยอยุธยารับแจ้งอุบัติเหตุเส้นทางถนนจอมพล ป. หน้าหมู่บ้านสไมล์แลนด์ 2 เป็น รถยนต์เก๋งชนท้ายรถยนต์เก๋ง ในจุดเกิดเหตุส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รายเป็นหญิง นอนหมดสติในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาลก่อนขอสนับสนุนทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลเอเชียอินเตอร์เนชั่นแนล มาดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งต่อที่โรงพยาบาล

โดยที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มิตซูบิชิ สีขาว สภาพท้ายรถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีดำ สภาพกันชนหน้าฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนพังเสียหายเช่นกัน
เบื้องต้นจากผู้เห็นในการและกล้องวงจรปิดเห็นว่าหญิงผู้ บาดเจ็บกำลังเปิดประตูที่จะขึ้นรถยนต์ ก่อนที่จะถูกรถเก๋งสีดำพุ่งมาชนด้านท้ายอย่างจัง จนร่างกระเด็นไปพร้อมรถและหมดสติในที่เกิดเหตุ

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและจะเชิญตัวคนขับรถคู่กรณีมาทำการสอบสวนต่อไป

>> จับคนร้าย ลอบขนวัสดุก่อสร้างข้ามแดนไม่ผ่านศุลกากร แฉฝ่าฝืนคำสั่งประกาศสินค้าควบคุมชายแดน

17.17 น. ร.ท.พงศกร สร้อยฉวี ผู้บังคับการควบคุม ส่วนลาดตระเวนระยะไกล หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินลาดตระเวนตรวจสอบการลักลอบกระทำความผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 6 ล้อ มีผ้าใบสีเขียวคลุมมิดชิด กำลังวิ่งออกจากประตูของอาคารแห่งหนึ่งในซอยเกษตร 7 มุ่งหน้าข้ามแดน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ประจำจุดตรวจบ้านพระเจดีย์สามองค์ ทหารพราน ตชด.134 ฝ่ายปกครอง อส. ชรบ. และเจ้าหน้าที่ศุลกากร เข้าทำการสกัดและตรวจสอบทันที

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นของเอกชนรายหนึ่ง จากการตรวจสอบสิ่งของท้ายรถพบปูนซีเมนต์จำนวน 160 ถุง ปูนกาว 80 ถุง และเหล็กซีไลน์จำนวน 300 เส้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวคนขับและตรวจยึดรถคันดังกล่าว ก่อนจะนำไปที่สำนักงานศุลกากรสังขละบุรี เพื่อทำการตรวจนับสิ่งของอย่างละเอียดและทำบันทึกจับกุม จากนั้นได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหาส่งออกสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

>> หนุ่มเศร้า ถูกโจรกรรมจยย.แต่เช้าตรู่ คนร้ายสุดแสบสลับรถเก่าทิ้งไว้ คาดตระเวนก่อเหตุซ้ำ แจ้งความ วอนตำรวจเร่งล่าตัว

18.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พนักงานโรงงานสมุนไพร เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังถูกคนร้ายก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีเขียวดำ หมายเลขทะเบียน ฉะเชิงเทรา ไปในช่วงเช้าตรู่ เหตุเกิดบริเวณห้องพักด้านหน้าโรงงานสมุนไพร ภายในซอยชัยพฤกษ์ 2 ม.4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน เพื่อขอให้ช่วยเผยแพร่ติดตามรถคืนและเร่งจับกุมคนร้าย

จากการสอบถาม นายกอ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนได้ยืมรถออกไปซื้อของ ก่อนจะนำรีโมทใส่ไว้ในช่องเก็บของรถ และจอดไว้หน้าห้องพัก โดยคิดว่าเป็นช่วงเช้าและมีคนอยู่จำนวนมาก ไม่น่าจะเกิดเหตุ กระทั่งเวลาผ่านไปนานผิดสังเกต จึงเริ่มตามหาและสอบถามคนใกล้ตัว แต่ไม่มีใครทราบ กระทั่งมั่นใจว่ารถถูกขโมยไปแล้ว จึงรีบเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อให้ช่วยติดตามรถและคนร้ายมาดำเนินคดี

เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 18-25 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 160-165 เซนติเมตร ตัดผมสั้น สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้น ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพเก่าใกล้พัง เข้ามาจอดใต้ต้นไม้ ก่อนเดินเลือกขโมยรถของผู้เสียหายแล้วขี่ออกไปอย่างใจเย็นราวกับเป็นเจ้าของรถเอง โดยรถที่คนร้ายขี่มามีเสื้อผ้า กระเป๋า และโจ๊กใส่ถุงวางอยู่ใต้เบาะ คาดอาจเป็นรถที่ได้มาจากการก่อเหตุในพื้นที่อื่น ก่อนตระเวนหารถคันใหม่ที่สภาพดีกว่า
นายกอ ยังกล่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถคันแรกในชีวิต กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ต้องทำงานหนักและยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ เมื่อรถหายไปทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีรถใช้เดินทางไปทำงาน อีกทั้งยังต้องผ่อนค่างวดต่อทั้งที่ไม่ได้ใช้รถแล้ว

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยนวมินทร์ 72 เสียหายหมดทั้งห้อง และลุกลามข้างเคียง

19.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยนวมินทร์ 72 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการเช่าพักอาศัย แบ่งให้เช่าจำนวน 10 ห้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องต้นเพลิง ลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง และลุกลามห้องข้างเคียง 2 ห้อง เสียหายฝ้าผนังและที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน

>> กองทัพเรือย้ำ “ปิดด่านตลอดแนว” คุมเข้มชายแดนเต็มมาตรการ อนุญาตผ่านเข้า–ออกเฉพาะภารกิจตามกฎหมายฯ

20.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กรณีมีข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “เปิดด่าน” นั้น กองทัพเรือขอยืนยันว่า ปัจจุบันยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่านตลอดแนว” และควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล

การอนุญาตให้ผ่านเข้า–ออกในบางกรณี เป็นเพียงการดำเนินการเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ความมั่นคง และกระบวนการด้านมนุษยธรรม เช่น การผลักดันชาวต่างด้าวกลับประเทศ การรับตัวคนไทยกลับประเทศ หรือภารกิจตามกระบวนการของทางราชการ โดยทุกกรณีมีการตรวจสอบ คัดกรอง และกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โฆษกกองทัพเรือกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังคงปรากฏความพยายามลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และกิจกรรมผิดกฎหมายหลายรูปแบบ หน่วยงานความมั่นคงรวมถึงกองทัพเรือ จึงยังคงลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคง อธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน

กองทัพเรือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเท่านั้น และใช้วิจารณญาณในการรับส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ตรงข้ามโลตัส พระราม 1 เสียหายหมดทั้งคัน

20.32 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนบรรทัดทอง ตรงข้ามโลตัส พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถจักรยานยนต์ สีดำแดง ป้ายทะเบียน ชลบุรี รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบรรทัดทอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...