รัสเซียถล่มหนักกรุงเคียฟ ใช้ไฮเปอร์โซนิก “โอเรชนิก” เอาคืนยูเครนถล่มหอพัก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักทั่วยูเครน ตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่สงน้อย 2 รายในกรุงเคียฟ และอีกอย่างน้อย 2 รายในพื้นที่โดยรอบ
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน อาคารที่พักอาศัยหลายสิบแห่งและโรงเรียนอีกหลายแห่งได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่อยู่ใจกลางกรุงเคียฟ และยังมีรายงานเหตุโจมตีในพื้นที่อีกหลายแห่งของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 2 ราย ในภูมิภาคเคียร์ซอน ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ
นอกจากนี้ การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหาย ให้กับอาคารคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ขณะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติและหอแสดงดนตรีฟิลฮาร์มอนิกกรุงเคียฟ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับอาคารประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในศูนย์กลางเมืองหลวง
กองทัพยูเครนยืนยันว่า นับเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้น ตั้งแต่สงครามเปิดฉาก เมื่อปลายเดือน ก.พ. 2565 ที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก รุ่น "โอเรชนิก" โจมตียูเครน
การโจมตีดังกล่าวของกองทัพรัสเซียเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีทางอากาศถล่มอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตารอบิลสก์ ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย ว่าการกระทำของยูเครนในครั้งนี้เข้าข่าย "การก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง" และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมรัสเซีย "ตอบโต้อย่างสาสม"
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างคืนวันที่ 21 พ.ค. ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 42 คน แต่ความสูญเสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ด้านกองทัพยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ศูนย์เทคโนโลยีโดรนขั้นสูง "รูบิคอน" ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งใช้อาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นฐานบัญชาการ และปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ที่ระบุว่าเจตนาโจมตีหอพักนักศึกษา.
เครดิตภาพ : REUTERS