ทราย สมุทร เปิดใจทั้งน้ำตา เข้าพบ ปานเทพ ขอคำปรึกษากฎหมาย ปมถูกกระทำวัยเด็ก
วันที่ 25 พ.ค. 2569 ทราย สมุทร หรือ ทรายสก๊อต เดินทางมาบ้านพระอาทิตย์ ด้วยรถประจำตัว หลังมีการติดต่อมายัง มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อขอคำปรึกษาด้านกฎหมาย จากกรณีที่เจ้าตัวออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม โดยอ้างว่าถูกพี่ชายกระทำในวัยเด็ก รวมถึงกำลังเผชิญคดีฟ้องร้องเรื่องที่ดินจากทางครอบครัว
เมื่อเดินทางมาถึง ได้มีแฟนคลับจำนวนหนึ่งมารอให้กำลังใจ ก่อนที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน จะออกมาต้อนรับบริเวณหน้าประตูมูลนิธิ พร้อมกล่าวให้กำลังใจว่า ขอให้ทรายรับรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป เพราะยังมีประชาชน สื่อมวลชน และผู้คนจำนวนมากพร้อมโอบกอดและสนับสนุน
ทราย เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากหลัง บุญรอด ออกแถลงการณ์ เนื่องจากมองว่าการรับมือดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านจริยธรรม หรือให้ความสำคัญกับความยุติธรรมของผู้เสียหาย ทั้งที่ตนเองเชื่อว่าตระกูลสามารถยืนอยู่ได้ด้วยแรงสนับสนุนจากสังคม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนพยายามรักษาภาพลักษณ์ของตระกูลมาโดยตลอด แม้ต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง พร้อมไม่เห็นด้วยกับการนิยามเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเพียง ความรุนแรงในครอบครัว เพราะมองว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น
โดยช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ ทรายกล่าวทั้งน้ำตาว่า อยากขอโทษสังคมแทนตระกูล เพราะมองว่าวิธีการรับมือไม่ได้ส่งกำลังใจให้ผู้เสียหายหรือเหยื่อในสังคม พร้อมทิ้งท้ายประโยคสะเทือนใจว่า หัวใจสิงห์เป็นแค่คำโฆษณา
นายปานเทพ เปิดเผยว่า มูลนิธิพร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งด้านกฎหมาย การตรวจพิสูจน์หลักฐาน และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมองว่ากรณีของทรายไม่ใช่แค่เรื่องภายในครอบครัว แต่เป็นตัวอย่างของเด็กและเยาวชนที่อาจเคยถูกกระทำลักษณะเดียวกัน
นายปานเทพยังชื่นชมความกล้าหาญของทราย ที่ลุกขึ้นมาพูดความจริง และพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง รวมถึงเป็นกำลังใจให้ผู้เสียหายคนอื่นในสังคมกล้าที่จะออกมาเรียกร้องความยุติธรรมเช่นกัน
ต่อมา นายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้เดินทางเข้าร่วมทีมช่วยเหลือ โดยรับหน้าที่ตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล ทั้งคลิปเสียงและแชตไลน์ เพื่อนำมาใช้ประกอบในคดี
นายเอกราช เปิดเผยว่า หลักฐานประเภทคลิปเสียงสามารถใช้ในชั้นศาลได้ หากผ่านกระบวนการตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือ พร้อมชี้ว่า หากเป็นไฟล์ที่บันทึกไว้เมื่อหลายปีก่อน จะยิ่งตรวจสอบไทม์ไลน์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้ประกอบกับหลักฐานอื่นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มน้ำหนักทางคดี พร้อมยืนยันว่า โดยส่วนตัวมองว่าคดีนี้ ไม่ใช่คดีที่ยาก หากสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน
อ่านข่าวเพิ่มเติม