โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 30 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 09.16 น.

OKJ พุ่งกระฉูด 27% รับอานิสงส์เปิดตัวแบรนด์ใหม่ "Grill & Ground" ด้านโบรกฯ มองบวกต่อกลยุทธ์ 3 ด้าน (NBPMD) คาดช่วยปลดล็อกปัญหาผลผลิตล้น-ลดต้นทุน และหนุนผลงานพลิกฟื้นคืนชีพตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป แม้ระยะสั้นยังเผชิญผลขาดทุนสะสมและโดนหั่นประมาณการกำไรลง แต่ระยะยาวสตอรี่ยังแกร่ง แนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้าใหม่เป็น 3.70 บาท
วันนี้ (2 มิ.ย.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 3.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.82 บาท หรือ 27.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 92.44 ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ OKJ กำลังเดินหน้าเข้าสู่แผนการพลิกฟื้นธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดย บล.โกลเบล็ก มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางกลยุทธ์ใหม่ 3 ด้าน (NBPMD) ประกอบด้วย การพัฒนาเมนูใหม่ (New Menu Development: NMD), การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development: NPD) และการบริหารจัดการแบรนด์ใหม่ (New Brand Management: NBD)
กลยุทธ์เหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากธุรกิจเบเกอรี่, ช่องทางการขายที่ทรงพลังอย่างร้าน Café Amazon (ผ่าน OR ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) รวมถึงการขยายเข้าสู่ธุรกิจบริการอาหารบนเครื่องบิน (On-board catering) ของสายการบินไทย ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้จุดแข็งเดิมของบริษัทคือ คุณค่าด้าน "ความยั่งยืน สุขภาพ และอายุที่ยืนยาว" (Longevity and Healthy) ที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้ามาโดยตลอด
ทั้งนี้ แม้ว่า OKJ จะเผชิญกับการขาดทุนสุทธิติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส (ขาดทุน 34.3 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68 และ 30.4 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69) รวมถึงคาดว่าจะยังคงขาดทุนต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2569 แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า ผลจากกลยุทธ์ NBPMD จะเริ่มออกดอกออกผลและทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมาทำกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืนได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2569-2571 ลงประมาณ 26% - 51% เพื่อสะท้อนยอดขายของสาขาเดิม (SSSG) ที่ชะลอตัวลง, รายได้ต่อสาขาที่ลดลงของร้านโอ้กะจู๋รูปแบบเต็ม (Full-service), จำนวนสาขา และอัตรากำไรสุทธิที่ต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 OKJ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 30.4 ล้านบาท (ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่ขาดทุน 34.3 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงอย่างมากจากที่มีกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68) สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่หดตัวลงเหลือ 575.6 ล้านบาท (ลดลง 8% จากไตรมาสก่อน และ 19% จากปีก่อน) เนื่องจากยอดขายของแบรนด์โอ้กะจู๋ลดลงมาอยู่ที่ 468.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในส่วนของแบรนด์ "Joe Wings" กลับมีสัญญาณที่ดี โดยรายได้เติบโตขึ้นเป็น 35.6 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 (เพิ่มขึ้นจาก 17.7 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68) ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 สาขา
โดยแบรนด์ใหม่อย่าง "G&G" (Grill & Ground) ถูกมองว่าจะเข้ามาปฏิวัติรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ OKJ และช่วยแก้ปัญหาดักแด้ความสำเร็จเดิม (Success Trap) จากการเป็นเพียง "ผู้นำด้านอาหารสุขภาพฟาร์มสู่จาน (Farm-to-table)" โดย G&G จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านฟาร์มออร์แกนิกและอาหารเพื่อสุขภาพใน 3 มิติหลัก คือ

  • สร้างตลาดใหม่ในกลุ่มสเต็กและสลัดที่เน้นความคุ้มค่า (Value-conscious steak & salad)
  • บริหารจัดการผลผลิตผักออร์แกนิกที่มีอยู่อย่างล้นเหลือของ OKJ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ลดต้นทุนคงที่ต่อจานลง (Reduce fixed cost per serve) ทั้งในส่วนของฟาร์ม พนักงาน และค่าเช่า

อย่างไรก็ดี แม้ว่าฝ่ายวิเคราะห์จะยังไม่ได้รวมมูลค่าเพิ่ม (Upside) จากแบรนด์ใหม่ ๆ ของ OKJ (รวมถึง G&G) เข้าไปในประมาณการเนื่องจากต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าความสำเร็จของกลยุทธ์ 3 ด้านที่ปรับปรุงใหม่ ประกอบกับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจเบเกอรี่และช่องทางการค้า จะช่วยสนับสนุนให้หุ้น OKJ ซื้อขายในระดับ P/E ที่สูงได้
บล. โกลเบล็ก จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าลงมาอยู่ที่ 3.70 บาท (คำนวณจาก Forward P/E ที่ 22 เท่า ของประมาณการปี 2570) ซึ่งสะท้อนผลประกอบการที่เป็นปกติมากขึ้น หลังจากที่บริษัทได้เริ่มดำเนินกลยุทธ์ชุดใหม่นี้แล้ว โดยราคาหุ้นในปัจจุบันยังมี Upside เปิดกว้างอยู่ประมาณ +22.5% ตัวเลขคาดการณ์เงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2569 อยู่ที่ 1.13% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.24% ในปี 2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...