2หนุ่มบาร์โฮสต์พัทยามอบตัว ยกมือไหว้สวยอ้างขาดสติปมซิ่งป่วนชาวรัสเซีย
2 หนุ่มบาร์โฮสต์พัทยา โร่มอบตัว! ยกมือไหว้สวย หลังซิ่งจยย.โชว์หยาบตามชาวรัสเซีย อ้างถูกปาดหน้าก่อนปะทะคารมจนขาดสติ ขณะตำรวจเตรียมเรียกคู่กรณีสอบเพิ่ม
จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังปรากฏภาพชายวัยรุ่น 2 ราย ซึ่งมีรอยสักตามร่างกาย ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ไล่ติดตามรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณอุโมงค์ทางลอดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมมีพฤติกรรมตะโกนด่าทอ แสดงท่าทีคุกคาม พยายามเปิดประตูรถ และท้าทายให้คู่กรณีลงมาพบหน้า สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พบเห็นเหตุการณ์
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัว นายเตชิษฐ์ หรือ “เต็งหนึ่ง” แสนกรุง อายุ 24 ปี และนายอมลณัฐ หรือ “กาย” พนมเริงศักดิ์ อายุ 27 ปี สองหนุ่มบาร์ โฮสต์ ร้านแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ ผู้ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว เข้าพบเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง
ทั้งสองเดินทางมาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด โดยนายเตชิษฐ์ยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปจริง พร้อมกล่าวขอโทษต่อประชาชนชาวพัทยา นักท่องเที่ยว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าขณะเกิดเหตุมีอารมณ์โกรธจนขาดสติ และรู้สึกเสียใจกับภาพลักษณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นต่อเมืองพัทยา
ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าของวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถออกจากคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ ได้มีรถยนต์ของคู่กรณีชาวรัสเซียขับปาดหน้า จนเกิดการโต้เถียงกัน โดยตนเองได้บันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์บางช่วงไว้เช่นกัน และอ้างว่าฝ่ายคู่กรณีมีการใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเกี่ยวกับการขับขี่ ทำให้เกิดความไม่พอใจ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายและเกิดการขับรถติดตามตามที่ปรากฏในคลิป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า แม้จะมีข้ออ้างเรื่องการถูกยั่วยุหรือถูกกระทำก่อน แต่การแสดงพฤติกรรมคุกคามบนท้องถนน การขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตราย และการกระทำที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้อื่น ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ และจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก รวมถึงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากคลิปวิดีโอและพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าจะมีความผิดอื่นเข้าข่ายเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตรียมประสานตัวนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียคู่กรณีเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำอย่างละเอียด และตรวจสอบว่ามีการกระทำใดเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ชาวต่างชาติคู่กรณีเคยเดินทางมายัง สภ.เมืองพัทยา ภายหลังเกิดเหตุจริง แต่คาดว่าเนื่องจากมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก จึงไม่ได้รอแจ้งความและเดินทางกลับไปก่อน ส่งผลให้ยังไม่มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีอย่างเป็นทางการในขณะนั้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมคุกคามบนท้องถนน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในอนาคต