โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟัน3ข้อหาหนักผอ.ปปช. จ่อเด้งเมาขับชนคนตาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.47 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ช.งานเข้าอีก! ผอ.สำนักสืบสวนฯ ขับกระบะเมาปลิ้นเสยท้ายไรเดอร์ ลากครูดถนนแขนขาดดับคาที่ อ้างรู้จัก ตร. พยายามสลับตัวแต่พลเมืองดีล้อมจับไว้ได้ ตร.สภ.บางศรีเมืองให้เป่าแอลกอฮอล์พุ่ง 189 มก. แจ้ง 3 ข้อหาหนักเมาแล้วขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย-ประมาททำให้คนตาย-ชนแล้วหนี ครอบครัวไรเดอร์ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เลขาฯ ป.ป.ช.ได้รับรายงานไม่มีเมาแล้วขับ เป็นแค่อุบัติเหตุ พร้อมตั้ง กก.สอบ อาจโยกย้ายตำแหน่งก่อน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 23.00 น. คืนวันที่ 27 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ (จยย.) ถูกรถกระบะชนแล้วหนี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่เกิดเหตุบริเวณสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ (ขาออก) มุ่งหน้าถนน 345 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี เป็นถนน 3 เลน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี อาชีพไรเดอร์ เลนซ้ายสุดของถนนพบ แขนซ้ายขาด 1 ท่อน ถัดมาประมาณ 300 เมตร พบรถ จยย.ไฟฟ้ายี่ห้อ H SEM (H SEM Motor) ยังไม่พบหมายเลขทะเบียนติดอยู่ด้านใน

ส่วนฝั่งตรงข้าม พบร่างของผู้เสียชีวิตสภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อคอปกสีขาว ใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีครีม พบบาดแผลบริเวณศีรษะด้านขวาแตก แขนซ้ายขาด ถัดไปตีนสะพานพบรถกระบะคู่กรณี ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน กทม. สภาพรถกระบะกันชนด้านซ้ายพังยับ ล้อรถข้างหน้าด้านซ้ายแตก ทราบชื่อคนขับคือ นายจรงค์ เกราะเหมาะ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายแม็ค อายุ 36 ปี คนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนกำลังขี่รถ จยย.กลับมาจากเตะบอล หลังจากนั้นขี่รถมาบนสะพานทางไปราชพฤกษ์ต่อจากผู้เสียชีวิต เขาขับไรเดอร์ ซึ่งเขาอยู่บริเวณเลนซ้ายของถนน หลังจากนั้นกระบะคู่กรณีขับมาเลนขวา และขับเป๋มาเลนซ้ายชนท้ายรถ จยย.ของไรเดอร์ และลากไปไกลมาก ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าตน หลังจากที่เขาชนเขาพยายามขับรถกระบะหนีลงมาตรงตีนสะพาน ปรากฏว่ารถกระบะของเขาขับต่อไปไม่ได้เนื่องจากยางแตก มีพลเมืองดีขับรถตามหลังตนมาขับไล่ตามรถกระบะและลงไปคุย ไปดูผู้เสียชีวิตอยู่ข้างบนสะพาน พบว่าสภาพศพเละและแขนขาด

นายแม็คเล่าต่อว่า คนขับรถกระบะมีอาการเมา พวกตนจึงล้อมกระบะเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาขับหนี พอเขาลงจากรถมาเขาพูดว่าเป็นคนใหญ่โต และเป็นข้าราชการ อ้างตัวเองยศใหญ่รู้จักตำรวจเมืองนนท์ ซึ่งตรงที่เกิดเหตุจะมีการสลับตัวคนขับรถ แต่ตนได้ถ่ายคลิปไว้หมดแล้ว ซึ่งคนขับกระบะใส่เสื้อสีขาว แต่คนจะมาสลับตัวใส่เสื้อสีดำ

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมืองได้นำตัวนายจรงค์ เกราะเหมาะ ไปเป่าแอลกอฮอล์ พบขึ้น 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ต่อมา ที่ สภ.บางศรีเมือง พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง, พ.ต.ท.เอกพล ดีผลิผล รอง ผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง ร่วมกันประชุมถึงกรณีดังกล่าว โดย พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์เผยว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางขณะเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนในคดี พร้อมทั้งจะเรียกตัวนายจรงค์มาสอบปากคำ และจะเชิญมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ซึ่งเดินทางมาที่ สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยว่า ตอนนี้ทราบว่าผู้ก่อเหตุทานอาหารที่ร้านไหน ซึ่งที่มีการให้ประกันตัวไปเมื่อคืนเพราะผู้ก่อเหตุอ้างว่าไม่ได้เป็นคนขับรถกระบะ เพราะที่เข้ามาที่ สภ.เมื่อคืนมี 2 คน และมีการเป่าแอลกอฮอล์ ซึ่งขึ้นทั้งคู่ ส่วนเรื่องการเปลี่ยนตัวคนขับให้มั่นใจว่าไม่มีเรื่องนี้แน่นอน เพราะกล้องวงจรปิดชัดเจน ไม่สามารถเปลี่ยนผู้กระทำความผิดเป็นอีกคนได้

"เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหาแก่คนขับรถกระบะคือ ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ป.อาญา ม.291, ขับรถชนแล้วไม่ได้หยุดให้ความช่วยเหลือ แจ้งเหตุ แสดงตัวต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ คือเป็นพฤติกรรมความผิด 1 ครั้ง แต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลก็จะลงบทกฎหมายที่หนักที่สุด แต่เราได้แจ้ง 3 ข้อหา" พ.ต.อ.โชคชัยระบุ

ขณะที่ น.ส.วิยะดา นาคงสี อายุ 49 ปี เป็นพี่สาวของนายศรนรินทร์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องชายเป็นหัวหน้าครอบครัว เลี้ยงดูลูกสองคน มีภาระที่ต้องผ่อนที่ดินที่สุพรรณบุรีเพื่อให้ลูกชายและลูกสาวมีที่อยู่ ส่วนเรื่องคู่กรณีที่ขับกระบะอ้างว่าเป็นข้าราชการยศใหญ่ ตนไม่สนใจ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

สำหรับประวัติ นายจรงค์ เกราะเหมาะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. รับผิดชอบทั้งงานสืบสวนคดีสำคัญและงานสื่อสารองค์กร ปี 2566 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มไต่สวน 1 สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 ในฐานะพนักงานไต่สวนผู้เชี่ยวชาญด้านคดี ก่อนจะได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2568 มีคำสั่งโยกย้ายเข้ามารับตำแหน่งในส่วนกลางที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ปี 2569 สร้างผลงานเด่นในฐานะผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ โดยปรากฏชื่อร่วมปฏิบัติการสำคัญกับ บก.ปปป.หลายคดี

ทางด้านนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว บุคคลดังกล่าวไม่ใช่รองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แต่เป็นระดับผู้อำนวยการสำนักฯ ในทางคดีให้พนักงานสอบสวน ว่ากันไปตามข้อกฎหมาย แต่สำหรับ ป.ป.ช.เตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ยังไม่ถึงขั้นให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากต้องรอการสอบสวนก่อน แต่ยอมรับว่าอาจต้องมีโยกย้ายตำแหน่งก่อน

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่ได้จากตัวผู้ขับขี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. บอกว่าไม่แน่ใจว่ามีการขับเฉี่ยวชนหรือไม่ จึงไม่ได้หยุดรถในที่เกิดเหตุทันที จนกระทั่งมีกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขี่ตามไปจำนวนมาก ส่วนเรื่องเมาแล้วขับนั้น จากข้อมูลที่ได้รับรายงานทราบว่าไม่มีการยืนยันเรื่องเมาแล้วขับ และไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ ข้อมูลที่พนักงานสอบสวนแจ้งเรื่องให้ ป.ป.ช.ที่เป็นต้นสังกัดรับทราบก็ไม่ได้มีข้อมูลเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การเมาแล้วขับใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า ไม่ขอยืนยัน แต่ข้อมูลที่ได้รับมาพบว่าไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ ขอให้รอดูในรายงานจากพนักงานสอบสวน แต่ข่าวที่ออกไปดูมีความรุนแรงกว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับมา ตัวเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ และไม่ได้พูดเบ่งเรื่องมีตำแหน่งใหญ่โต ข่าวที่ออกไปดูเหมือนสื่อสารไม่ตรงกัน เรื่องนี้ช่วยกันไม่ได้อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวตามกฎหมายแล้ว

ต่อมาเวลา 14.30 น. สำนักงาน ป.ป.ช.ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และขอแสดงความอาลัยต่อครอบครัว ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช.ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและสังคมโดยรวมในวงกว้าง ขอเรียนชี้แจงว่า บุคคลที่ปรากฏตามข่าวเป็นข้าราชการในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ตามที่ระบุในบางรายงานข่าวแต่อย่างใด

"สำนักงาน ป.ป.ช.ตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น มิได้นิ่งนอนใจ โดยหน่วยงานจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ยึดหลักความถูกต้อง ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม ยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ใด จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่" แถลงการณ์ระบุ

ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ส่งจดหมายถึงประธาน ป.ป.ช. ระบุว่า นายจรงค์ได้กระทำความผิดฝ่าฝืนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงาน ป.ป.ช. จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายจรงค์ และขอให้มีการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.ต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...