โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด 14 ข้อยุติศึก: ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน จะส่งผลอย่างไร?

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดเงื่อนไข 14 ข้อยุติศึก แผนสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่ลงนามไวัชั่วคราว ดีลนี้จะส่งผลอย่างไร? 60 วันจะคุยเสร็จไหม?

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้ร่วมจรดปากกาลงนามดิจิทัลในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ชั่วคราวความยาว 14 ข้อ เพื่อประกาศหยุดยิงและยุติปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน โดยมีผลบังคับใช้ในทันที

ข้อตกลงประวัติศาสตร์นี้มุ่งหมายที่จะดับไฟสงครามในตะวันออกกลาง แลกกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของอิหร่านด้วยเม็ดเงินมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลางคำขู่กร้าวจากทรัมป์ที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันว่า สหรัฐฯ พร้อมจะกลับไปทิ้งระเบิดใส่ทันทีหากอิหร่านตลบตะแลงหรือไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพัน

Spotlight สรุปเงื่อนไข 14 ข้อ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง จะส่งผลต่อสถานการณ์การเมือง-เศรษฐกิจโลกอย่างไร และภายใต้กรอบเจรจา 60 วัน ทั้งสองฝั่งจะได้ข้อตกลงฉบับสุดท้ายหรือไม่

ปูมหลังศึกสายฟ้าแลบ และการพลิกท่าทีของทรัมป์

ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสู้รบอย่างดุเดือดนานเกือบ 4 เดือน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการร่วมถล่มอิหร่านและลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี ตั้งแต่วันแรก จนสงครามลุกลามบานปลายกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลกที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อพุ่งสูง รวมถึงเสี่ยงสร้างวิกฤตอาหารในประเทศกำลังพัฒนา

ในการลงนามครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอด G7 ที่ฝรั่งเศส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ด้วยการยอมให้อิหร่านครอบครองขีปนาวุธนำวิถีต่อไปได้ โดยระบุว่าในเมื่อประเทศอื่นยังมีได้ การห้ามไม่อิหร่านมีคงเป็นเรื่องที่ "ไม่ยุติธรรม" ทั้งที่ในช่วงแรกของสงคราม ทรัมป์เคยประกาศกร้าวว่าจะถล่มอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน นำโดยโฆษก เอสมาอิล บาฆาอี ออกมายืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา และจะไม่มีการจัดพิธีลงนามซ้ำอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก เนื่องจากผู้นำของทั้งสองประเทศได้จรดปากกาลงนามในรูปแบบดิจิทัลร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจาะลึกพิมพ์เขียว 14 ข้อ เงื่อนไขหยุดยิง

สำหรับเนื้อหาเชิงลึกของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ชั่วคราวฉบับนี้ ได้มีการวางโครงร่างพิมพ์เขียวแบ่งออกเป็น 14 ข้อสำคัญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขต่างตอบแทนที่ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

ข้อ 1: หยุดยิงถาวรทุกแนวรบ — ยุติการสู้รบและห้ามข่มขู่ใช้กำลังต่อกันทันที รวมถึงในเลบานอน

ข้อ 2: เคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน — ต่างฝ่ายต่างไม่แทรกแซงกิจการภายใน และไม่พยายามเปลี่ยนระบอบปกครอง

ข้อ 3: เส้นตายข้อตกลงจริงใน 60 วัน — มุ่งเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน ซึ่งเงื่อนไขระบุไว้ว่าขยายเวลาได้

ข้อ 4: สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล — สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมทางทะเลใน 30 วัน และถอนทหารออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน

ข้อ 5: เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือฟรี — อิหร่านเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านฟรี 60 วัน และจะจับมือโอมานจัดระเบียบใหม่ในอนาคต

ข้อ 6: ตั้งทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 แสนล้านดอลลาร์ — สหรัฐฯ และพันธมิตรจัดทำแผนพัฒนาให้อิหร่าน (โดยดึงทุนจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สหรัฐฯ ไม่จ่ายตรง)

ข้อ 7: ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน — สหรัฐฯ จะระงับมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจทั้งหมด ทั้งแบบฝ่ายเดียวและข้อมติ UNSC

ข้อ 8: อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ — อิหร่านตกลงไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ยอมลดระดับความเข้มข้นยูเรเนียมภายใต้การตรวจของ IAEA

ข้อ 9: คงสถานะโครงการนิวเคลียร์และห้ามคว่ำบาตรเพิ่ม — ในระหว่างเจรจา อิหร่านจะแช่แข็งระบบนิวเคลียร์ สหรัฐฯ จะไม่เพิ่มการคว่ำบาตรหรือเพิ่มทหาร

ข้อ 10: เปิดทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมัน — กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นให้อิหร่านขายน้ำมันและทำธุรกรรมแบงก์ได้ชั่วคราว

ข้อ 11: ปลดล็อกคืนเงินสินทรัพย์ที่ถูกอายัด — สหรัฐฯ ยอมปล่อยเงินและสินทรัพย์ของอิหร่านที่เคยยึดไว้ (คาดว่าสูงถึง 1.24 - 1.67 แสนล้านดอลลาร์)

ข้อ 12: ตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบสัญญา — จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อทำหน้าที่ติดตามและทวนสอบว่าทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงจริง

ข้อ 13: ดำเนินการขั้นแรกก่อนเจรจาขั้นต่อไป — ต้องทำข้อ 1, 4, 5, 10, 11 ให้สำเร็จก่อน จึงจะคุยข้อที่เหลือ

ข้อ 14: ข้อตกลงสุดท้ายต้องผ่าน UNSC — สัญญาฉบับสมบูรณ์จะต้องได้รับการรับรองเป็นข้อมติที่มีผลผูกพันโดยคณะมนตรีความมั่นคง UN

สัญญาณบวกเศรษฐกิจโลก และระเบิดเวลาที่ต้องจับตาใน 60 วัน

ทันทีที่มีข่าวการลงนาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามเปิดฉาก ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและคลายกังวลเรื่องวิกฤตอาหารโลก ทว่าในมุมความมั่นคง ดีลนี้กลับทิ้ง "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่ไว้ในเลบานอน เพราะหลังจากลงนามเพียงไม่กี่ชั่วโมง อิสราเอล (ซึ่งไม่ได้ร่วมโต๊ะเจรจา) ยังคงเดินหน้าทิ้งระเบิดถล่มเลบานอนตอนใต้อย่างต่อเนื่อง จนประธานาธิบดีทรัมป์ต้องออกปากเตือนเบนจามิน เนทันยาฮู ให้ "เพลา ๆ มือลงบ้าง" หากอิสราเอลไม่ยอมหยุด สงครามในเลบานอนอาจกลายเป็นชนวนเหตุให้อิหร่านล้มโต๊ะเจรจาเพราะถือว่าสหรัฐฯ ผิดสัญญาข้อแรก

นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว กรอบเวลา 60 วันในการเจรจาข้อตกลงถาวร (ซึ่งจะสิ้นสุดราววันที่ 16 สิงหาคม) ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคภายในประเทศอิหร่านเอง โดยคาดว่าการพูดคุยจะสะดุดลงในช่วงเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีวันสำคัญทางศาสนาอาชูรอ และพิธีฝังศพหลายวันที่จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยแก่อดีตผู้นำสูงสุด คาเมเนอี ที่ถูกลอบสังหาร

แม้ว่าข้อตกลงนี้จะมีข้อดีตรงที่เป็นระบบ "แบ่งจ่ายผลประโยชน์ตามผลงาน" ซึ่งช่วยกระตุ้นให้อิหร่านยอมทำตามสัญญาเพื่อแลกกับเงินก้อนโตและสิทธิ์ในการขายน้ำมัน แต่ด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะแปรปรวนของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ย้ำขู่ตลอดเวลาว่า "พร้อมจะกลับไปทิ้งระเบิดใส่หัวทันที" หากอิหร่านทำตัวไม่ดี ทำให้สัญญาสันติภาพชั่วคราวฉบับนี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย และต้องลุ้นกันวันต่อวันว่า 60 วันหลังจากนี้ ตะวันออกกลางจะเดินหน้าสู่ความสงบ หรือดิ่งลงสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...