ทุนใหญ่สนใจลงทุน Blu Green Token จ่อเปิดจองซื้อไตรมาส 3
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังการจับมือกับ Token X เปิดตัวBlu Green Token โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนว่า กระแสตอบรับจากภาคธุรกิจและนักลงทุนอยู่ในทิศทางที่ดี สะท้อนความสนใจต่อการลงทุนที่ผูกกับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมายความยั่งยืน
ล่าสุด DITTO ได้นำภาคธุรกิจและนักลงทุน เข้าชมพื้นที่เป้าหมายของโครงการ ณ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง รวมพื้นที่กว่า 17,531 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการตามมาตรฐาน Premium T-VER โดยพื้นที่ดังกล่าวปลูกและฟื้นฟูเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการร่วมกับชุมชนในพื้นที่
โครงการนี้เป็นพื้นที่เริ่มต้นของการนำคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนมาต่อยอดสู่การทำ Tokenization โดยเตรียมออกโทเคนจำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคาโทเคนละ 1.20 บาท รวมมูลค่าการระดมทุน 480 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมกับการฟื้นฟูระบบนิเวศและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืน
ใช้ AI-ดาวเทียม-โดรน ตรวจป่าชายเลนแบบรายต้น
นายฐกร ระบุว่า เพื่อยกระดับความโปร่งใสของโครงการให้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล DITTO ได้นำเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech จาก Siam TC เข้ามาบริหารจัดการผืนป่าอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวทาง 3 ขั้นตอนสำคัญ
ขั้นแรก คือ การใช้เทคโนโลยี AI Satellite Monitoring วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อตรวจสอบการปกคลุมของเรือนยอดไม้ และคาดการณ์ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติตลอดปี ทำให้สามารถติดตามสภาพพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้พึ่งพาการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียว
ขั้นต่อมา คือ การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Tree Detection App หรือ TDA เพื่อตรวจนับต้นไม้และประเมินอัตราการรอดตายแบบรายต้น โดยเฉพาะในพื้นที่เชิงลึกที่การสำรวจภาคสนามอาจทำได้ยาก
ส่วนขั้นสุดท้าย คือ การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อจัดทำรายงาน Canopy Map หรือแผนที่เรือนยอดไม้ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของโทเคน
กลุ่มทุนใหญ่แห่ขอข้อมูล จ่อเปิดจองซื้อไตรมาส 3
ด้านนายชัยทัด กุลโชควณิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของ DITTO กล่าวว่า หลังการเปิดตัว Blu Green Token ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจค้าปลีก อาหาร พลังงาน โลจิสติกส์ และคมนาคม รวมถึงกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือ High Net Worth ที่เข้ามาขอข้อมูลและแสดงความสนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก
จากความเชื่อมั่นดังกล่าว DITTO และ Token X จึงเตรียมเดินหน้าเปิดให้จองซื้อ Blu Green Token อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยมองว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการระดมทุนรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างกลไกทางการเงินสีเขียวที่เชื่อมโยงตลาดทุนดิจิทัลเข้ากับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
รับเทรนด์ CBAM-ภาษีคาร์บอน หนุนดีมานด์คาร์บอนเครดิต
การเดินหน้าBlu Green Token เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM ของยุโรป รวมถึงแนวโน้มการจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่เริ่มมีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ทำให้คาร์บอนเครดิตเริ่มกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของภาคธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนความเสี่ยงจากกติกาการค้าใหม่ และใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ESG
DITTO มองว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงภาระต้นทุนขององค์กร แต่กำลังกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยบริษัทเริ่มดำเนินโครงการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตมานานกว่า 2 ปี และมีแผนพัฒนาพื้นที่รวมกว่า 175,196 ไร่ โดยพื้นที่เฟสแรกที่ใช้สำหรับโครงการ Blu Green Token อยู่ที่ 17,531 ไร่ หลังการรังวัดจริง
โครงสร้างโทเคนผูกคาร์บอนเครดิต 400,000 ตัน
ข้อมูลช่วงเปิดตัวระบุว่าBlu Green Token มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน โดยพื้นที่โครงการเริ่มต้น 17,531 ไร่ คาดว่าจะผลิตคาร์บอนเครดิตได้มากกว่า 1 ล้านตันภายใน 7 ปี อย่างไรก็ตาม บริษัทออกแบบโครงสร้างให้ใช้คาร์บอนเครดิตเพียง 400,000 ตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของโทเคน เพื่อสร้างกลไกความปลอดภัยและรองรับความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ
ส่วนคาร์บอนเครดิตที่เกินจากจำนวนอ้างอิงจะถูกกันไว้เป็น Buffer หรือส่วนสำรอง ขณะที่ STCT ยังมีสิทธิในพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่เหลืออีกกว่า 150,000 ไร่ จากแผนพัฒนารวมทั้งหมด ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนโครงการได้หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
ในมุมของการลงทุน โทเคนดังกล่าวมีอายุโครงการ 7 ปี และอาจขยายได้อีก 2 ปีตามเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน โดยจะเริ่มขอรับรองและทยอยขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเป้าหมายปี 2573
ชูรายได้ชุมชน สร้างโมเดลอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน
นอกจากมิติการลงทุนและเทคโนโลยี โครงการดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ โดย DITTO วางแนวทางจ้างงานชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ เช่น ระยอง กระบี่ และพังงา ให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาป่าชายเลน
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน และลดแรงจูงใจในการตัดไม้หรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในลักษณะที่กระทบต่อระบบนิเวศ ขณะเดียวกันยังทำให้ชุมชนเกิดความหวงแหนพื้นที่ป่า เพราะการดูแลรักษาป่ากลายเป็นรายได้ระยะยาวที่เชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ