โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุนใหญ่สนใจลงทุน Blu Green Token จ่อเปิดจองซื้อไตรมาส 3

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังการจับมือกับ Token X เปิดตัวBlu Green Token โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนว่า กระแสตอบรับจากภาคธุรกิจและนักลงทุนอยู่ในทิศทางที่ดี สะท้อนความสนใจต่อการลงทุนที่ผูกกับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมายความยั่งยืน

ล่าสุด DITTO ได้นำภาคธุรกิจและนักลงทุน เข้าชมพื้นที่เป้าหมายของโครงการ ณ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง รวมพื้นที่กว่า 17,531 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการตามมาตรฐาน Premium T-VER โดยพื้นที่ดังกล่าวปลูกและฟื้นฟูเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการร่วมกับชุมชนในพื้นที่

โครงการนี้เป็นพื้นที่เริ่มต้นของการนำคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนมาต่อยอดสู่การทำ Tokenization โดยเตรียมออกโทเคนจำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคาโทเคนละ 1.20 บาท รวมมูลค่าการระดมทุน 480 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมกับการฟื้นฟูระบบนิเวศและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืน

ใช้ AI-ดาวเทียม-โดรน ตรวจป่าชายเลนแบบรายต้น

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO

นายฐกร ระบุว่า เพื่อยกระดับความโปร่งใสของโครงการให้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล DITTO ได้นำเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech จาก Siam TC เข้ามาบริหารจัดการผืนป่าอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวทาง 3 ขั้นตอนสำคัญ

ขั้นแรก คือ การใช้เทคโนโลยี AI Satellite Monitoring วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อตรวจสอบการปกคลุมของเรือนยอดไม้ และคาดการณ์ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติตลอดปี ทำให้สามารถติดตามสภาพพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้พึ่งพาการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ขั้นต่อมา คือ การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Tree Detection App หรือ TDA เพื่อตรวจนับต้นไม้และประเมินอัตราการรอดตายแบบรายต้น โดยเฉพาะในพื้นที่เชิงลึกที่การสำรวจภาคสนามอาจทำได้ยาก

ส่วนขั้นสุดท้าย คือ การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อจัดทำรายงาน Canopy Map หรือแผนที่เรือนยอดไม้ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของโทเคน

กลุ่มทุนใหญ่แห่ขอข้อมูล จ่อเปิดจองซื้อไตรมาส 3

นายชัยทัด กุลโชควณิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของ DITTO

ด้านนายชัยทัด กุลโชควณิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของ DITTO กล่าวว่า หลังการเปิดตัว Blu Green Token ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจค้าปลีก อาหาร พลังงาน โลจิสติกส์ และคมนาคม รวมถึงกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือ High Net Worth ที่เข้ามาขอข้อมูลและแสดงความสนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก

จากความเชื่อมั่นดังกล่าว DITTO และ Token X จึงเตรียมเดินหน้าเปิดให้จองซื้อ Blu Green Token อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยมองว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการระดมทุนรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างกลไกทางการเงินสีเขียวที่เชื่อมโยงตลาดทุนดิจิทัลเข้ากับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

รับเทรนด์ CBAM-ภาษีคาร์บอน หนุนดีมานด์คาร์บอนเครดิต

การเดินหน้าBlu Green Token เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM ของยุโรป รวมถึงแนวโน้มการจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่เริ่มมีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ทำให้คาร์บอนเครดิตเริ่มกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของภาคธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนความเสี่ยงจากกติกาการค้าใหม่ และใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ESG

DITTO มองว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงภาระต้นทุนขององค์กร แต่กำลังกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยบริษัทเริ่มดำเนินโครงการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตมานานกว่า 2 ปี และมีแผนพัฒนาพื้นที่รวมกว่า 175,196 ไร่ โดยพื้นที่เฟสแรกที่ใช้สำหรับโครงการ Blu Green Token อยู่ที่ 17,531 ไร่ หลังการรังวัดจริง

โครงสร้างโทเคนผูกคาร์บอนเครดิต 400,000 ตัน

ข้อมูลช่วงเปิดตัวระบุว่าBlu Green Token มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน โดยพื้นที่โครงการเริ่มต้น 17,531 ไร่ คาดว่าจะผลิตคาร์บอนเครดิตได้มากกว่า 1 ล้านตันภายใน 7 ปี อย่างไรก็ตาม บริษัทออกแบบโครงสร้างให้ใช้คาร์บอนเครดิตเพียง 400,000 ตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของโทเคน เพื่อสร้างกลไกความปลอดภัยและรองรับความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ

ส่วนคาร์บอนเครดิตที่เกินจากจำนวนอ้างอิงจะถูกกันไว้เป็น Buffer หรือส่วนสำรอง ขณะที่ STCT ยังมีสิทธิในพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่เหลืออีกกว่า 150,000 ไร่ จากแผนพัฒนารวมทั้งหมด ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนโครงการได้หากเกิดเหตุไม่คาดคิด

ในมุมของการลงทุน โทเคนดังกล่าวมีอายุโครงการ 7 ปี และอาจขยายได้อีก 2 ปีตามเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน โดยจะเริ่มขอรับรองและทยอยขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเป้าหมายปี 2573

ชูรายได้ชุมชน สร้างโมเดลอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน

นอกจากมิติการลงทุนและเทคโนโลยี โครงการดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ โดย DITTO วางแนวทางจ้างงานชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ เช่น ระยอง กระบี่ และพังงา ให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาป่าชายเลน

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน และลดแรงจูงใจในการตัดไม้หรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในลักษณะที่กระทบต่อระบบนิเวศ ขณะเดียวกันยังทำให้ชุมชนเกิดความหวงแหนพื้นที่ป่า เพราะการดูแลรักษาป่ากลายเป็นรายได้ระยะยาวที่เชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...