โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางชีวิต “โกษาธิบดีจีน” ขุนนางใหญ่ยุคพระเจ้าท้ายสระ ท้ายสุดพบจุดจบแสนอนาถ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 พ.ย. 2566 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2566 เวลา 10.22 น.
โกษาธิบดีจีน ชาวจีน อยุธยา จากละคร พรหมลิขิต

“โกษาธิบดีจีน” มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา และเป็นหนึ่งในตัวละครเรื่อง “พรหมลิขิต” ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยและมีอำนาจกว้างขวางมาก มี ชาวจีน มากหน้าหลายตามาฝากลูกหลานเพื่อเข้ารับราชการ แต่รู้หรือไม่ว่าบั้นปลายของชีวิต ขุนนางมากบารมีผู้นี้กลับต้องพบจุดจบอย่างน่าสลดใจ

โกษาธิบดีจีน ที่ขึ้นมาเรืองอำนาจในสมัยพระเจ้าท้ายสระ เดิมคือ “ออกญาสมบัติธิบาล” ในสมัยพระเจ้าเสือ มีหน้าที่รักษาการตำแหน่งพระคลัง และเพราะเป็นคนเก่ง จึงได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว

ทั้งต่อมา ยังได้รับตำแหน่งในการจัดแต่งบรรณาการไปถวายพระเจ้ากรุงจีนเมื่อ พ.ศ. 2251 และส่งเรือสลุบพร้อมสาส์นไปปัตตาเวีย ใน พ.ศ. 2252

กระทั่งเข้าสู่สมัยพระเจ้าท้ายสระ ออกญาสมบัติธิบาล ก็กลายมาเป็น “โกษาธิบดีจีน” ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ในปี 2254 และด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่เติบโตขึ้น จึงทำให้ต่างชาติที่เข้ามาในอยุธยาต่างบันทึกเรื่องราวของเขาไว้มากมาย

เริ่มต้นตั้งแต่เอกสารของอังกฤษ ที่ป้อมเซนต์จอร์จ ในเมืองมัทราส โจฬะมณฑล ที่ระบุไว้ว่า “พระยาโกษาจีนมีญาติเป็นขุนนางเมืองเอ้หมึง” ทั้งยังคุ้นเคยกับเครือข่ายจีนฮกเกี้ยน ซึ่งเป็นชาติพันธุ์จีนที่เรืองอำนาจทางการเมืองในสมัยนั้น

ชาวจีนที่มีบทบาททางการค้าในสมัยพระเจ้าท้ายสระ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีขุนนางผู้นี้ให้การสนับสนุน ดังที่บาทหลวงฝรั่งเศส หลุยส์ เดอ ซิส เผยว่า “พระยาโกษาธิบดีจีนที่พระมหากษัตริย์ทรงพระเมตตาเป็นคนสุภาพ รู้ความบังควร ไม่บังควร แต่ดูเชื่อใจจีนที่คบด้วยและชอบแต่งตั้งจีนพวกพ้องเป็นขุนนาง โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทำให้พ่อค้าจีนเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในสยาม”

เส้นทางการรับราชการในราชสำนักของโกษาธิบดีจีนดำเนินไปเรื่อย ๆ และทำหน้าที่เรื่องการค้าการคลังได้ดี แม้จะมีปัญหาติดขัดบ้าง เช่น เกิดเหตุการณ์นายสำเภาที่นำเรือไปนางาซากิ ขโมย ทา-ป้าย หรือหนังสือจีนที่ตราหมายเมืองว่าจะกำหนดไปเมืองนั้น ๆ ของสยามไปถึง 2 ครั้ง ในปี 2260 และ 2264 เป็นต้น

ชีวิตที่มากด้วยอำนาจวาสนาของโกษาธิบดีจีนนั้นมีเค้าลางหมดสิ้นลง เพราะช่วงที่พระเจ้าท้ายสระทรงพระประชวรใกล้สวรรคต พระองค์ได้พระราชทานสมบัติแก่ “เจ้าฟ้าอภัย” พระราชโอรสองค์ที่ 2 ทั้งที่ขณะนั้น “เจ้าฟ้าพร” พระราชอนุชาในพระเจ้าท้ายสระ ดำรงพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป

โกษาธิบดีจีนเลือกสนับสนุนเจ้าฟ้าอภัยให้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา แต่ท้ายที่สุดโชคกลับไม่เข้าข้าง เพราะเจ้าฟ้าอภัยเป็นฝ่ายปราชัย เจ้าฟ้าพรเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น “พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ” ขุนนางใหญ่ชาวจีนผู้นี้จึงต้องลี้ภัยการเมืองไปออกบวช แต่เนื่องจากเป็นคนใหญ่คนโตและมีอำนาจทางการเมือง จึงถูกทหารมุสลิม 30 คนตามไปจับ และสังหารในขณะที่ยังห่มผ้าเหลือง

การสูญเสียครั้งนี้ ทำให้ ชาวจีน ในอยุธยามากมายกลับมาล้างแค้น จนเกิดเป็น “กบฏนายก่าย”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุเนตร ชุตินธรานนท์. ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม. กรุงเทพฯ: มติชน, 2558.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...