โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แห่อาลัย หมอเชอรี่ ผอ.รพ.สต. โดนอดีตสามีทหารยิงดับ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2566 เวลา 09.57 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แห่อาลัย หมอเชอรี่ ผอ.รพ.สต. โดนอดีตสามีทหารยิงดับ

จากกรณี จ.ส.อ.อัครพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ทหารสังกัด พล.ร.4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 จ่อยิง น.ส.ชลธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี อดีตภรรยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแหลมครก ที่เพิ่งหย่าร้างกันได้ 3 เดือนเสียชีวิต ก่อนก่อเหตุร้ายกับตัวเอง ทิ้งลูก 2 คน วัย 14 ปี และ 4 ขวบ ต้องกำพร้า

ล่าสุดความคืบหน้าวันนี้ 18 ธ.ค.2566 ญาติของทั้ง 2 ครอบครัว รับร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ไปตั้งสวดพระอภิธรรม โดยร่าง จ.ส.อ.อัครพงษ์ หรือ จ่าบอล ตั้งสวดที่วัดมหาวนาราม(มะขามเตี้ย) ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ส่วนร่าง น.ส.ชลธิชา หรือ หมอเชอรี่ นำร่างตั้งสวดที่วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยหลังเกิดเหตุ เพื่อนและผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับ หมอเชอรี่ โพสต์ไว้อาลัยกับการจากไปของหมอเชอรี่

ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ หมอเชอรี่ พบว่ามักโพสต์ตัดพ้อชีวิต และปัญหาที่กำลังพบเจออาทิ เมื่อ 4 วันก่อน โพสต์ภาพโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตก พร้อมแคปชั่นว่า หากกูตายไป รู้ไว้เลยนะไอ้บอลเป็นคนทำ และแคปชั่นจอดำข้อความว่า เคยบอกว่าไหวนะ แต่ตอนนี้ไม่สู้แล้วนะการจากตายน่าจะดีที่สุด เป็นต้น

ด้าน นายเชาวพัน (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี พ่อหมอเชอรี่ เปิดเผยว่า ตนมีลูก 2 คน หมอเชอรี่เป็นลูกสาวคนเล็ก ทั้งสองคนคบกันมานาน 10 กว่าปี ตั้งแต่สมัยเรียน จนแต่งงานมีลูกด้วยกัน 2 คน ปกติตนเองพักอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุกับลูกสาว

แต่เนื่องจากทั้งสองคนมีปัญหาทะเลาะมีปากเสียงกันบ่อย จึงตัดสินใจย้ายไปเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ คนละฝั่งของถนน โดยย้ายไปได้ประมาณ 5–6 วันแล้ว ทุกวันนี้ยังจัดของอะไรไม่เสร็จด้วยซ้ำ

พ่อหมอเชอรี่ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่รู้เรื่อง แต่มาทราบเหตุตอนประมาณ 5 ทุ่ม จึงรีบมาดูที่เกิดเหตุ แต่ไม่เห็นศพของบุตรสาวแล้ว ทางตำรวจเป็นคนแจ้งให้ทราบรู้สึกเสียใจมากที่สุด เรื่องต้องจบลงแบบนี้ โดยร่างหมอเชอรี่ ตนจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพที่วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เพียงศพเดียวเท่านั้น

สำหรับหลานทั้งสองคนของลูกสาว ตนเองกับภรรยาจะเป็นคนเลี้ยงดูกันเอง โดยหลานคนโตเรียนอยู่ชั้น ม.2 และคนเล็กเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2

ปกติลูกเขยจะทะเลาะกับลูกสาวตนบ่อยมาก แถมขู่ว่าจะทำร้ายลูกสาว รวมทั้งตนและครอบครัวด้วย เพราะเมาเหล้าทุกวันจนลูกสาวต้องหย่าร้างกัน ส่วนตนเองต้องย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่ต่างหาก ส่วนลูกสาวยังคงแวะเวียนกลับไปดูแลลูกจนมาเกิดเหตุดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...