โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เทคนิคเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล เทรนด์อาหารแห่งอนาคต 21 วัน ทำเงิน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2567 เวลา 05.00 น.

สาหร่ายผักกาดทะเล อาหารแห่งอนาคต แหล่งโปรตีน คุณค่าทางอาหารสูง สามารถขยายพันธุ์สู่การเพาะเลี้ยง ลงทุนน้อย ให้ผลผลิตไว ดูแลง่าย นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้

สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเล หรือ Sea Lettuce นั้นเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพด้านโภชนาการสูงเพราะมีโปรตีนถึง 25-30 กรัม และใยอาหาร 9.79 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและพลังงานที่ต่ำ อุดมด้วยเกลือแร่ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด และยำ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมบ่อ

บ่อที่ใช้เลี้ยงสาหร่ายมี 2 รูปแบบ ได้แก่ บ่อปูนและบ่อผ้าใบ

  • ล้างขัดฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แช่ทิ้งไว้ 1 คืน
  • ล้างด้วยน้ำสะอาด
  • ตากบ่อให้แห้ง

การเตรียมน้ำ

ใช้น้ำทะเลความเค็ม 25-30 ส่วนในพันส่วน ที่สูบจากทะเลหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ นำมาพักให้ตกตะกอน หลังจากนั้นสูบน้ำส่วนใสผ่านถุงกรองสักหลาดความละเอียด 10 ไมครอน นำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลต่อไป

ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล

  • ความเค็มอยู่ในช่วง 27-33 ส่วนในพันส่วน
  • อุณหภูมิอยู่ในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส
  • แอมโมเนียอยู่ในช่วง 0.5-1 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ในช่วง 8-9
  • ความเป็นด่างในช่วง 120-140 มิลลิกรัมต่อลิตร ถ้าความเป็นด่างต่ำจะส่งผลให้สาหร่ายขาดธาตุอาหาร
  • ค่าความขุ่นใส ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 30-60 เซนติเมตร
  • ความเข้มแสง 10,000-20,000 ลักซ์

วิธีการเลี้ยง

การเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในปัจจุบัน เป็นการเลี้ยงในระดับมหมวล ในบ่อปูนหรือบ่อผ้าใบขนาดใหญ่สามารถเลี้ยงได้ 2 รูปแบบ

แบบที่ 1 การเลี้ยงแบบสอดในแผงอวนผูกแนวดิ่ง

  • เตรียมสาหร่ายผักกาดทะเลที่มีอายุ 3 สัปดาห์ มีลักษณะทัลลัส เป็นแผ่นสมบูรณ์ แข็งแรง ล้างทำความสะอาด กำจัดสิ่งปนเปื้อนและสิ่งแปลกปลอม
  • เตรียมแผงสาหร่ายขนาด 0.3×1.0 เมตร โดยใช้ท่อพีวีซีทำเป็นโครงแผงและนำอวนขึงให้เต็มกรอบ เพื่อรองรับต้นพันธุ์สาหร่าย
  • นำต้นพันธุ์สาหร่ายสอดในช่องตาอวนกอละ 30 กรัม จำนวน 5 กอต่อแผง (ปริมาณ 150 กรัมต่อแผง)
  • เติมน้ำความเค็ม 25 ส่วนในพันส่วน ลงในบ่อเลี้ยงสาหร่าย จากนั้นนำแผงไปแขวนที่ราวไม้ไผ่แถวละ 2 แผง แต่ละแผงห่างกันประมาณ 30-50 เซนติเมตร แขวนในบ่อเลี้ยงลึกจากผิวน้ำ 15-20 เซนติเมตร หรือระดับที่แสงส่องถึง

แบบที่ 2 การเลี้ยงแบบลอยอิสระ

  • เตรียมสาหร่ายผักกาดทะเลที่มีอายุ 3 สัปดาห์ มีลักษณะทัลลัส เป็นแผ่นสมบูรณ์แข็งแรง ตัดแบ่งให้ได้ขนาด 6-8 เซนติเมตร ล้างทำความสะอาด กำจัดสิ่งปนเปื้อนและสิ่งแปลกปลอม
  • เติมน้ำความเค็ม 25 ส่วนในพันส่วน พร้อมทั้งให้อากาศด้วยการวางท่อพีวีซีพื้นบ่อ
  • นำต้นพันธุ์สาหร่ายที่เตรียมไว้ลงบ่อ ความหนาแน่น 1 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 1 ตัน

การจัดการระหว่างเลี้ยง

– ระหว่างการเลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์ โดยสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้สาหร่ายได้รับแร่ธาตุสารอาหารกระตุ้นการเจริญเติบโต มีการให้อากาศในน้ำอย่างแรง เพื่อให้สาหร่ายเคลื่อนที่รับสารอาหารและไม่กองทับกันที่พื้นบ่อ

– เติมน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยเคมีสูตร TMRL หรือปุ๋ยนาผสมปุ๋ยยูเรียปริมาณ 0.5-1 ลิตรต่อน้ำ 5 ตัน หรือประมาณ 100-200 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ตัน สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ ควรตรวจวัดและควบคุมปริมาณแอมโมเนียในน้ำหลังเติมปุ๋ยให้อยู่ในช่วง 0.5-1 ppm

– ในช่วงฤดูฝนต้องระวังความเค็มของน้ำที่ลดต่ำลง ควรมีบ่อพักน้ำหรือบ่อผสมน้ำที่มีหลังคาหรือพลาสติกปิดคลุมบ่อ เพื่อควบคุมความเค็มให้เหมาะสมตลอดการเลี้ยงสาหร่าย

การตรวจสอบการเจริญเติบโต

โดยทั่วไปสามารถสังเกตได้จากลักษณะภายนอก คือ มีสีเขียวและความสมบูรณ์ของแผ่น Blade ไม่มีร่องรอยการฉีกขาด ไม่เปื่อยยุ่ย เมื่อครบ 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์เริ่มเก็บเกี่ยวซึ่งเป็นระยะเวลาที่ให้ผลผลิตสูงสุด

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

ในรูปแบบการเลี้ยงระดับมหมวลในบ่อปูนและบ่อผ้าใบ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 เท่าของน้ำหนักต้นพันธุ์เริ่มต้นในเวลา 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นนำสาหร่ายที่ครบอายุการเก็บเกี่ยวมาชั่งน้ำหนัก และนำไปแช่ล้างด้วยน้ำจืดสะอาด 10-15 นาที เพื่อกำจัดสัตว์เกาะติดหรืออีพิไฟต์ พร้อมเก็บสิ่งปนเปื้อน เช่น สาหร่ายชนิดอื่นออก แล้วย้ายไปทำความสะอาดในถังสกิมเมอร์ที่บรรจุน้ำเค็ม 400 ลิตร อัตรา 5 กิโลกรัมต่อถัง ก่อนนำไปพักในบ่อที่ติดตั้งระบบหมุนเวียนน้ำและมีระบบอัลตราไวโอเลต และโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อนนำไปอบแห้งต่อ

การเก็บรักษา

วิธีการทำแห้งเป็นการถนอมอาหาร เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาสาหร่ายได้นานขึ้นที่อุณหภูมิห้อง

  • นำสาหร่ายมาทำความสะอาดโดยใช้น้ำจืด ตากผึ่งลม ความชื้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์
  • นำมาอบแห้งที่อุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24-36 ชั่วโมง มีความชื้นประมาณ 10-12 เปอร์เซ็นต์ จะได้สาหร่ายแห้งสามารถเก็บไว้รับประทาน

ข้อควรรู้ :การเติมสารอาหารปริมาณมากเกินไป ทำให้ลักษณะของแผ่นสาหร่ายนิ่ม เปื่อย และสีของสาหร่ายเปลี่ยนเป็นสีขาว ควรแก้ไขทยอยเติมสารอาหารทีละน้อย พร้อมทั้งวัดค่าแอมโมเนีย และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50-100 เปอร์เซ็นต์

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี / เรื่องเล่าข่าวเกษตร

เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ.2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทคนิคเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล เทรนด์อาหารแห่งอนาคต 21 วัน ทำเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...