โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

100 ปี ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล กับผลงานด้านจารึก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 พ.ย. 2566 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2566 เวลา 10.10 น.
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล

100 ปี ประสูติกาล ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล “นักประวัติศาสตร์อาวุโส” กับผลงานด้าน “จารึก”

หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล เป็นพระโอรสของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศไทย หม่อมเจิม ดิศกุล ณ อยุธยา เป็นมารดา หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ประสูติเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2466 ซึ่งจะครบรอบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2566 นี้

ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงศึกษาและทรงมีผลงานวิชาการด้าน ประวัติศาสตร์ศิลปะ ทั้งที่ทรงแปลและทรงเรียบเรียงจำนวนมาก เช่น ประวัติศาสตร์ศิลปะย่ออินเดีย ลังกา ชวา ขอม (ต่อมาได้รวมพิมพ์ในชื่อ ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง : อินเดีย, ลังกา, ชวา, จาม, ขอม, พม่า, ลาว) หนังสือศิลปะอินเดีย หนังสือศิลปะขอม ศิลปะอินโดนีเซีย หนังสือศิลปะลพบุรี ฯลฯ รวมถึงหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะในรูปแบบของหนังสือบันทึกการเดินทาง คือ หนังสือเที่ยวลังกา

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลงานด้านประวัติศาสตร์ศิลปะที่กล่าวแล้ว ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ยังได้ทรงนิพนธ์ผลงานด้าน ประวัติศาสตร์และจารึก ไว้ด้วย ทำให้ใน พ.ศ. 2535 สมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ประกาศเกียรติคุณศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ให้เป็น “นักประวัติศาสตร์อาวุโส” ดีเด่น

บทความที่เผยแพร่ในออนไลน์นี้ ขอกล่าวถึงผลงานนิพนธ์ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ในด้านจารึก เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การศึกษาต่อไป [ส่วนผลงานนิพนธ์ในด้านประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2566 – กองบก.ศิลปวัฒนธรรม]

ผลงานเกี่ยวกับจารึกศึกษา ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล

แม้ว่าศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล จะมิได้ทรงศึกษาเกี่ยวกับการอ่านจารึกโดยตรง แต่การที่ทรงศึกษางานวิชาการของต่างประเทศทำให้ทรงทราบความก้าวหน้าของการศึกษาจารึกที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยเฉพาะการศึกษาจารึกของนักวิชาการชาวฝรั่งเศส เช่น ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้เมื่อทรงเห็นว่าบทความจารึกศึกษาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยก็มักทรงเลือกนำมาแปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้นักวิชาการ นักศึกษา ที่สนใจแต่ไม่สามารถเข้าถึงเอกสารวิชาการที่เป็นภาษาตะวันตกได้สามารถรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับจารึกเหล่านั้นได้ สำหรับการแปลที่ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงใช้ในการแปลบทความที่เกี่ยวกับจารึกนั้นสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 แบบด้วยกัน ดังนี้

1. การแปลบทความเกี่ยวกับจารึกศึกษาแบบสรุปความ เป็นการแปลที่ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงแปลโดยสรุปไม่ได้แปลมาโดยละเอียดทั้งหมดของบทความ โดยมุ่งเน้นเนื้อหาสาระใจความเป็นสำคัญ ซึ่งในการแปลลักษณะนี้ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล จะได้ทรงอธิบายไว้ตอนต้น ดังเช่นที่ปรากฏในข้อความตอนต้นของบทความเรื่อง “ศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ว่า

“…หลังจากการอภิปรายเรื่อง ‘ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในสมัยโบราณ’ ของชุมนุมนักศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ณ ท้องพระโรงวังท่าพระ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2509 แล้ว ก็คงจะมีผู้อยากทราบเรื่องราวเกี่ยวกับศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งประเทศกัมพูชากันมากขึ้น ข้าพเจ้าจึงขอย่อใจความจากเรื่องจารึกปราสาทพระขรรค์ในบริเวณเมืองพระนคร (La stèle du Prah Khan d’Angkor) ของศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ ตีพิมพ์ในวารสารแห่งสำนักฝรั่งเศสปลายบุรพทิศ (Bulletin de L’Ecole Française d’Extrême-Orient) เล่มที่ 41 ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484) มาลงไว้ดังต่อไปนี้…” [1]

การแปลในบทความเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงสรุปความแล้วนำมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยเกือบทั้งหมด ยกเว้นแต่ข้อความที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย จึงได้ทรงแปลเนื้อความทั้งหมด ดังนี้

“…ต่อจากนั้น จารึกปราสาทพระขรรค์ก็กล่าวถึงการก่อสร้างของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ณ ที่อื่น และมีกล่าวพาดพิงมาถึงดินแดนทางภาคกลางของประเทศไทยด้วย ข้าพเจ้าจึงขอแปลคำแปลจารึกของศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ในภาษาฝรั่งเศส ออกเป็นภาษาไทย โดยละเอียด ส่วนข้อความในวงเล็บนั้น เป็นคำอธิบายต่างหาก นอกไปจากข้อความในจารึก

ข้าพเจ้าได้แปลคำอ่านจารึกตั้งแต่บทที่ 112-166 โดยละเอียด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายสามารถตัดสินด้วยวิจารณญาณของตนเองว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ทรงแผ่อานุภาพของพระองค์ออกมายังภาคกลางของประเทศไทยหรือไม่…” [2]

จากนั้นจึงเป็นข้อความการแปลแบบสรุปใจความของจารึกโดยแปลมาจากภาษาฝรั่งเศส และได้ทรงนิพนธ์ข้อความตอนท้ายไว้ด้วยว่า

“…ข้าพเจ้าหวังว่า ข้อความในจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ข้าพเจ้านำมากล่าวไว้อย่างค่อนข้างละเอียดนี้คงจะเป็นเครื่องช่วยให้ตัดสินได้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งประเทศกัมพูชา ได้ทรงแผ่พระราชอำนาจเข้ามายังภาคกลางของประเทศไทยในครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 18 หรือไม่…” [3]

2. การแปลบทความเกี่ยวกับจารึกศึกษาโดยละเอียด เป็นการแปลที่ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงแปลโดยละเอียดทั้งหมดของบทความ ปรากฏตัวอย่างการแปล เช่น การแปลบทความเรื่อง “จารึกใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแหลมอินโดจีนภาคกลาง” ซึ่งเป็นการแปลบทความของ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

บทความตอนที่ 1 แปลลงนิตยสารศิลปากร ปีที่ 3 เล่มที่ 4 พฤศจิกายน 2502 เป็นการแปลร่วมกับศาสตราจารย์ฉ่ำ ทองคำวรรณ กล่าวถึงจารึกแผ่นทองแดงเมืองอู่ทอง และจารึกหินตั้ง จังหวัดชัยภูมิ[4] ถือเป็นการแปลจารึกแผ่นทองแดงเมืองอู่ทองและจารึกหินตั้ง จังหวัดชัยภูมิเป็นภาษาไทยครั้งแรก โดยมีคำปริวรรตและคำแปลภาษาไทยซึ่งแปลจากภาษาฝรั่งเศส

บทความตอนที่ 2 แปลลงนิตยสารศิลปากร ปีที่ 6 เล่มที่ 1 พฤษภาคม 2505 กล่าวถึงจารึกดงแม่นางเมือง จังหวัดนครสวรรค์[5] ถือเป็นการแปลจารึกดงแม่นางเมืองเป็นภาษาไทยครั้งแรก โดยมีคำปริวรรตและคำแปลภาษาไทยซึ่งแปลจากภาษาฝรั่งเศส

นอกจากนี้ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ยังได้ทรงแปลจารึกอื่นๆ พิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารศิลปากรและวารสารของคณะโบราณคดีอีกจำนวนมาก เช่น การแปลจารึกมอญโบราณ การแปลจารึกโวคาญ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ “จารึก” ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่สำคัญและเป็นการวางรากฐานการศึกษาการอ่านจารึกในประเทศไทยในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล. “ศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7,” ศิลปากร. 10, 2 (กรกฎาคม พ.ศ. 2509): 52.

[2] เรื่องเดียวกัน, น. 56-59.

[3] เรื่องเดียวกัน, น. 60.

[4] หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล และ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ. “จารึกใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแหลมอินโดจีนภาคกลาง,” ศิลปากร. 3, 4 (พฤศจิกายน พ.ศ. 2502): 50.

[5] หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล. “จารึกใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแหลมอินโดจีนภาคกลาง,” ศิลปากร. 6, 1 (พฤษภาคม พ.ศ. 2505): 39.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...