จับถ่วงน้ำถ้ารอดเป็นแม่มด ถ้าตายเป็นคน วิธีพิสูจน์การเป็นแม่มดสุดงงจากอดีต
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถึง 17 การล่าแม่มดได้แพร่ระบาดไปทั่วทั้งยุโรป (ภายหลังลามไปยังอเมริกา) มีผู้หญิงราว 50,000-100,000 คน รวมถึงบางส่วนที่เป็นผู้ชาย ที่ต้องสังเวยชีวิตกับปรากฏการณ์นี้
โดยหญิงคนไหนที่มีพฤติกรรมที่มองว่า ‘แปลกประหลาด’ อย่างเช่น หยาบคาย ทำตัวผิดเพี้ยน (ปัจจุบันคือผู้ที่มีอาการทางจิต) ตั้งคำถามหรือเถียงกับเจ้าหน้าที่ (โดยเฉพาะที่เป็นผู้ชาย) หรือแม้แต่ใช้ชีวิตโดยพึ่งพาตัวเองมากไป หญิงเหล่านี้ก็มีสิทธิ์ถูกพิจารณาคดีในข้อหาเป็นแม่มด (อย่าเรียกว่าถูกพิจารณาคดี เรียกว่าถูกใส่ร้ายซะมากกว่า)
ในการพิจารณาคดีว่าเป็นใครเป็นแม่มด จะมีขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ มากมายที่ใช้พิสูจน์ ซึ่งแต่ละวิธีก็เรียกได้ว่า ชวนงงและไม่มีความสมเหตุสมผลแต่อย่างใด อย่างเช่น
• ถ้าหญิงที่ถูกกล่าวหาสามารถถือเหล็กร้อนแล้วเดินได้จำนวนสามก้าว ถ้าเธอไม่เป็นอะไรแสดงว่าเป็นแม่มด แต่ตรงข้ามถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาแสดงว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
• การนำหญิงที่ถูกกล่าวหาจับไปถ่วงในแม่น้ำ (อาจจะให้ผูกถ่วงกับหิน หรือนั่งเก้าอี้ที่หย่อนลงไปในน้ำ) ถ้ารอดชีวิตแสดงว่าเป็นแม่มด เพราะมีเวทย์มนต์อันดำมืดทำให้ร่างลอยเหนือน้ำ แต่ถ้าตายถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
• บังคับให้อ่านบทสวด อ่านไม่ได้เป็นแม่มด อ่านได้เป็นผู้บริสุทธิ์ (ส่วนใหญ่อ่านไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเป็นแม่มด แต่หญิงส่วนใหญ่ในยุคนั้นไม่ได้เรียนหนังสือ)
• ถูกจับเปลื้องผ้า ถ้าบนร่างกายมีรอยตำหนิอย่างเช่นแผลเป็น รอยปาน ไฝ หรือแม้แต่หัวนมดูผิดปกติ ถือว่าเป็นแม่มด เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายที่ประทับบนร่างกาย
บางครั้งหญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ก็ไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงอะไร เพียงแค่เธอเป็นเจ้าของที่ดินเท่านั้น เพราะถ้าหญิงคนนี้ถูกตัดสินว่าเป็นแม่มด ที่ดินของเธอจะต้องถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกให้กับศาสนจักร ส่วนที่สองให้กับผู้ไต่ส่วน และส่วนที่สามตกเป็นของคลังหลวง
แม้หญิงหลายคนจะรอด (หรือถูกจงใจให้รอด) จากการพิสูจน์เหล่านี้ แต่สุดท้ายพวกเธอก็ต้องจบชีวิตด้วยการถูกเผาทั้งเป็นอยู่ดี
อ้างอิง
• ประวัติศาสตร์โลกฉบับไม่ง่วง สำนักพิมพ์ a book
• HISTORY. 7 Bizarre Witch Trial Tests. https://www.history.com/news/7-bizarre-witch-trial-tests