โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ซ่งอวี้หลันนางร้ายเปลี่ยนบท (มี E-book )

นิยาย Dek-D

อัพเดต 31 ธ.ค. 2566 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2566 เวลา 13.01 น. • เมิ่งอวี้อว๋า
ชีวิตก่อนว่าเหนื่อยแล้ว พอมีชีวิตใหม่อีกครั้งดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายที่เพื่อนรักแต่งซะอย่างนั้น แถมมีจุดจบที่น่าอนาถเพราะหลงผู้จนลืมคนในครอบครัวเสียนี้ ทางรอดเดียวคงต้องเปลี่ยนบทใหม่เท่านั้น

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อผู้กองสาวของกองกำลังพิเศษของหน่วยทหารอย่างร้อยเอก อวี้หลัน ดันตายลงในสนามรบ และวิญญาณของเธอได้มาอยู่ในร่างของ ไป๋อวี้หลัน นางร้ายเบอร์หนึ่งของนิยายเรื่อง ดวงใจองค์รัชทายาท ที่เพื่อนสนิทของเธอเป็นคนเขียนขึ้นให้นางร้ายอย่างเธอมีจุดจบที่แสนจะบัดซบ ผู้กองสาวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนบทใหม่เพื่อให้ตัวเองและครอบครัวที่เธอรักนั้นรอดพ้นจากจุดจบอันแสนเลวร้ายนี้ แต่ที่เธอไม่เข้าใจก็คือลาบอสของเรื่องทำไมถึงคอยตามติดเธอเป็นเงาตามตัวแบบนี้กัน ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดนางร้ายอย่างนางหรอกหรือ แล้วไหนจะใบหน้าอ่อนโยนที่ใช้มองเธอนั้นอีก หรือว่าลาบอสเรื่องนี้จะประสาทกลับเสียแล้ว……..

——————————————————————————————

สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ สำหรับนิยายเรื่องนี้ก็เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องที่สามที่ไรท์ได้แต่งขึ้นมา ซึ่งเนื้อหานิยายรวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลหรือประวัติศาสตร์ เป็นเพียงนิยายที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของไรท์เท่านั้น ส่วนนักอ่านท่านไหนชอบก็สามารถติชมนิยายได้นะคะ แต่ขอแบบสุภาพ แต่ถ้านักอ่านคนไหนไม่ชอบหรือนิยายไม่ถูกจริตก็สามารถกดข้ามได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องคอมเม้นทำร้ายจิตใจนักเขียนนะคะ สุดท้ายนี้ ฝากกดหัวใจและกดติดตามนิยายทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ ^^ “เมิ่งอวี้ฮว๋า” คือนามปากกาใหม่ของไรท์เองนะคะ

นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน

พลั่ก! กรี๊ดด!! ตุบ!

“คุณหนู!”เสียงกรีดร้องของสาวใช้คนสนิทของหญิงสาวดังขึ้นด้วยความตกใจหลังจากเห็นร่างของคุณหนูของตนพลัดตกจากบันไดลงไปยังชั้นล่าง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมชื่อดังของเมือง

ร่างบางที่ร่วงลงมาจากบันไดนับสิบขั้นแน่นิ่งหมดสติไปหลังจากกลิ้งลงถึงพื้นด้านล่างพร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลรินออกมาบริเวณขมับด้วยซ้ายที่เกิดจากแผลกระแทก สาวใช้ตัวน้อยที่ได้สติรีบวิ่งลงไปดูคุณหนูของตนเองด้วยสีหน้าตื่นตระหนกระคนหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

“คะ คุณ คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนู อึก…คุณหนูอย่าเป็นอันใดไปนะเจ้าคะ อึก.. ใครก็ได้ช่วยตามหมอให้ข้าที..” สาวใช้ตัวน้อยที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างน่ารักทั้งที่อายุก็ปาไป 18หนาวแล้วนั้นในตอนนี้ดวงตากลมโตของเจ้าตัวกำลังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสที่ไหลรินเป็นทางพร้อมกับพร่ำเอ่ยเรียกเจ้านายสาวของตนด้วยสีหน้าหวาดกลัว จนเป็นภาพที่ทำเอาผู้คนที่เห็นเหตุการณ์อยู่นั้นต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเห็นใจ

ส่วนตัวต้นเหตุที่ทำให้หญิงสาวตกลงมานั้นกลับทำเพียงยืนมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบอย่างไร้ความรู้สึกอยู่ที่เดิม โดยที่ภายในอ้อมกอดของชายหนุ่มนั้นก็มีร่างของหญิงสาวอีกคนอยู่ด้วยนั้นเอง ซึ่งหญิงสาวที่โดนผลักตกบันไดลงมานอนแน่นิ่งอยู่ก็คือ ไป๋อวี้หลัน คุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลเสบาบดีฝ่ายขวาไป๋ฮุ่ยหมิง อายุ 17 หนาว คู่หมั้นขององค์รัชทายาท ไท่เฟยฉี อายุ 20 ปีส่วนหญิงสาวในอ้อมกอดของชายหนุ่มก็คือ หวังซูเซียว อายุ17หนาว บุตรสาวคนโตของเสนาบดีฝ่ายซ้าย

“อึก..อะโอ๊ย” ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของสาวใช้ไป๋อวี้หลันก็ได้เปิดเปลือกตาขึ้นมาด้วยความมึนงงก่อนที่นางจะรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่ไหลย้อมลงมาตามกรอบหน้าสวยพร้อมกับอาการเจ็บแปล๊บที่บริเวณบาดแผลจนหลุดเสียงร้องออกมา

“โอ๊ย เจ็บชะมัด นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ยะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบากับตนเองอย่างสับสน

“คุณหนู ฮือ…ในที่สุดคุณหนูของบ่าวก็ฟื้นขึ้นมา อึก…” เสี่ยวอิง สาวใช้คนสนิทของไป๋อวี้หลัน อายุ 18 ปี เนื่องจากหญิงสาวนั้นมีรูปร่างเล็กน่ารัก บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มจึงทำให้ดูอายุน้อยเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

“เอ๊ะ ใครกัน แล้วนี้ฉันอยู่ที่ไหนกันเนี้ยะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง แต่คำพูดนั้นของนางกลับทำให้คนด้านข้างอย่างเสี่ยวถิงถึงกับดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจที่คุณหนูของตนเองนั้นเป็นอะไรไปแล้วถึงได้พูดจากแปลกประหลาดเช่นนี้หรือเป็นเพราะว่าได้รับบาดเจ็บที่หัวใช่หรือไม่ ต้องใช้แน่ ๆ

“ท่านหมอมารึยัง ใครตามหมอมาให้ข้ารึยัง!” เสี่ยวถิงร้องถามผู้คนรอบ ๆ อย่างร้อนใจ

“ขะ ข้าตามให้แล้วแม่นาง โปรดรอสักครู่” พนักงานชายในร้ายเอ่ยบอกกลับ

“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ คุณหนูโปรดรอสักครู่ท่านหมอกำลังมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ของหญิงสาวเอ่ยบอกด้วยสีหน้าปลอบประโลม

“ทำไมถะ…..โอ๊ยย” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยให้จบประโยค จู่ ๆ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ของใครบางคนก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวอย่างมากมายราวกับเขื่อนแตก จนร่างบางต้องกลั้นใจข่มกลั้นความเจ็บปวดที่เหมือนมันใช้เวลานานมากทั้งที่จริง ๆ แล้วมันพึ่งจะผ่านไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น

แต่เมื่อความเจ็บปวดจางหายไปนั้นดวงตาเรียวหงส์นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็ลืมขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม อวี้หลันถึงกับนั่งมึนงงอย่างไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเพียงความฝัน

เดิมทีแล้วอวี้หลันเป็นผู้กองสาวของหน่วยรบทหาร ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบที่กำลังปะทะกับฝ่ายตรงข้ามอยู่ แต่เพราะต้องการที่จะปกป้องลูกน้องใต้บัญชาเธอจึงได้เอาตัวเองไปบังวิถีของระเบิดจนตายลงนั้นเอง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีกลับมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้จนเมื่อได้รับความทรงจำของหญิงสาวเจ้าของร่าง ซึ่งก็คือ ไป๋อวี้หลันที่ชีวิตนางดูจะน่าเวทนาอยู่มากทั้งที่เป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกแต่กลับโดนบิดาแท้ ๆของตนเองเมินเฉยใส่ ไม่สนใจ ตั้งแต่ที่มารดาของนางตายจากไปแล้วบิดาก็เอาแต่รักใคร่บ้านของฮูหยินรองกับบุตรสาวของนาง

ยิ่งเมื่อหญิงผู้นั้นให้กำเนิดบุตรชายให้กับบิดา เขาก็ยิ่งมอบความรักและความเอาใจใส่ให้กับคนพวกนั้น ส่วนกับนางแล้วราวกับเป็นเพียงฝุ่นอากาศ แต่ที่นางยังคงได้อยู่อย่างสบายไม่ลำบากก็เพราะสัญญาหมั้นหมายที่นางมีกับองค์รัชทายาทนั้นเอง ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกรงว่านางก็คงจะต้องใช้ชีวิตไม่ต่างจากสาวใช้ภายในจวนเป็นแน่

ตั้งแต่เด็กจนโตมานั้นคนที่คอยเลี้ยงดูนางและเคียงข้างนางมาตลอดก็คือหลิวหวัง หรือแม่นมหลิว คนสนิทที่ติดตามท่านแม่ของนางมากับเด็กสาวเสี่ยวอิงสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกับนางด้วยเสี่ยวอิงนั้นก็เป็นหลานสาวของแม่นมหลิวที่ท่านรับมาดูแลก่อนที่มารดาของไป๋อวี้หลันจะแต่งมาที่จวนตระกูลไป๋แห่งนี้นั้นเอง

แต่ที่ทำให้อวี้หลันหญิงสาวจากยุค 2023 รู้สึกอยากจะตะโกนให้คอแตกก็ตรงที่โลกที่นางมาอยู่ในตอนนี้ดันเป็นโลกนิยายในเรื่อง ชายารักองค์รัชทายาท นิยายที่เพื่อนสนิทของนางนำมาให้อ่านเมื่อสามเดือนก่อนนี้เอง และจุดจบนางร้ายไร้สมองยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายโดยไม่สนว่าจะทำให้ใครต้องเดือดร้อนไปด้วย

ซึ่งจุดจบอันแสนบัดซบนั้นก็คือนางต้องโทษประหารเพราะจ้างวานคนมาลอบฆ่าหญิงอันเป็นที่รักขององค์รัชทายาทผู้แสนจะเย็นชากับทุกคนโลกแต่กลับอบอุ่นอ่อนโยนแค่เพียงนางเอกของเรื่องเท่านั้น แต่ที่นางสงสารกลับไม่ใช่คนตระกูลไป๋กับบิดาสารเลวคนนั้นแต่กลับเป็นตระกูลซ่งหรือก็คือท่านตา ท่านยาย และเหล่าท่านลุงท่านป้าพร้อมทุกคนในตระกูลซ่งที่ต้องมารับจุดจบเช่นนี้พร้อมกับนางร้ายของเรื่องเพียงเพราะไม่อาจจะทนมองเห็นหลานสาวเพียงคนเดียวต้องตกตายไปอย่างน่าสงสารเช่นนั้นได้

จนถูกบิดาสารเลวพร้อมกับพวกที่อยากจะล้มล้างตระกูลของท่านตาอยู่แล้วนั้นร่วมมือกันเพื่อใส่ร้ายท่านตาจนต้องโทษประหารทั้งตระกูลไปพร้อมกับนางร้ายของเรื่องนี้นั้นเอง เมื่อคิดมาจุดถึงตอนนี้ไป๋อวี้หลันคนใหม่จึงไม่คิดที่จะเดินตามรอยเดิมในอดีตอย่างแน่นอน นางจะต้องพาตระกูลซ่งให้อยู่รอด ส่วนพระเอกนางเอก หรือพวกตัวเอกนั้นจะไปรักกันหรือแย่งชิงนางเอกกันก็ตามสบายเถิด นางขอไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขดีกว่า

เพราะในชาติก่อนนั้นก็หนักหนามามากพอแล้ว นางเหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามไขว่คว้าขอความรักจากคนที่ไม่ได้รักมามากเกินพอแล้ว ในชาตินี้นางของใช้ชีวิตด้วยการยึดตนเองเป็นหลักเสียยังดีกว่า ส่วนตระกูลของท่านตานางก็จะต้องดูก่อนว่าพวกท่านนั้นรักและหวังดีต่อเจ้าของร่างนี้จริงตามที่ในนิยายกล่าวไว้หรือไม่ ถ้าใช่นางก็พร้อมที่จะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นรอดพ้นจากจุดจบที่ไม่ยุติธรรมนี้ให้ได้

ส่วนบิดาที่น่าชิงชังผู้นั้นกับหญิงสารเลวของเขาจะต้องได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่นอน และคนที่นางไม่คิดอยากจะข้องเกี่ยวด้วยมาที่สุดในตอนนี้ก็คือบุรุษหน้านิ่งที่ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะมีใบหน้าที่แสนหล่อเหลาเป็นดั่งเทพเซียน รูปร่าง องค์ประกอบทุกอย่างนั้นราวกับพระเอกในซีรี่ส์จีนที่นางเคยชื่นชอบ ก็ไม่สามารถทำให้นางสนใจได้อีกต่อไปแล้ว

ไป๋อวี้หลันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยการช่วยพยุงจากเสี่ยวอิงที่ตอนนี้ได้หยุดร้องไห้ไปแล้ว เมื่อร่างบางยืนได้อย่างคงที่นางก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองยังบุรุษที่เจ้าของเดิมของร่างนั้นปักใจรักจนตามืดบอดด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใด จนดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มที่สบตากลับมานั้นมีความรู้สึกคล้ายกลับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนไปและเขาเองก็กำลังจะเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปเช่นกัน

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากร่างบางด้านล่างก็หมุนตัวเดินออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไปโดยไม่แม้แต่เอ่ยลา จึงเป็นภาพที่สร้างความสับสนและมึนงงให้กับผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก หลังจากที่หญิงสาวจากไปแล้วนั้นผู้คนเองก็หันไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้กันอย่างสนุกสนาน

ทางด้านองค์รัชทายาทไท่เฟยฉีกับคุณหนูหวังซูเซียวเองก็พากันกลับจวนของหญิงสาวทันทีเช่นกันเพื่อไม่ต้องอยู่ให้ผู้คนนินทากับเร่องที่เกิดขึ้น ส่วนไป๋อวี้หลันเองหลังจากกลับมาถึงจวนแล้วนั้นก็รีบเดินตรงไปยังเรือนไป๋หลันของตนเองในสภาพเลือดอาบใบหน้าอย่างนั้นโดยที่นางเองก็ไม่คิดที่จะเช็ดหรือทำความสะอาดแผลก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว

จนเมื่อร่างบางนั้นเดินเข้ามาภายในเรือนนอนก่อนจะเอ่ยบอกกับเสี่ยวอิงสาวใช้ตัวเล็กที่เดินตามหลังมาอย่างเงียบ ๆโดยไม่พูดจาหรือสอบถามร่างบางเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากเสี่ยวอิงเองก็พึ่งเคยเห็นคุณหนูของตนนิ่งสงบหลังจากที่เจอเรื่องราวอันแสนเลวร้ายมา ไม่เอะอะ โวยวาย ระบายโทสะเหมือนอย่างเคย

“เสี่ยวอิง เจ้าไปหาผ้าสะอาดกับน้ำอุ่นมาให้ข้าที”

“เจ้าค่ะคุณหนู”เอ่ยรับคำจบเสี่ยวอิงก็รีบออกไปทำตามคำสั่งทันที

แต่ในระหว่างที่ร่างบางกำลังจะถอดชุดที่เปื้อนเลือดออกนั้นเสียงแม่นมหลิวก็ดังขึ้นที่ด้านนอกก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออก จากนั้นร่างผอมแห้งของหญิงวัยกลางคนก็เดินผ่านประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เนื่องจากหลิวหวังนั้นกำลังไปจัดสำหรับอยู่ที่ครัวแล้วเกิดได้ยินพวกสาวใช้พูดคุยกันถึงเรื่องที่คุณหนูของนางได้รับบาดเจ็บกลับมาด้วยความร้อนใจนางจึงได้ทิ้งทุกอย่างแล้วตรงดิ่งกลับมายังเรือนไป๋หลันอย่างรีบร้อนเพื่อมาดูว่าคุณหนูของตนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

“ว๊าย! คุณหนูของบ่าว ทำไมถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ” เสียงร้องของหลิวหวังดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ตื่นตระหนกเมื่อได้เห็นสภาพของผู้เป็นนายที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรรังตามใบหน้าสวยและเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดหยดใส่เป็นแห่ง ๆ ช่างเป็นภาพที่น่าปวดใจสำหรับแม่นมหลิวเป็นอย่างมาก

=====================================================

เอ้าเปิดมาตอนแรกน้องก็หัวแตกซะแล้ว แล้วตอนหน้าจะเป็นยังไงต่อละเนี้ยะ

บิดาผู้เห็นแก่ตัว

“อ่า….แม่นมท่านอย่าทำสีหน้าเช่นนั้นสิ ข้าไม่เป็นอันใดมากหรอก” ไป๋อวี้หลันเอ่ยบอกหญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่กำลังยืนน้ำตาคลออย่างน่าสงสาร

“อึก….คุณหนูของบ่าว ใครกันถึงกล้าทำร้ายท่านจนเลือดตกยางออกถึงเพียงนี้เจ้าคะ” แม่นมหลิวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ

“อ้อ…ก็คู่หมั้นสุดเลิศเลอของข้าอย่างไรเล่า เพื่อปกป้องสตรีที่เขารัก เขาถึงกลับผลักข้าตกบันไดเชียวนะ แม่นมคิดว่าข้ายังควรที่จะตบแต่งกับบุรุษเช่นนี้อยู่อีกรึไม่กัน” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าตัวนางกำลังบอกเล่าเรื่องราวทั่วไป แต่หญิงวัยกลางคนกลับมีสีหน้าตื่นตะลึงกับความจริงที่ได้รับรู้ และตัวของหลิวหวังเองก็ไม่คาดคิดว่าองค์รัชทายาทจะกล้าลงมือทำร้ายคุณหนูของตนเองได้ถึงเพียงนี้

ยิ่งมองดูสภาพหญิงสาวที่ตนเองรักสุดหัวใจคอยเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมกลับต้องมาเจ็บตัวจากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของตนช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไหนจะบิดาที่เห็นแต่ผลประโยชน์และหลงมัวเมาในมารยาสตรีแพศยานางนั้นจนลืมสิ้นสิ่งที่นายหญิงของนางได้ร้องขอเอาไว้ก่อนตายว่าให้ดูแลปกป้องคุณหนูของนางให้ดีที่สุด

แต่ผ่านไปเพียงแค่สามเดือนนายท่านกลับลืมสิ้นแทบทุกสิ่งหลงมัวเมากับสตรีที่ตบแต่งเข้ามาทีหลังอย่างฮูหยินรองเป่าลี่อิน สตรีที่นายท่านช่วยเหลือเอาไว้เมื่อตอนเดินทางไปราชกาลที่ต่างเมือง พอกลับมาเมืองหลวงสตรีนางนั้นก็ได้ตั้งท้องคุณหนูรองอย่าง ไป๋ลี่หลิน เสียแล้วนายหญิงเห็นว่าไม่สามารถทำร้ายเด็กตาดำ ๆที่ไม่มีความผิดได้จึงยอมเฉือนเนื้อหัวใจตัวเองเพื่อให้สามีของตนตบแต่งสตรีนางนั้นเข้ามาอยู่ในจวน

จนเวลาผ่านไปไม่นานสตรีร้ายกาจนางนั้นก็เริ่มออกลาย ชอบอวดเบ่งอำนาจใส่บ่าวไพร่ในจวน บ้างก็ตีสองหน้าใส่ร้ายฮูหยินเอกว่ารังแกนางอย่างนั้น กดขี่อย่างนี้ ส่วนบุรุษหูเบาไม่หนักแน่นอย่างไป๋ฮุ่ยหมิงก็หลงเชื่อคำพูดพวกนั้นจนพาทำให้เกลียดฮูหยินเอกที่ร่วมเรียงเคียงหมอนมาด้วยกันจนสร้างความเจ็บปวดให้กับมารดาของไป๋อวี้หลันและในที่สุดซ่งเจียวเหมย ก็ตรอมใจตายลงในที่สุดนั้นเอง

แต่แทนที่ไป๋ฮุ่ยหมิงจะรู้สึกผิดที่เป็นตนเหตุทำให้ฮูหยินเอกของตนเองต้องตรอมใจตายกลับกลายมาเป็นกล่าวโทษว่าเป็นเพราะไป๋อวี้หลันที่ทำตัวร้ายกาจจนทำให้มารดาของตนเองต้องป่วยตายเสียอย่างนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไป๋อวี้หลันนั้นมีนิสัยโมโหร้าย ชอบอาระวาดเพื่อระบายอารมณ์ของตนเอง

พอนึกมาถึงตรงนี้ใบหน้างามก็คล้ายจะมืดครึ้มขึ้นมาอยู่ไม่น้อย เพราะถึงแม้ว่าบิดาจะหมางเมิน ไม่สนใจ อยู่อย่างไร้ตัวตนแต่ไป๋อวี้หลันคนเก่าก็ยังคงหวังในตัวบิดาไม่เอาไหนคนนั้นอยู่เสมอ แต่สำหรับไป๋อวี้หลันคนใหม่นี้นางบอกเลยว่าไม่มีแม้เสี้ยวความคิดที่จะหวังในตัวบิดาผู้นั้น ไม่หวังในความรัก ความเมตตา ความเอ็นดูจากอีกฝ่ายอีกต่อไป

“คุณหนูผ้าสะอาดกับน้ำอุ่นบ่าวเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยงอิงเอ่ยบอกหลังจากเดินเข้ามาภายในเรือนของผู้เป็นนาย

“อื้ม ขอบใจเจ้ามาก แม่นมข้าขอไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันนะเจ้าคะเอาไว้ค่อยมาพูดคุยเรื่องนี้อีกที” ร่างบางเอ่ยจบก็เดินออกจากเรือนไปยังห้องอาบน้ำทันทีโดยไม่ได้สนใจเสียงของทั้งสองคนอีกต่อไป

เมื่อเข้ามาถึงห้องอาบน้ำสิ่งแรกที่ไป๋อวี้หลันทำก็คือการสำรวจแผลบนขมับด้านที่เป็นแผลปรากฏว่ามีรอยแผลแตกขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กมากตรงบริเวณนั้นดังนั้นหญิงสาวจึงได้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นก่อนจะเช็ดคลาบเลือดออกจากใบหน้าของตนเองอย่าช้า ๆ จนในที่สุดใบหน้าเนียนใสก็เผยให้เห็น ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกตรงหน้าของร่างบางก็คือ

หญิงสาวที่มีใบหน้าเรียวสวยดวงตาเรียวหงส์สีน้ำตาลอ่อนที่ปกคลุมไปด้วยแผงขนตางอนยาว จมูกเชิดรันเล็กน้อยรับกับปากบางอวบอิ่มสีชมพู ผมยาวสลวยสีน้ำหมึกเงางามที่ปล่อยให้แผ่นยาวลงเต็มแผ่นหลังยาวลงไปจนถึงสะโพกงาม ภาพหญิงสาวตรงหน้านั้นช่างงดงามและน่าหลงใหลอย่างที่หญิงสาวไม่ค่อยได้พบเห็น

แต่ก็ต้องบอกว่านางร้ายในเรื่องนี้ตามที่นิยายได้บรรยายเอาไว้ก็ถือว่าตรงปกตามที่บรรยายเอาไว้ว่าไป๋อวี้หลันนั้นเป็นสตรีที่งดงามหาใครเปรียบได้ยาก เพียงแต่ต่อให้มีใบหน้าที่งดงามแล้วอย่างไร้ ถ้านิสัยร้ายกาจผู้คนต่างก็เมินหน้าหนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากที่สำรวจดูร่างกายจนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นไป๋อวี้หลันจึงได้อาบน้ำชำระร่างกายของตนเองก่อนที่จะสวมใส่ชุดคุมแล้วกลับเข้าไปยังเรือนนอนเพื่อผลัดเปลี่ยนเป็นชุดอื่น ซึ่งแม่นมหลิวกับเสี่ยวอิงเองก็ยังคงนั่งรอหญิงสาวอยู่ภายในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งอยู่เช่นนั้นตลอดเพื่อรอช่วยคุณหนูของพวกตนจะเรียกใช้ แต่ไป๋อวี้หลันที่พึ่งจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ต้องถอนหายใจออกมายาว ๆหนึ่งครั้งเมื่อได้ยินเสียงที่น่ารำคาญของใครบางคน

“เจ้าอยู่ไหนโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะนังไป๋อวี้หลัน!”เสียงแหลมสูงของไป๋ลี่หลินหรือบุตรตรีสุดที่รักของท่านเสนาบดีไป๋ที่อยู่ต่อหน้าบิดาจะเป็นหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนช้อยกริยางดงาม แต่พออยู่กันตามลำพังกับพี่สาวต่างมารดากลับกลายร่างเป็นสตรีร้ายกาจเสียอย่างนั้น ชอบอิจฉาในรูปโฉมของพี่สาวต่างมารดาจึงได้คอยหาทางกลั้นแกล้งอีกฝ่ายให้โมโหอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นที่มาของข่าวลือที่ว่าคุณหนูใหญ่ไป๋นั้นมีนิสัยโหดร้ายชอบทำร้ายทุบตีน้องสาวต่างมารดาและบ่าวไพร่ในเรือนนั้นเอง

“ข้าบอกให้เจ้าโผล่หัวออกมา! อย่ามัวแต่มุดหัวอยู่ในกระดอง วันนี้ข้าจะต้องถามเอาความจริงจากปากของเจ้าให้ได้ว่าไปก่อเรื่องอะไรให้องค์รัชทายาททรงไม่พอใจกัน!”เสียงแหลมสูงยังคงตะโกนอยู่นอกเรือนอย่างโกรธเกรี้ยวจนทำเอาป๋อวี้หลันที่ไม่ชอบเสียงดังถึงกับรู้สึกไม่สบายที่แก้วหูขึ้นมาทันที

ร่างบางที่คิดแล้วว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ยอมไปไหนอย่างแน่นอนจึงได้บอกให้เสี่ยวอิงเปิดประตูเรือนก่อนที่ร่างบางจะเดินออกมายืนด้านหน้าเรือนด้วยท่าทีสงบนิ่ง เมื่อไป๋ลี่หลินเห็นว่่าอีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีโมโหเหมือนเช่นทุกครั้งที่ตนมาหาเรื่องก็รู้สึกไม่พอใจบวกกับข่าวลือที่ได้ยินมาเมื่อไม่นานมานี้ว่าพี่สาวผู้โง่งมคนนี้ได้ไปสร้างเรื่องให้กับองค์รัชทายาทบุรุษที่นางหลงรักและอยากจะแย่งชิงมาจากสตรีชั่วผู้นี้

“วันนี้เจ้าไปทำสิ่งใดให้องค์รัชทายาททรงโกรธจนถึงกับต้องลงไม้ลงมือกับเจ้ากันหะนักโง่”

“หืม…..นี้คือสิ่งที่มารดาของเจ้าสั่งสอนมาเช่นนั้นรึ กริยาทราม วาจาก็ทราม แถมยังไม่รู้จักที่ยืนของตนเองอีกด้วยสินะ” ไป๋อวี้หลันเอ่ยตอบด้วยท่าทีเฉยเมย แต่คนที่ฟังกลับอารมณพุ่งขึ้นสูงด้วยไฟโทสะจากการถูกคนที่ตนเองมองว่าโง่งมด่าทอกลับมา

“จะ….เจ้านังเด็กกำพร้า! เพาะมารดาของเจ้ามันเป็นหญิงแพศยาอย่างนี้ไงท่านพ่อถึงได้มอบความรักให้กับท่านแม่ของข้าแต่เพียงผู้เดียว จะมีบุรุษใดชอบพอหญิงแพศยาเช่นมารดาของเจ้าที่มีนิสัยชั่วร้าย ร้ายกาจ ดีที่มารดาของเจ้านั้นมาชิงตายไปเสียก่อนไม่เช่นนั้นก็คงจะถูกสาวเอาไส้ที่เน่าเฟะนั้นออกมาประจานให้อับอายผู้คนอย่างแน่นอนฮึ!” ไป๋ลี่หลินที่รู้ถึงจุดอ่อนที่จะทำให้พี่สาวต่างมารดาโมโหจนขาดสตินั้นมีเพียงเรื่องของมารดานางเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้อีกฝ่ายจึงจงใจพูดจาว่าร้ายถึงมารดาของอีกฝ่ายเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้หญิงสาวตรงหน้าระเบิดออกมาจะได้มีข่าวลือเสีย ๆหายๆปล่อยออกไปอีก เพื่อให้องค์รัชทายาทนั้นของถอยหมั้นแล้วเปลี่ยนตัวคู่หมั้นใหม่มาเป็นนางแทนนั้นเอง ด้วยเหตุผลข้อนี้ไป๋ลี่หลินจึงได้ยอมเจ็บตัวมาโดยตลอดเพื่อให้สมจริงกับข่าวลือมากที่สุด

แต่หลังจากมีข่าวลือว่าองค์รัชทายาทกำลังไปชอบพอกับคุณหนูใหญ่หวังซูเซียวคู่อริของบิดาของตนเองอยู่นั้นก็ทำเอาหญิงสาวนั้นสติแทบหลุดจนอยากจะไปกระชากหัวของพี่สาวผู้แสนจะไม่ได้เรื่องคนนี้ว่าทำไมถึงได้ปล่อยให้คู่หมั้นของตนไปไหนมาไหนกับสตรีหน้าด้านพวกนั้นกัน นางจึงเอาความไม่พอใจทุกอย่างไปลงที่พี่สาวต่างมารแทบจะทุกครั้ง ซึ่งทุกครั้งสตรีโง่ตรงหน้าก็ไม่เคยมีวาจาเชือดเฉือนตอบกลับเช่นครั้งนี้

ดูเหมือนว่าพี่สาวต่างมารดาของนางจะต้องได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองมาอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่มีท่าทีวางเฉยเหมือนไม่ได้สนใจแบบนี้อย่างแน่นอน

“หึ เป็นแค่ลูกเมียน้อยแต่กลับกล้ามายืนด่าพี่สาวที่เป็นบุตรฮูหยินเอกเช่นนี้ ข้าเกรงว่าคงต้องบอกให้ท่านเสนาบดีไป๋จ้างครูมีความสามารถมาสอนเรื่องพวกนี้แทนมารดาของเจ้าเสียแล้วกระมัง” ไป๋อวี้หลันที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นก่อนจะกระตุกยิ้มเหยียด ๆ ส่งไปให้น้องสาวต่างมารดาอย่างกวนโทสะ

“จะ เจ้านังไป๋อวี้หลัน! ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเรื่องที่เจ้าไปสร้างในวันนี้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเจ้าจะยังสามารถเชิดหน้าอยู่แบบนี้ได้อีกไหม”ไป๋ลี่หลินเอ่ยอย่างเป็นต่อ เพราะถ้าเป็นเรื่องลูกรักแล้วนั้นบิดานั้นรักและเอ็นดูนางยิ่งกกว่าใครอยู่แล้ว

“เช่นนั้นรึ? คิดว่าข้าจะสนใจเรื่องของบุรุษที่เห็นแก่ตัวเช่นนั้นรึ”ร่างบางเอ่ยตอบอย่างไม่ยีระ

“งั้นรึ! ” เสียงของเสนาบดีไป๋ดังขึ้นหลังจบประโยคที่หญิงสาวเอ่ยไปเมื่อครู่

“!!!” ทุกคนต่างก็หันกลับไปมองทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมใบหน้าตกใจของทุกคน แต่จะมีเพียงคนเดียวที่ยังคงมีสีหน้าเรียบสนิทราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อ!” ไป๋ลี่หลิน

“นายท่าน!” สาวใช้และแม่นมหลิว

“ท่านเสนาบดี” ไป๋อวี้หลัน

“ใครสั่งสอนให้เจ้าเอ่ยเรียกบิดาด้วยชื่อแบบนั้นกันหะนังลูกไม่รักดี!” เสียงตะวาดดังลั่นด้วยโทสะของชายวัยกลางคนที่มีร่างกายแกร่งกำยำอยู่ และใบหน้าเองก็ยังคงความหล่อเหลาตามเดิมเมื่อตอนยังหนุ่ม

=====================================================

ถ้าพ่อจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้ ยัยน้องก็ไม่ต้องทนอยู่ดีกว่าไหมเนี้ยะ

จดหมายถึงท่านตา

“ข้าคิดเองได้เจ้าค่ะไม่จำเป็นต้องมีใครมาสอนในเรื่องนี้”หญิงสาวเอ่ยตอบผู้เป็นบิดา

“ดียิ่ง นอกจากจะเอาแต่สร้างปัญหาให้ข้าคอยตามล้างตามเช็ดแล้ว แกยังทำตัวหน้าด้านตามหึงหวงบุรุษไปทั่วเช่นเดียวกับมารดาของเจ้าสินะนังลูกสารเลว!” ไป๋ฮุ่ยหมิงที่เผลอเอ่ยพาดพิงถึงมารดาของอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเพราะความโมโห

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ ถ้าหากว่าการที่ตระกูลไป๋มีข้าเป็นคุณหนูใหญ่มันจะสร้างความอับอายและปัญหามากมายให้กับท่านเสนาบดีไป๋ถึงเพียงนี้เช่นนั้นข้าขอรบกวนท่านช่วยลบชื่อข้าออกจากผังตระกูลด้วยก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

เพี้ยะ!

จบคำของร่างบางฝ่ามือหนาของไป๋ฮุ่ยหมิงก็ตบลงไปที่แก้มนวลอย่างแรงจนใบหน้างามของไป๋อวี้หลันนั้นหันไปตามแรงตบ ก่อนที่จะขึ้นสีแดงเป็นรอยฝ่ามือในเวลาต่อมาจนดูน่ากลัว

“!!!”

“นะ นายท่าน!” เสียงของแม่นมหลิวเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ

“อย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าลงมือกับเจ้านะ ต่อให้จะเป็นหลานสาวของตระกูลซ่งแต่ที่นี้เจ้าคือลูกสาวของข้าไม่ว่าข้าจะทำอะไรกับเจ้า เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาโต้แย้งทั้งสิ้น!” เสียงตวาดดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณตามไฟโทสะที่เจ้าของจวนมี

“ก็ดีเจ้าค่ะ ข้าจะถือว่าตบเมื่อครู่นี้เป็นการตอบแทนบุญคุณที่ทำให้ข้านั้นเกิดมา นับจากนี้ต่อไปข้าไม่ใช่คนของตระกูลไป๋อีกต่อไป” ร่างบางเอ่ยบอกด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับน้ำเสียงเด็ดขาด

“ได้! ในเมื่อเจ้าจองหอง อวดดีได้ขนาดนี้ก็ไสหัวของเจ้าออกไปจากจวนของข้าซะ! เพราะองค์รัชทายาทเองก็ได้ส่งหนังสือถอนหมั้นมาให้ข้าแล้ว ส่วนเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป แต่ห้ามเอาอะไรจากจวนนี้ไปด้วย จะไปก็ไปแต่ตัวเสีย” ไป๋ฮุ่ยหมิงเอ่ยบอกจบก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไปแต่ก็ถูกร่างบางเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านเสนาบดี ก่อนที่ข้าจะไปรบกวนท่านช่วยคืนสินเดิมของท่านแม่พร้อมหนังสือตัดขาดมาให้กับข้าด้วยนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ข้าคงต้องแจ้งให้กับท่านตาทราบอย่างเลี่ยงไม่ได้เป็นแน่”หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยใบหน้านิ่งสงบไร้ร่องรอยของความเสียใจจนเสนาบดีไป๋ที่ถูกอีกฝ่ายคอยตามใจมาโดยตลอดถึงกับงุนงง แต่เมื่อเขามองจนแน่ใจแล้วว่าบุตรสาวตรงหน้าของเขาพูดเมื่อครู่นี้คือความจริง โทสะจากเดิมก็มากอยู่แล้วก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนชายวัยกลางคนอยากจะลงไม้ลงมือกับหญิงสาวตรงหน้าให้สาสมกับความโกรธที่มีในตอนนี้

“อย่าได้คิดว่าข้าจะยืนเฉยให้ท่านได้ลงมือกับข้าเป็นครั้งที่สองนะเจ้าคะ ข้าขอเตือนท่านเอาไว้ก่อนว่าความอดทนของข้าเองก็มีขีดจำกัดของมันเช่นกัน ท่านคงไม่คิดว่าหลานสาวท่านแม่ทัพจะเป็นสตรีที่อ่อนปวกเปียกหรอกนะเจ้าคะ”

“เจ้า! นังลูกอกตัญญู ได้ข้าจะให้พ่อบ้านไปจัดการให้ส่วนเรื่องสินเดิมของมารดาเจ้านั้นข้าคงต้องบอกว่าไม่มีแล้วนั้นแหละเพราะแม่ของเจ้าเอาไปใช้จนหมดแล้วยังไงละ”

“จริงหรือเจ้าคะแม่นม” หญิงสาวหันหน้าไปถามแม่นมหลิวที่อยู่ด้านข้างอย่างไม่สนใจในสิ่งที่ไป๋ฮุ่ยหมิงเอ่ยบอกแม้แต่น้อย

“มะ ไม่ อึก จริงเจ้าค่ะคุณหนู”หลิวหวังอ่ยตอบคุณหนูของนางอย่างยากลำบากเพราะถูกสายตาคมเข้มจ้องเขม็งมาที่ตนจนในที่สุดก็ต้องพูดโกหกออกไปด้วยเกรงว่าหากพูดความจริงออกไปว่าสินเดิมของนายหญิงทั้งหมดนั้นถูกนายท่านนำไปใช้หมดแล้วคงจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาเป็นแน่

“แม่นมเจ้าคะ ท่าจะไปกับข้าหรือว่าจะอยู่ที่จวนแห่งนี้ต่อไปกัน” ไป๋อวี้หลันเองก็ย่อมรู้ว่าสิ่งที่แม่นมเป็นกังวลนั้นคือเรื่องอะไรนางจึงต้องเอ่ยถามความสมัครใจของอีกฝ่ายว่าต้องการที่จะไปกับตนเองหรืออยู่ที่จวนแห่งนี้ต่อไป โดยปล่อยผ่านเรื่องสินเดิมของมารดาไปเสียเพราะนางเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้มันคืนอยู่แล้ว

“คะ คุณหนู! ทำไมท่านจึงได้ถามข้าเช่นนั้นกันเจ้าคะ ต่อให้ต้องไปตกระกำลำบากข้างนอกมากมายเพียงใดของแค่มีคุณหนูอยู่ข้าก็พร้อมจะไปกับท่านเจ้าค่ะ”

“ขอบใจแม่นมมากเจ้าค่ะ แล้วเจ้าเล่าเสี่ยวอิง” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณกับแม่นมของตนเสร็จก็หันไปเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทต่อ

“ข้าก็ต้องไปกับคุณหนูอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

“ได้ เช่นนั้นในเมื่อสินเดิมของท่านแม่ข้าก็ไม่ได้คืนแล้วข้าขอแค่ทั้งสองคนนี้ไปกับข้าคงจะไม่มากเกินไปหรอกใช่หรือไม่เจ้าคะ” ไป๋อวี้หลันที่รู้อยยู่ก่อนแล้วว่าสินเดิมของมารดาคงถูกบุรุษเห็นแก่ตัวผู้นี้นำไปใช้แล้วจึงได้เอ่ยแกมข่มขู่ให้อีกฝ่ายยอมมอบทั้งสองคนนี้ให้กับตนเองเสียเพื่อจบปัญหาเรื่องนี้

“ได้ เอาตามที่เจ้าต้องการ “เอ่ยจบไป๋ฮุ่ยหมิงก็เดินจากไปทันที จะเหลือก็เพียงแค่ไป๋ลี่หลินที่ยังคงยืนหัวเราะเย้ยหยันหญิงสาวด้วยความสาแก่ใจ

“ในที่สุดวันที่เจ้าโดนเขี่ยออกจากตระกูลก็มาถึง ข้าจะรอดูว่าคนอย่างเจ้าถ้าไม่ได้เป็นคุณหนูใหญ่ไป๋ เจ้าจะยังเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองแบบนี้ได้อีกไหม” ไป๋ลี่หลินเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไปด้วยความสุขที่ได้เห็นศัตรูหัวใจและมารความสุขโดนไล่ออกไปเสียที

“คะ คุณหนูเจ้าคะ บ่าวผิดเองเจ้าค่ะที่ไม่ยอมเอ่ยห้ามนายหญิงตั้งแต่ตอนที่นายท่านมาขอหยิบยืมสินเดิมไปใช้ก่อน แต่คุณหนูไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ นายหญิงรู้ว่าถ้าท่านจากไปแล้วคุณหนูจะต้องได้รับความลำบากอย่างแน่นอน นายหญิงจึงได้มอบสินเดิมบางส่วนให้ข้าเก็บรักษาเอาไว้ เดี๋ยวข้าไปนำมามอบให้คุณหนูนะเจ้าคะ” หลิวหวังเอ่ยกระซิบเสียงเบากับหญิงสาวอย่างระมัดระวังก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปยังที่ซ่อนสมบัติทันที

“อ่า อย่างน้อยท่านแม่ก็ไม่ตามืดบอดจนเกินไปสินะ เสี่ยวอิงเจ้าพอจะติดต่อกับท่านตาของข้าได้หรือไม่” ไป๋อวี้หลันเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าในนิยายนั้นท่านตากับทุกคนในตระกูลซ่งต่างก็รักและหวังดีกับนางเสียยิ่งกว่าบิดาแท้ ๆเสียอีกจึงได้เอ่ยถาม

เพราะในนิยายของเรื่องก่อนที่นางร้ายอย่างไป๋อวี้หลันจะถูกจองจำนั้นเสี่ยวอิงเป็นคนที่นำเรื่องนี้ไปบอกกับ ซ่งเฉิงป๋อ ผู้เป็นตาของไป๋อวี้หลัน เดิมทีแล้วมารดาของนางร้ายนั้นเป็นถึงบุตรสาวคนเล็กของตระกูลซ่ง ซึ่งซ่งเฉิงป๋อนั้นเป็นถึงอดีตราชครูของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และบุตรชายทั้งสองของเขาก็ยังมีหน้าที่การงานที่ดีอีกด้วย

โดยลูกชายคนโต ซ่งฉือตง นั้นเป็นแม่ทัพใหญ่ประจำทิศบูรพา ทำหน้าที่ปกป้องเมืองหลวงแห่งนี้พร้อมกับบุตรชายอย่าง ซ่งฉือลู่ ที่เป็นรองแม่ทัพ ส่วนบุตรชายคนรอง ซ่งไห่หนาน ชอบทำการค้าจนตอนนี้เป็นถึงคหบดีที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆของแคว้นแห่งนี้ มีกิจกาจอยู่ทั่วทุกแคว้น พร้อมผู้ช่วยอย่าง ซ่งไห่หมิง บุตรชายผู้เดินรอยตามบิดาที่ชอบค้าขายเช่นกัน

ดังนั้นตระกูลซ่งเองจึงถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจรองจากเจ้าครองแผ่นดินอยู่ในตอนนี้ จึงไม่แปลกที่ผู้คนต่างให้ความยำเกรงกับตระกูลซ่งที่เป็นตระกูลเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินใหม่ ๆ เพียงแต่หลังจากที่บุตรสาวคนเล็กของนายท่านซ่งนั้นดื้อดึงขัดคำสั่งของผู้เป็นบิดามาแต่งงานกับไป๋ฮุ่ยหมิงบุรุษผู้เป็นรักแรกจนถูกตัดขาดจากตระกูล

ตั้งแต่นั้นมาซ่งเจียวเหมยก็ไม่เคยติดต่อบ้านเดิมกลับไปอีกเลย ส่วนทางด้านนายท่านซ่งเองก็คิดว่าบุตรสาวนั้นคงอยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจึงไม่ได้ติดต่อกับนาง เพราะหลังจากแต่งงานซ่งเจียวเหมยก็ไม่เคยติดต่อหรือกลับไปเยี่ยมบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ความจริงแล้วนั้นก่อนทรี่หญิงสาวจะเสียชีวิตไปนางได้แอบให้หลิวหวังนำจดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายไปส่งมอบให้กับผู้เป็นบิดาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด

และร้องขอกับบิดาเป็นครั้งสุดท้ายว่าให้ช่วยปกป้องดูแลไป๋อวี้หลันแทนนางด้วย ตั้งแต่นั้นมาไป๋อวี้หลันจึงได้มีองครักษ์คอยติดตามอยู่ห่าง ๆมาโดยตลอดเพียงแต่เจ้าตัวกลับไม่เคยรับรู้เลย แถมยังปักใจเชื่อคำหลอกลวงของบิดา ว่าเป็นเพราะท่านตาที่ทำให้มารดาของนางต้องตรอมใจจากไป นี้เองจึงเป็นเหตุผลที่หญิงสาวไม่คิดที่จะติดต่อไปยังตระกูลซ่งเลยสักครั้ง

แต่ไม่ใช่กับไป๋อวี้หลันคนใหม่ที่ตอนนี้ได้ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้กับสาวใช้เพื่อนำไปส่งให้กับองครักษ์ที่อยู่นอกจวนตามความทรงจำในเนื้อหานิยาย

“เสี่ยวอิงข้ารบกวนเจ้าช่วยนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้กับคนของท่านตาที่อยู่นอกจวนที”

“คะ คุณหนูทราบแล้วหรือเจ้าคะว่านายท่านได้ส่งคนมาคอยดูแลคุณหนูอย่างเงียบ ๆ” เสี่ยวอิงเองกลับเป็นฝ่ายตกใจเพราะไม่คาดคิดว่าคุณหนูของตนจะรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว เพราะนอกจากนางกับแม่นมแล้วไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยแม้แต่คนของนายท่านไป๋ก็ยังไม่รู้

“อืม….รีบไปซะ” ร่างบางเอ่ยตอบเพียงสั้น ๆก่อนจะหมดตัวกลับเข้าไปภายในเรือนเพื่อเก็บของที่จำเป็นและเป็นของของตนเองรอเวลาที่ทั้งสองจะกลับมา

=====================================================

ตอนนี้ออกจากจวน ตอนหน้าก็คงจะต้องสร้างจวนเป็นของตัวเองซะแล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...