โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แท็กซี่เบนซ์ ยะลา-เบตง บทสนทนาบนถนนหมายเลขที่ 410

The Momentum

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 11.00 น. • THE MOMENTUM

ฝนเทมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

เป็น 2 ชั่วโมงแห่งสายฝนไร้ระเบียบ

กระซ่าน กระเซ็น กระจัด กระจาย

เสียงฝนมาพร้อมกับบรรยากาศที่เย็นฉ่ำ และไม่มีทีท่าจะหยุดตกง่ายๆ

“มาเบตง แต่ไม่นั่งแท็กซี่เบนซ์แปลว่ามาไม่ถึงนะน้อง”

เสียงทักทายที่แทรกมากับสายฝนที่ตกแบบสะเปะสะปะดังขึ้น หลังจากเราย่างเท้าสู่ตลาดเสรี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สถานที่จอดคิวรถ ‘แท็กซี่เบนซ์’ ที่ไม่ว่าเม็ดฝนจะเทกระหน่ำ แดดจะแรงแผดเผาแค่ไหน พวกเขาก็พร้อมต้อนรับ เป็นคนขับ เป็นไกด์ เป็นเพื่อนโดยสารขนส่งทุกคนไปยังปลายทางที่ ‘เบตง’

หลังจากใช้สายตากวาดไปทั่วคิวรถแท็กซี่เบนซ์ เบนซ์รุ่นคลาสสิกได้จอดเรียงรายอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 คัน รอคิวพร้อมออกไปโลดแล่นบนท้องถนน โดยมีรุ่นยอดนิยมคือ เบนซ์ตาหวานและเบนซ์หางปลา อย่างรุ่น 240D 280S และ 300D

“ไปเบตง 800 บาท นั่งได้ 4 คน ตกคนละ 200 บาท” แบผู้ดูแลคิวรถแท็กซี่เบนซ์บอกราคาแก่เรา (แบ ภาษามาลายูแปลว่าพี่ชาย) และขายของอย่างหนักต่อว่า ด้วยห้องโดยสารรถเบนซ์ที่กว้างขวาง การนั่งบนรถ 4 คนจึงไม่มีความอึดอัด ท้ายรถก็บรรจุของได้เยอะ ยิ่งช่วงเวลาที่ฝนตกรถเบนซ์ก็เกาะถนนแน่น สมดุลรถดี เมื่อรวมกับคนขับที่มีความชำนาญ จดจำได้ทุกเส้นโค้งบนท้องถนน รู้ถึงขั้นว่าโค้งไหนควรผ่อนควรเร่งความเร็วอยู่ระดับไหน นอกจากแท็กซี่เบนซ์จะรับรองความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว ใครอยากมีเพื่อนคุยระหว่างทาง หรือไกด์นำเที่ยวสักคนก็ไม่มีปัญหา

“จัดมา 1 คันค่ะ” รถเบนซ์รุ่น 380 SE สีแดงคันใหญ่ เป็นพาหนะที่จะพาเราไปสู่เบตงวันนี้ มาพร้อมกับโชเฟอร์ ‘แบโฮะ’ ที่เป็นเพื่อนพูดคุย แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหารตลอดระยะทางกว่า 126 กิโลเมตร บนถนนหมายเลขที่ 410

“เดี๋ยวผมจะโชว์ให้ดูว่า แท็กซี่เบนซ์เบตงของจริงเขาขับกันอย่างไร” แบเอ่ยขึ้นหลังจากรถออกตัวมาได้สักระยะ

“แท็กซี่เบนซ์มีของจริงของปลอมด้วยหรือ แล้วของจริงขับอย่างไร” เราเอ่ยถาม

“แท็กซี่เบนซ์เบตงของจริงต้องขับมือเดียว” แบพูดพร้อมกับยื่นมือขวาออกนอกหน้าต่าง บทสารพัดสนทนาจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่แบเริ่มขับขี่ด้วยมือข้างเดียว

Living in the Red Zone ชีวิต ความฝัน และผู้คนชายแดนใต้ คือซีรีส์ที่ The Momentum ภูมิใจนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากผู้คนหลากหลายบทบาทและอาชีพ เพื่อทำความเข้าใจหนึ่งในดินแดนที่ ‘พิเศษ’ และมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศไทยแห่งนี้

แบโฮะพูดถึงรถร่วมทุกข์ร่วมสุขคันนี้ว่า เบนซ์คันนี้อายุ 45 ปีแล้ว รถจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2520 โดยเขาซื้อรถเพื่อนยากคันนี้ต่อมาจากคนอื่นในราคาแสนกว่าบาท อาชีพคนขับแท็กซี่เบนซ์ของเขาจึงเริ่มขึ้นในวัยหนุ่มอายุประมาณ 26-27 ปี และขับล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ก็อายุ 65 ปีแล้ว

“ถ้าให้ผมพูดถึงจุดเด่นแท็กซี่เบนซ์ว่าคืออะไร เดี๋ยวก็มาบอกว่าผมโม้อีก” แบโฮะพูดพร้อมกับหัวเราะ เขาพูดถึงข้อดีของแท็กซี่เบนซ์ต่อว่า คนขับชำนาญพื้นที่ เพราะเส้นทางยะลา- เบตง ค่อนข้างขับยาก ด้วยถนนที่มี 2 เลน และมีทางโค้งมากกว่า 360 โค้ง

“ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือพวกเราขับเก่งนั่นแหละ (ขำ) ถ้าผมไปขับรถที่กรุงเทพฯ ผมก็คงชำนาญสู้แท็กซี่หรือคนขับแถวนั้นไม่ได้ แต่ที่นี่เบตงเราขับจนเชี่ยวชาญ ขับมานานเป็นสิบยี่สิบปีแล้ว”

แบโฮะตอบคำถามของเราว่าทำไมแท็กซี่ยะลา-เบตง ถึงต้องใช้รถเบนซ์ นั่นเพราะรถขนาดเล็กไม่เหมาะเวลาเข้าโค้ง รถเบนซ์มีตัวถังที่หนักจึงยึดเกาะถนนได้ดีกว่า ดังนั้น ‘ความปลอดภัย’ จึงเป็นคำตอบของคำถามนี้

“ถ้าจะเล่นมือถือก็เล่นตรงนี้นะครับ เลี้ยวข้างหน้าสัญญาณจะหายแล้ว”

“แบจำได้ทุกโค้งที่สัญญาณจะหายเลยหรือ” เราเอ่ยถามด้วยความทึ่ง

“อย่าว่าแต่สัญญาณโทรศัพท์เลย ผมจำได้หมดว่าโค้งไหนต้องยกเท้าผ่อนแรงเท่าไร ทางชันต้องเหยียบเท้าแค่ไหน มันเป็นความเคยชินและความชำนาญ ถ้าคุณไม่เชื่อก็มาดูหน้าปัดไมล์รถสิ มันพังมาตั้งนานแล้วผมไม่ได้ซ่อม” หลังแบโฮะพูดจบ เราโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อดูไมล์ของรถในทันที

ความเร็ว 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“จริงด้วยแบไม่ได้พูดเล่น ไมล์รถพังจริงด้วย” เราพูดพร้อมกับปาดเหงื่อ เอาล่ะเส้นทางแห่งชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วสินะที่โอเคเบตง

เอกลักษณ์อีกอย่างของแท็กซี่เบตงคงหนีไม่พ้น ‘รถไม่มีแอร์’ ตลอดระยะทาง 126 กิโลเมตรนั้น หน้าต่างทั้ง 4 บาน ถูกปรับลดลงเพื่อรับลม ฝนที่โปรยปรายตั้งแต่เช้าส่งผลให้ยามสายใกล้เที่ยงเรายังได้สัมผัสอากาศหนาวและเย็นอยู่

“เห็นไหมผมบอกแล้วว่าอากาศเย็นไม่ต้องใช้แอร์ หน้าร้อนก็ไม่ร้อนเท่าไร คนที่อยู่ที่นี้ไม่ต้องเปลืองค่าไฟ ค่าแอร์ แค่พัดลมก็หนาวกันแล้ว และอีกเหตุผลที่แท็กซี่เบนซ์ไม่มีแอร์เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเขาก็ไม่เอาแอร์เพราะเมารถ จะอ้วก โค้งมันเยอะ เปิดหน้าต่างก็ได้กินลม ชมวิว ถ้าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ เวลานี้คงนั่งเหงื่อแตกกันแล้ว แต่ที่นี่ยังหมอกลงอยู่เลย”

“ช่วงนี้เศรษฐกิจเป็นอย่างไรบ้าง” เราเอ่ยขึ้น

“ตอนนี้คนน้อยเมื่อก่อนคนเยอะ น้ำมันก็แพง ก่อนโควิด-19 วิ่งรับนักท่องเที่ยวได้หลายเที่ยว ประมาณ 3-4 เที่ยวต่อวัน วิ่งไปแล้วก็วิ่งกลับ ตอนนี้วิ่งประมานวันละ 1 เที่ยว”

“มีที่พักหรือยัง จะเอากี่บาท แบแนะนำได้ เอาโรงแรมที่มีคนละครึ่งไหม หรือห้องราคา 500 - 600 บาทก็ดี หรือแบบโฮมสเตย์ก็นอนสบายนะ” แบเอ่ยถาม ขณะร่ายชื่อที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละแห่ง พร้อมกับแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ยาวไปจนถึงร้านอาหารที่ควรไปกินสักครั้งเมื่อมาเยือนเบตง

“มาเบตงต้องกินข้าวมันไก่ เดี๋ยวจะชี้ร้านให้ดูว่าร้านไหนอร่อย เดี๋ยวไปส่งให้เลยก็ได้ แบแนะนำร้านได้ แต่แบไม่กินนะ ร้านเป็นของคนจีน มันไม่ฮาลาล ที่นี่ไทย จีน มุสลิมเราอยู่ร่วมกันได้ เลยมีร้านอาหารที่หลากหลาย”

“ตอนนี้น้ำมันก็แพงขึ้นเรื่อยๆ วิ่งรถแบบนี้ยังคุ้มอยู่ไหม”

“เมื่อก่อนน้ำมันถูก ก็พอกิน ตอนนี้ไม่พอมันลิตรละสามสิบกว่าบาทแล้ว และแพงขึ้นเรื่อยๆ แก๊สเราก็ติดไม่ได้เพราะขับขึ้นเขาอันตราย ตอนนี้ถึงขับแท็กซี่ไม่คุ้มมันก็จำเป็นแล้ว ไม่รู้จะทำอะไร นี่คืออาชีพเรา หากินแบบนี้ วิ่งรถมาเกือบ 30 ปีแล้ว”

แบโฮะพูดต่อว่า ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วงที่ด่านข้ามประเทศระหว่างไทยและมาเลเซียยังไม่ปิดลง ตอนนั้นถือว่าสบายมาก เพราะด่านไทย-มาเลเซียมีระยะทางใกล้กันมากประมาณ 8-9 กิโล ก็สามารถข้ามประเทศไปเติมน้ำมันได้สบายๆ เพราะมาเลเซียมีน้ำมันที่ราคาถูกกว่าประเทศไทย

“สมมติน้ำมันบ้านเราลิตรละ 20 บาท บ้านเขาลิตรละ 15 บาท ราคาต่างกันเยอะ เขากินภาษีน้อย รัฐเขากินน้อย”

‘โอเคเบตง’ ป้ายขนาดใหญ่ติดอยู่ข้างทางที่เป็นเครื่องยืนยันว่า เราได้เดินทางมาถึงเบตงแล้ว

การเดินทางจากยะลามาเบตงใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมง ด้วยโค้งที่เยอะ ทางที่ชัน ต้องคอยผ่อนหนักผ่อนเบาตลอดทาง และยังไม่รวมด่านตรวจที่ตั้งขนาบสองข้างทางแบบนับไม่ถ้วน

หากภูเขาเป็นสิ่งแรกเมื่อนึกถึงภาคเหนือ ทะเลก็คงเป็นสิ่งแรกที่นึกถึงภาคใต้ แล้วภาพแรกที่คุณนึกถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไร?

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตกอยู่ใต้กฎหมายพิเศษร่วม 18 ปีแล้ว คนในพื้นที่ถูกปฏิบัติแตกต่างไปจากประชาชนในพื้นที่อื่น จากสิ่งที่ไม่ปกติถูกกระทำซ้ำๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติและเคยชิน

“มาเที่ยวเถอะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก” แบเอ่ยขึ้น หลังจากเราเอ่ยถามว่าสถานการณ์ใน 3 จังหวัด ส่งผลต่อการท่องเที่ยวและรายได้ไหม

หลายสิ่งหลายอย่างที่เราสัมผัสจากสองข้างทางในระยะทาง 126 กิโลเมตรนั้น มีหลายอย่างที่กวนใจเราอยู่มาก เช่น ด่านตรวจจำนวนมาก และป้ายประกาศจับที่ติดระหว่างทางที่มี รูป ชื่อ นามสกุล ชัดเจน เหล่านี้ไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือ?

ความคิดของเราถูกขัดลง หลังจากแบขับรถพาเที่ยวชมมัสยิดกลางเบตง และขับเยี่ยมชมกราฟฟิตี้ที่ถูกวาดตามมุมบ้านเรือนต่างๆ โดยฝีมือของศิลปินมากกว่า 40 คน ที่มาร่วมใจกันบอกเล่าเรื่องราวของเบตงผ่านกำแพงใจกลางเมือง และบ้านเรือน แบอธิบายว่า สิ่งนี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ และอยากให้คนมาเที่ยวชมเบตงเยอะๆ

เบตงเป็นอำเภอขนาดเล็ก ในจังหวัดยะลา มีตลาด มีของกิน มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ที่สามารถเดินเหินเพื่อเยี่ยมชมบ้านเรือนได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่ทำให้เบตงดูจะ ‘พิเศษ’ กว่าอำเภอ หรือจังหวัดอื่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ เบตงถือเป็นอำเภอแรกของเมืองต้นแบบ ‘สามเหลี่ยม เศรษฐกิจมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ ที่มีการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพราะเป็นอำเภอที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จึงนำมาสู่การยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

ช่วงเวลาของการพูดคุยสัพเพเหระได้จบลง เมื่อแบพาเรามาถึงยังจุดหมายปลายทาง สารพัดการพูดคุยทั้งครอบครัว ปากท้อง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หลากหลายการแลกเปลี่ยนบนถนนหมายเลขที่ 410

126 กิโลเมตร ดูจะไม่เพียงพอต่อเรื่องเล่าทั้งทุกข์สุข และคำแนะนำการท่องเที่ยวจากแบ หากใครมีโอกาสได้เดินทางมาเยือนยะลา-เบตง ก็ลองมาใช้บริการแท็กซี่เบนซ์เบตงได้ ที่เรียกว่าบริการครบจบในแท็กซี่เบนซ์ 1 คัน หรือใครอยากให้แท็กซี่เบนซ์ขับไปรับถึงสนามบินหาดใหญ่ แบโฮะบอกว่าก็ย่อมได้ สามารถติดต่อนัดวันเวลาได้ตามสะดวก

แล้วมาร่วมแชร์กันว่า บนถนนหมายเลข 410 คุณมีเรื่องอะไรที่อยากจะเล่าบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...