เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ! “นอท กองสลากพลัส” นั่งแท่นประธาน EE
เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของบริษัทด้านเกษตรและพลังงาน อย่าง บริษัท อีเทอเนิล เอเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ EE โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท เนื่องจากมีการเทขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ถึง 11 ราย
โดย “นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์” หรือ “นอท กองสลากพลัส” เข้ามาซื้อหุ้น แบบ Big Lot จำนวน 1,607,000,000 หุ้น กว่า 225 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57.81%
การเข้ามาถือหุ้นครั้งนี้ กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่สังคมให้ความสนใจไม่น้อย ล่าสุด นอท กองสลากพลัส ออกแถลงการณ์ของการเข้ามาถือหุ้นในครั้งนี้ ว่า การเข้ามาถือหุ้นในบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ‘EE’ ซึ่งได้มีการรายงานตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนดไว้ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้น ส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับได้รับสิทธิ์บริหารตามสัดส่วนการถือหุ้นในตำแหน่ง “ประธานกรรมการบริษัท”
นาย พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) น้อมส่งคำชี้แจงถึงการเข้าเป็นกรรมการบริษัทและถือหุ้นในครั้งนี้ว่า “การเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรับตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ‘EE’ ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการทำงานของผม ผมมองเห็นศักยภาพและโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทในธุรกิจด้านเทคโนโลยี และเชื่อมั่นว่า ‘EE’ จะสามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ด้วยการบริหารที่โปร่งใส มีเป้าหมายที่ชัดเจน และการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งของทีมผู้บริหารและพนักงานทุกคน ผมตั้งใจที่จะผลักดันบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นและผลักดันให้ ‘EE’ กลายเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือในระดับประเทศได้”
ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำถึงความโปร่งใส ความตั้งใจ และจริงใจในการบริหาร พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า EE ภายใต้การบริหารของ นอท จะสามารถดำเนินธุรกิจไปได้ในทิศทางที่เหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้น ของบริษัท อีเทอเนิล เอเนอยี จำกัด (มหาชน) ยังคงมีผู้ถือหุ้นเดิมอยู่ 5 ราย ได้แก่
นายฉาย บุนนาค ถือหุ้นสัดส่วน 4.47%
นางฐานุตรา พิพัฒน์วิไลกุล 3.24%
นายภควันต์ วงษ์โอภาสี 3.20%
บริษัท เพียร์ ฟอร์ยู จำกัด (มหาชน) 2.72%
นายกฤษฎา พฤทธิ์ภัทร 2.19%
โดย นอท ยังได้ชี้แจงทิ้งท้ายว่า ทางบริษัทมีแผนในการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยซึ่ง จะมีการจัดการประชุมกรรมการบริหาร เพื่อหารือและลงมติถึงการเข้าทำธุรกิจใหม่ ให้นำพาสู่รายได้และกำไรอันสูงสุด โดยบริษัทฯจะมีการรายงานคำชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรวมถึงแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบในช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของบริษัทต่อไป