โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวเน็ตจีนต้อนรับ ‘ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก’ สู่โลกใบใหม่ ‘เสี่ยวหงซู’

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • The Bangkok Insight

บรรดาผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวจีน บนแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง ต่างรู้สึกถึงการหลั่งไหลเข้ามาอย่างฉับพลัน ของผู้ใช้งานหน้าใหม่ชาวต่างชาติ ซึ่งเรียกขานตัวเองว่าเป็น "ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก" เพราะกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐ อาจสั่งแบนแอปพลิเคชันนี้ ในเร็ว ๆ นี้

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า “เสี่ยวหงซู” (Xiaohongshu) แพลตฟอร์มของจีน ที่ผสมผสานจุดเด่นของอินสตาแกรม (Instagram) และพินเทอเรสต์ (Pinterest) เข้าด้วยกัน เกิดกระแสติดแฮชแท็กอย่าง #TikTokRefugee หรือ #ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก เป็นจำนวนหลายแสนโพสต์ จากบัญชีผู้ใช้งานที่ส่วนใหญ่ลงทะเบียนอยู่ในสหรัฐ

ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก

การพุ่งขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้เสี่ยวหงซู หรือที่ต่างชาติรู้จักกันในชื่อ “เรดโน้ต” (RedNote) ทะยานขึ้นครองตำแหน่งแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดบนแอปสโตร์ (App Store) ในสหรัฐ ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ขณะติ๊กต๊อกของไบต์แดนซ์ (Bytedance) บริษัทอินเทอร์เน็ตจีน ที่ดำเนินงานเป็นอิสระ และมีผู้ใช้งานชาวอเมริกันราว 170 ล้านคน กำลังเสี่ยงถูกแบนในสหรัฐ

รัฐบาลวอชิงตันแสวงหาทางแบนติ๊กต๊อกมานานหลายปีโดยอ้างอิงข้อวิตกกังวลด้านความมั่นคงของชาติ ที่ไม่มีมูลความจริงและความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย โดยติ๊กต็อกอาจถูกแบนในวันที่ 19 มกราคมนี้ ตามที่ศาลสูงสุดของสหรัฐตัดสินจะบังคับใช้กฎหมายที่จะแบนติ๊กต๊อก หรือบีบบังคับไบต์แดนซ์ขายกิจการแก่บริษัทสัญชาติอเมริกัน

ท่ามกลางการรอลุ้นผลลัพธ์สุดท้าย บรรดานักสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์บางส่วน ไม่ยอมเสียเวลาเปล่าประโยชน์กับคำสั่งแบนอันย้อนแย้งกับความเป็นจริง โดย "ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก" รายหนึ่งบนเสี่ยวหงซู โพสต์คลิปวิดีโอสั้นที่เผยว่า "พวกเขาพยายามแบนติ๊กต๊อก (ด้วยข้ออ้างความมั่นคงของชาติ) แต่ตอนนี้ทุกคนแห่กันมาใช้แอปพลิเคชันของจีนที่แท้จริงแล้ว”

“เหล่าผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อกกำลังอพยพมายังแอปพลิเคชันของจีน โดยยินยอมให้ข้อมูลโดยตรงอย่างเต็มใจ” อีกหนึ่งโพสต์เสียดสีบนแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) หรืออดีตทวิตเตอร์

การแบนติ๊กต๊อกที่อาจเกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เป็นเพียงกรณีเดียว เพราะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของจีน รวมถึงหัวเว่ย (Huawei) และดีเจไอ (DJI) ตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลวอชิงตันเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐ ออกมาตรการต่าง ๆ มาจำกัดควบคุมการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจีนเหล่านี้

ผู้ลี้ภัยจากติ๊กต๊อก

หลี่ เซียง นักวิจัยอาวุโสประจำศูนย์จีนและโลกาภิวัฒน์ กล่าวว่าผู้ใช้งานติ๊กต๊อกในสหรัฐ กำลังแสดงพลังต่อต้านว่า ไม่ยอมรับการกดขี่กลุ่มบริษัทที่ไม่ใช่ของสหรัฐ ซึ่งดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่างเป็นปกติ และการกระทำลักษณะดังกล่าวของกลุ่มนักการเมืองสหรัฐ กำลังสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกันโดยตรง

หลี่เสนอว่ ารัฐบาลวอชิงตันควรปรับเปลี่ยนสู่มุมมองที่เปิดกว้าง ยอมรับการแข่งขันที่เป็นธรรม และส่งเสริมกลุ่มบริษัทของสหรัฐ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครือข่ายสังคมออนไลน์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้งานชาวอเมริกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...