โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บ้านเพื่อคนไทย” ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ ผ่อนต่อเดือนเบาๆ อยู่ยาว 99 ปี ตอบโจทย์แค่ไหน สำหรับคนอยากมีบ้าน?

BTimes

อัพเดต 18 ม.ค. 2568 เวลา 00.42 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” หนึ่งในโครงการเรือธงของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศก่อสร้างโครงการบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีที่ดินบนทำเลศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 38,000 ไร่ โดยมีเป้าหมายคือกลุ่มคนไทยผู้มีรายได้น้อยและคนเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) ที่ต้องการจะมีบ้าน โดยจะให้สิทธิซื้อเป็นบ้านหลังแรกมีงวดผ่อนเริ่มที่ 4,000 บาท/เดือน ระยะผ่อน 30–40 ปี แต่จะได้รับสิทธิอยู่อาศัย 99 ปี โดยมีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นผู้ปล่อยกู้ซื้อบ้านเพื่อคนไทยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 2.5%

<คิกออฟ “บ้านเพื่อคนไทย” – เปิดชมบ้านตัวอย่าง>
ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค. 68) คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้คิกออฟโครงการบ้านเพื่อคนไทยไปแล้วอย่างเป็นทางการ โดยได้เปิดให้สื่อมวลชน และประชาชนเข้าชมตัวอย่างห้อง ณ บริเวณโถงกลางประตู 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการเป็นวันแรก

โดยคุณแพทองธาร กล่าวว่าจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (2560–2579) พบว่าจำนวนครัวเรือนในประเทศไทย 21.32 ล้านครัวเรือน มีคนไทยถึง 27.5% หรือ 5.87 ล้านครัวเรือนที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่สถานการณ์ปัจจุบันบ้านที่มีคุณภาพสูงในทำเลที่ดีมีราคาค่อนข้างแพงและใช้ต้องเงินดาวน์ จนทำให้การมีบ้านเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือ First Jobber ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ทำ “โครงการบ้านเพื่อคนไทย” สร้างที่อยู่อาศัยทั้งรูปแบบบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมโดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ ผ่อนรายเดือนไม่สูง และมีคุณภาพดี เป้าหมายเพื่อทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มีบ้านของตัวเอง และลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น

ด้านคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ดำเนินการโดย SRTA บริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยจากการสำรวจและวิเคราะห์ปัจจุบัน พบว่ามีพื้นที่ศักยภาพสามารถนำมาใช้ในการดำเนินโครงการ ได้ประมาณ 25 จังหวัด และมีพื้นที่เป้าหมายสามารถพัฒนาเป็นโครงการนำร่องได้ 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ กม.11 (วิภาวดี), พื้นที่ธนบุรี, พื้นที่เชียงใหม่ และพื้นที่เชียงราก สามารถพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยทั้งในรูปแบบบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมบนทำเลที่มีศักยภาพ สะดวกต่อการเดินทางโดยระบบสาธารณะ ตอบโจทย์ตามความต้องการของประชาชน

<เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ ไม่นานเว็บดันล่ม>
โดยทันทีที่ถึงกำหนดเปิดลงทะเบียนบ้านเพื่อคนไทย เวลา 14.00 น. ของวันที่ 17 ม.ค. 68 ปรากฎว่าชาวเน็ตบ่นกันระงม หลัง www.บ้านเพื่อคนไทย.th ล่ม ไม่สามารถเข้าใช้งานได้เลย รวมทั้งไม่สามารถลงทะเบียนได้ตามกำหนดเวลา

ซึ่งในเวลาต่อมากระทรวงคมนาคม หัวเรือผู้รับผิดชอบโครงการ ก็ได้ทำการแก้ไขเว็บไซต์ www.บ้านเพื่อคนไทย.th ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังจากที่ยกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด โครงการบ้านเพื่อคนไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่นายกฯ กดปุ่มเปิดโครงการแค่เพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง ประชาชนก็แห่ลงทะเบียนแล้วถึง 23 ล้านคนเลยทีเดียว (ยังไม่อัปเดตล่าสุดของวันนี้)

<จะสรุปรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ์ภายใน 3 เดือน>
คุณสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าโครงการนำร่อง 4 พื้นที่จะมีประมาณ 5,000 ยูนิตก่อน ซึ่งเป้าหมายของการให้ลงทะเบียน คือต้องการทราบความต้องการของประชาชนว่ามีจำนวนเท่าไร และหลังตรวจสอบคุณสมบัติแล้วมีเหลือจำนวนเท่าไร เพื่อสร้างให้รองรับกับความต้องการ ทำให้ยังไม่สามารถตอบเรื่องงบลงทุนของโครงการที่ชัดเจนได้

โดยคาดว่าไม่เกิน 3 เดือน จะสรุปรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ์บ้าง และจะเริ่มการก่อสร้างได้ทั้ง 4 พื้นที่ โดยพื้นที่เชียงใหม่น่าจะเสร็จก่อนประมาณเดือน พ.ย. 68 เพราะเป็นบ้านเดี่ยว 35 หลัง ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน ส่วนพื้นที่ บางซื่อ กม.11 จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปีครึ่ง คาดว่าเข้าอยู่ได้ประมาณปี 2569

<“บ้านเพื่อคนไทย” ระยะแรกมี 2 ประเภท>

1. คอนโดมิเนียม แบ่งเป็น
– ห้องพัก 30 ตารางเมตร (1 ห้องนอน)
– ห้องพัก 40 ตารางเมตร (2 ห้องนอน)
– ห้องพัก 45 ตารางเมตร (2 ห้องนอน)
– ห้องพัก 51 ตารางเมตร (2 ห้องนอน)

2. บ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร บนที่ดิน 50 ตารางวา

<คุณสมบัติของผู้ซื้อสิทธิซื้อโครงการบ้านเพื่อคนไทย>
– เป็นผู้มีสัญชาติไทย
– เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน
– เป็นผู้ที่มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน
– ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยทุกประเภท
– ไม่เคยได้สิทธิ ในโครงการบ้านเพื่อคนไทย

<ให้สิทธิเช่าถึง 99 ปี ไม่เคยมีมาก่อน>
คุณอธิป พีชานนท์ นายกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่าวัตถุประสงค์ของโครงการ เชื่อว่ามีเจตนาที่ดีที่จะช่วยให้คนที่ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเองได้ในช่วงแรกของชีวิต หรือมีรายได้ไม่ได้มากพอ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีที่อยู่อาศัย แต่ลักษณะการถือครองเป็นการเช่าระยะยาว การเรียกว่าคอนโดมิเนียมอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุด จะไม่มีกรรมสิทธิ์ห้องชุดใดๆ เหมือนกับการเช่าที่อยู่อาศัยแต่เป็นการเช่าระยะยาว ซึ่งรัฐบาลให้สิทธิเช่าถึง 99 ปี ซึ่งถือว่ายาวมากและไม่เคยมีมาก่อน เพราะโดยตามกฎหมายที่อยู่อาศัยให้สิทธิการเช่าเพียง 30 ปี แล้วต้องไปจดทะเบียนต่อเป็นทอดๆ ไป แต่ครั้งนี้รัฐบาลทำเป็นกฎหมายเฉพาะให้เฉพาะโครงการนี้ เพราะกฎหมายหลักยังไม่ได้ถูกแก้

<ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท แค่อัตราเริ่มต้น>
คุณโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บอกว่าอัตราการผ่อนชำระบ้านโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ในราคาเดือนละ 4,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 2.5% ไม่เกิน 1,000,000 บาท แต่ถ้าบ้านมีราคาเกิน 1,000,000 บาทก็จะผ่อนแพงขึ้น และยังไม่รวมค่าส่วนกลาง

คุณโสภณยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่ารัฐบาลเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถจองได้ และไม่ได้มีการกำหนดในด้านเรื่องของอายุ ซึ่งเมื่อจับฉลากแล้วคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริงๆ จะได้สิทธิจำนวนเท่าไร คนที่มีรายได้ 50,000 บาท มองว่าเป็นรายได้ที่มากกว่ารายได้เฉลี่ยทั้งครอบครัว

โดยมองว่ารัฐบาลควรนำที่ดินดังกล่าวไปพัฒนาด้านสาธารณูปโภคอื่นๆ มากกว่าการสร้างบ้านเพื่อให้คนบางกลุ่มได้ประโยชน์ และการได้ประโยชน์จากการจับฉลาก

<ต้องวางเงื่อนไขรัดกุม ป้องกันนอมินีสวมสิทธิ์>
คุณอธิป พีชานนท์ นายกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ยังได้เตือนด้วยว่าจะต้องคัดกรองกลุ่มคนให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ เพราะหากไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้นต้องอาจจะมีนักลงทุนแฝงตัวเป็นนอมินี ใช้ชื่อคนอื่นในการจองสิทธิ โดยมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง จะทำให้คนที่ได้รับผลประโยชน์คือกลุ่มนักลงทุน รวมทั้งต้องมีเงื่อนไข หรือสัญญาที่ชัดเจน ห้ามเช่าต่อ หรือเช่าช่วง รวมทั้งการขายต่อ

ส่วนเงื่อนไขหลังจากที่อยู่อาศัยครบ 5 ปี สามารถขายต่อได้นั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะระยะเวลาสั้นเกินไป ดึงดูดให้นักลงทุนยอมเข้ามา ยอมถือครอง 5 ปี แล้วขายต่อ เพราะด้วยทำเลที่ตั้ง โอกาสขายต่อหลังครบ 5 ปี ซึ่งมีโอกาสได้กำไรสูง ควรจะกำหนดให้นานกว่านั้น อาจจะ 10 ปี หรือนานกว่านั้น และถ้าจะขายก็ต้องขายคืนให้ภาครัฐ เพื่อให้คนอื่นได้มีสิทธิต่อจะเป็นประโยชน์มากกว่าการไปขายเก็งกำไรกันเอง ซึ่งอาจจะไม่ได้ตรงวัตถุประสงค์ของโครงการด้วย

ขณะที่คุณสมบัติเรื่องรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือนอาจยังสูงไป เพราะกลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองในการหาที่อยู่อาศัยเองไม่ได้ ไม่ใช่คนที่มีรายได้สูงขนาดนี้ กลุ่มคนเหล่านี้สามารถจัดหาที่อยู่เองได้ ควรจะมีการลดเพดานเงินเดือนลงมา ควรจะเหลือ 30,000 บาทต่อเดือน หากรัฐบาลต้องการสนับสนุนคนที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ในการหาที่อยู่อาศัย ควรมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าเปิดโอกาสให้เกิดการแย่งสิทธิกับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริง ซึ่งควรวางเงื่อนไขตั้งแต่การเริ่มเข้าจองสิทธิ การเข้าที่อยู่อาศัย และตลอดของอายุสัญญา ที่ต้องมีความรัดกุม

<ใครสนใจมีเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ 2 ช่องทาง>
รัฐบาลเปิดลงทะเบียนพร้อมกันทั้ง 4 พื้นที่ โดยผู้ที่สนใจแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิได้ผ่านทาง www.บ้านเพื่อคนไทย.th และที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์จะเปิดให้จองสิทธิถึงวันที่ 31 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00–20.00 น. ทุกวัน เพื่อดูผลตอบรับ ส่วนทางเว็บไซต์จะเปิดให้ลงทะเบียนทุกวัน หากมีการลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก จะทำการจับฉลากต่อไป

สำหรับใครที่สนใจและอยากจะมีบ้านหลังแรกแต่ยังมีงบประมาณจำกัด โครงการนี้ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็จะต้องศึกษารายละเอียดกันให้ดีก่อนว่าตอบโจทย์เราแค่ไหน ทั้งราคา เงินผ่อน ทำเล หรือปัจจัยอื่นๆ ใดๆ ก็ตามแต่ แล้วแต่ความจำเป็นความเหมาะสม กำลังของแต่ละคนแต่ละครอบครัว เพราะอย่าลืมว่าถึงแม้จะซื้อกับรัฐแต่เราก็ต้องเป็นหนี้ และมีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเช่นกัน…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...