โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แสตมป์ อภิวัชร์ เปิดใจหายหน้าไป 2 ปี หลังภรรยาถูกคุกคามร่วม 10 ปี พ่อคู่กรณีอ้างเป็นนายพล

News In Thailand

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 12.18 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แสตมป์ อภิวัชร์ เปิดใจหายหน้าไป 2 ปี หลังภรรยาถูกคุกคามร่วม 10 ปี พ่อคู่กรณีอ้างเป็นนายพล

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องหนุ่มเสียงดีสำหรับ แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ที่ได้ห่างหายไปจากวงการสักพักใหญ่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา เเสตมป์ ได้ขึ้นคอนเสิร์ต พร้อมเปิดใจเล่าถึงสาเหตุที่ห่างหายไปจากวงการ โดยมีเจ้าของช่องยูทูบชื่อ SarutaTa บันทึกคลิปวิดีโอมาให้รับชม โดยเผยว่า ขอบคุณทุกคนที่ยังจำผมได้อยู่นะครับ ผมขอเล่าเรื่องบางเรื่อง ซึ่งมันจะปกป้องชีวิตคนในครอบครัวผมได้ แล้วผมเอามันออกมาสู่แสงสว่าง เพราะว่าภรรยาผมถูกโจมตีในที่มืดมานานเกินไปแล้ว

ผมหายไปเพื่อฟ้องร้องคน 2 คน ที่บุกมาถ่ายคลิปแบล็กเมลภรรยาผมหลังเวที เริ่มจากมีคนคนนึงสร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความเข้าใจผิดให้กับภรรยาผมในวงการเพลง ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้จักส่วนตัวกับภรรยาผมมาก่อน แล้วก็มีคนเชื่อถึงขั้นมาโพสต์ด่าโจมตี บุกรุกมาหลังเวที จนผมทำงานไม่ได้ แต่เรื่องมันร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2565 มีตัวละครเพิ่มขึ้นมาซึ่งคือแฟนหนุ่มของเขา ซึ่งทำงานอยู่ในวงดนตรีวงหนึ่ง ทำให้ฝ่ายหญิงมีป้ายให้คอที่จะบุกรุกเข้ามาหลังเวที

ในเมื่อภรรยาผมไม่ปลอดภัย และไม่มีใครช่วยเราได้ ผมจึงต้องไปพึ่งศาล ไม่เช่นนั้น 2 คนนี้จะไปวาดภาพว่าภรรยาผมไปทำอะไรก็ได้ แต่เรื่องที่น่ากลัวที่สุดของครอบครัวผมก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ครับ ระหว่างที่ไปศาลกัน พ่อของจำเลยท่านหนึ่ง เป็นทหารยศนายพลจาก พิษณุโลก มาขึ้นศาลแทนลูกของเขา พร้อมบอกว่าขอให้ผมกับภรรยาถอนฟ้องลูกของเขาซะ ไม่เช่นนั้นผมจะโดนยัดคดีทางการเมือง นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นในศาล

เรียบเรียง news in thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...