โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"นายกฯอิ๊งค์" กระตุ้นเศรษฐกิจ เคาะแจกเงิน 10,000 บาท ให้ผู้สูงอายุ 4 ล้านคน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 10.07 น.

"นายกฯอิ๊งค์" กระตุ้นเศรษฐกิจนัดแรก เคาะแจกเงิน 10,000 บาท ให้ผู้สูงอายุ 4 ล้านคน ใช้เงิน 40,000 ล้านบาท กำหนดไม่เกินวันตรุษจีน 2568 วางเกณฑ์อายุ 60 ปี ขึ้นไป ต้องเป็นผู้ลงทะเบียนร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ และผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนหรือ KYC แล้ว “แพทองธาร”เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจะมีศักยภาพที่เติบโตมากกว่านี้ ส่วนการแก้ปัญหาหนี้ของประชาชนกระทรวงการคลังและธปท. อยู่ระหว่างออกแบบมาตรการแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.การคลัง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นางสาวจิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายดนุชา พิชนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

ทั้งนี้นายกฯ กล่าวก่อนการประชุม ว่า จากข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2567 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ประกาศเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3 ซึ่งตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ขยับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี เพิ่มขึ้นจากไตรมาส1 และ 2 ที่ขยายตัว ที่ร้อยละ 1.6 และ 2.2 ตามลำดับ เมื่อรวมทั้งสามไตรมาสเศรษฐกิจไทยโตอยู่ที่ร้อยละ 2.3 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปัจจัยการอุปโภคภาครัฐบาล การลงทุนภาครัฐ การส่งออก การท่องเที่ยวและภาคการก่อสร้าง ซึ่งตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย จึงเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกให้เศรษฐกิจไทยที่จะฟื้นตัวดีต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจะมีศักยภาพที่เติบโตมากกว่านี้ จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ขึ้น เพื่อผลักดันนโยบายตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แถลงต่อรัฐสภาให้เกิดผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตเต็มศักยภาพไปพร้อมกับการดูแลคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งกำหนดแนวทาง การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว และในระยะสั้น โดยรัฐบาลได้เพิ่มรายได้ และบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการผ่านการอุดหนุนสำหรับกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและกลุ่มคนพิการ ดังนั้นในระยะต่อไปจึงควรพิจารณาเพื่อช่วยกลุ่มอื่นๆ เช่น ผู้สูงอายุ เป็นต้น

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องภาระหนี้สินครัวเรือน แม้ว่ากลางปี 2567 ระดับหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 89.6 จากร้อยละ 90.7 ของไตรมาสก่อนหน้านี้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยในแต่ละเดือนประชาชนมีภาระในการชำระหนี้สูง และมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ได้ จึงควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้เบ็ดเสร็จอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และSME ซึ่งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ในระหว่างการพิจารณาออกแบบมาตรการการแก้ปัญหาหนี้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาวินัยการเงินการคลังของประชาชน ขณะที่ในระยะยาว รัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรการเพิ่มศักยภาพการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการชุดนี้จะร่วมกันกำหนดและออกแบบนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศต่อไปทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น เวลา 14.10 น. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีมติเห็นชอบมาตรการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ให้กับผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมประมาณ 4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยคิดว่าจะเติมเงินให้กลุ่มที่มีความจำเป็นก่อน เพราะกำลังเตรียมการระบบเงินดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อให้คนที่มีความเข้าใจมาใช้จริง ๆ หลังจากทดลองระบบแล้ว โดยเฟสนี้จะดูกลุ่มคนที่มีความจำเป็น หลังจากที่จ่ายให้กลุ่มเปราะบางแล้ว นั่นคือกลุ่มผู้สูงอายุที่จะทำได้ทันที ส่วนกลุ่มที่เหลือ รัฐบาลมองว่า จะทำในระยะต่อไปโดยดูความพร้อมของระบบเป็นสำคัญ คาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงเดือนเม.ย. – มิ.ย. 2568 โดยคณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กลับไปจัดทำรายละเอียดก่อนมาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการหารือคิดว่า การโอนเงินให้ในเฟส 2 จะได้ไม่เกินช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 หรือไม่เกินวันที่ 29 ม.ค.2568 รัฐบาลจะสามารถโอนเงิน 10,000 บาท ลงไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้แน่นอน โดยกลุ่มนี้รัฐบาลดูเรื่องของความเปราะบาง และกำหนดเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ในช่วงที่เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ตามเงื่อนไข และผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนหรือ KYC แล้ว รวมทั้งต้องไม่เป็นกลุ่มที่เคยได้รับเงิน 10,000 บาท ในเฟสแรกไปแล้ว ถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางระดับหนึ่ง โดยส่วนใหญ่มีเงินเก็บไม่มากนัก ซึ่งการแจกเงินนั้นจะแจกเป็นเงินสด ส่วนการลงทะเบียนกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลจะเปิดให้คนกลุ่มนี้เข้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการได้ในเร็ว ๆ นี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...