โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Gentle-ish Parenting : เมื่อใจดีกับลูกมากก็ไม่ได้ ดุลูกมากเกินไปก็ไม่ดี

Mood of the Motherhood

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 00.30 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่รู้ดีว่าการเลี้ยงลูกเชิงบวกส่งผลดีต่อลูกมาก เทคนิคการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน (Gentle Parenting) จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงลูกที่ได้รับความนิยมจากคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นเรื่อยๆแต่ปัจจุบัน ยังมีเทคนิคการเลี้ยงลูกที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนโยนแบบ Gentle Parenting กับความเข้มงวดที่กำลังดีเข้าไว้ด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Gentle-ish Parenting เป็นการเลี้ยงลูกที่เน้นการสร้างพฤติกรรมเชิงบวก แต่อยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า ‘ดุ’ และ ‘ใจดี’ ซึ่งเป็นแนวทางการเลี้ยงลูกที่ปรับมาจากหลักการ Gentle Parenting เพื่อให้การเลี้ยงดูมีการกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจนมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเคารพกันและกัน ซึ่งหมายถึงคุณพ่อคุณแม่เคารพในสิทธิ์และการตัดสินใจของลูก ส่วนลูกก็ต้องเคารพกฎระเบียบหรือข้อตกลงของคุณพ่อคุณแม่เช่นเดียวกันอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากนำเทคนิคการเลี้ยงลูกแบบ Gentle-ish Parenting ไปใช้ เราก็รวบรวมแนวทางที่มีประโยชน์และทำตามได้ มาให้ในบทความนี้แล้วค่ะ1. ให้ความสำคัญกับการยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง

การเลี้ยงลูกแบบ Gentle-ish คือการเปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองต่อหน้าลูก และยอมรับเมื่อลูกทำเรื่องผิดพลาด เช่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่เผลอใช้น้ำเสียงที่ไม่เหมาะสมกับลูก ให้รีบขอโทษลูกด้วยความจริงใจ และพยายามไม่ทำอย่างนั้นอีก, เมื่อลูกทำผิด ควรสอนให้ลูกรู้จักยอมรับผิด ขอโทษ และหาทางแก้ไขให้ดีขึ้นเช่นกัน2. ตั้งขอบเขต (Boundaries) ที่มั่นคง

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าการเลี้ยงลูกที่คอยห้ามหรือตีกรอบให้ลูกมากเกินไป เท่ากับการขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก จึงคิดว่าหากตามใจให้ลูกทำในทุกอย่างที่ต้องการ จะส่งผลดีกับลูกมากกว่า แต่การเป็นพ่อแม่แบบ Gentle-ish Parenting จะไม่ตามใจและไม่ห้ามลูกมากเกินไป แต่จะใช้วิธีกำหนดตั้งขอบเขตที่ชัดเจนและเหมาะสม พร้อมอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เช่น ลูกสามารถเล่นอย่างอิสระได้ภายในขอบเขตเรื่องความปลอดภัย หรือลูกสามารถทำกิจกรรมของตัวเองได้ตามใจชอบแต่ยังอยู่ในขอบเขตของเวลานอนที่เคยตกลงกันไว้3. ให้ทางเลือกและฝึกการตัดสินใจ

ชอบมากขึ้น เช่น เปิดโอกาสให้ลูกเลือกว่าอยากทำการบ้านก่อนแล้วค่อยเล่นเกม หรือเล่นเกม 30 นาทีแล้วค่อยมาทำการบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดทางเลือกให้จำกัดอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ และให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายอย่างที่ต้องการ เช่น ไม่ได้ให้เลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่เป็นการให้ลูกเลือกลำดับกิจกรรมที่จะทำก่อนหรือหลังแทน4. จัดการกับอารมณ์ด้วยความเข้าใจ

คุณพ่อคุณแม่อาจสติแตกเวลาที่ลูกงอแง ดื้อ หรือมีพฤติกรรมต่อต้าน และเผลอตอบโต้ลูกด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้เสียงดัง ใช้ความรุนแรง หรือพฤติกรรมเชิงลบที่ทำร้ายจิตใจลูกแต่ความจริงแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจกับการเข้าใจธรรมชาติหรือพัฒนาการตามช่วงวัยของลูก ก็พอจะเข้าใจถึงที่มาของพฤติกรรมเหล่านั้นได้ เช่น ลูกอาจร้องไห้งอแงเพราะหิว เหนื่อย หรืออยากได้ความสนใจ ดังนั้น การตอบสนองที่เหมาะสมที่สุดคือปลอบโยนและแสดงความเข้าใจ เช่น บอกลูกว่าแม่รู้ว่าหนูเหนื่อยแล้ว งั้นเรามานั่งพักกันก่อนเมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจที่มาของอารมณ์และพฤติกรรมของลูกแล้ว ก็จะสามารถหาทางรับมือกับลูกได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงหรือทำพฤติกรรมที่ไม่ดีใส่ลูกเลยล่ะค่ะอ้างอิงparents

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...