อัพสกิล วัยเกษียณ คืนตลาดงาน บทบาทใหม่มหาวิทยาลัยไทย
จุฬาฯ ชี้บทบาทของมหาวิทยาลัยอนาคตต้องเป็น Skill Incubator ผลิตคนที่มี Future skill ให้เป็น Future Human ที่มีทักษะรอบด้านรับมือ 92 ล้านตำแหน่งงานจะหายไป รองรับ 170 ล้านตำแหน่ง งานใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมเติมทักษะ วัยเกษียณ คืนตลาดแรงงาน
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาฯ เปิดเผยบนเวที Chula Thailand Presidents Summit 2025 หัวข้อ Future Thailand: Future Education ว่า Future Education คือ การสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่จะทำให้ประเทศไทยดีกว่าเดิม ปัจจุบันหลายคนมองว่า “มหาวิทยาลัย” ต่อไปจะอยู่ “ไม่รอด” แต่จุฬาฯยืนยันว่าไม่มีทางเพราะมหาวิทยาลัยเป็นรากเหง้าของปัญญา
วันนี้สิ่งที่เห็นชัดคือ ระบบทุนนิยมและมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ สังเกตุว่า“อเมริกา” พูดอะไรทุกคนต้องหันไปฟัง ประเทศที่ยากจนขายสินค้าแต่ซื้อแบรนด์ ซื้อ KFC McDonald's Starbucks เพราะฉะนั้นรูปแบบการศึกษาจะต้องทำให้รู้และเข้าใจมองไกล ไม่ได้มองใกล้
“มิติของการศึกษาวันนี้เปลี่ยนไป การสร้าง competitive Net ในระดับโลกเราถือว่า Human Capital ที่ใหญ่ที่สุดเกิดจากสถาบันการศึกษา เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาวันนี้เกิดจาก Critical Thinking ในการสอนซึ่งเราได้ 37 เต็ม 100 จาก World Economic Forum วันนี้อาจารย์จะต้องไม่เป็น Reader ที่มาอ่าน PowerPoint ให้คนเรียนฟัง แต่ต้องทำให้คนเรียนเกิด Critical Thinking ให้ได้ถ้าอยากได้สกิลอนาคตจะต้องส่งเสริมให้คนเกิด Critical Thinking ที่ลงไปถึงรากเหง้าของปัญญา เบื้องลึกทัศนคติความคิด”
อธิการบดี จุฬาฯ กล่าวต่อไปว่า Future of Job diver กระทบการศึกษาแน่นอนมี 5 ประเด็นคือ
1. Technological change วันนี้เรามี AI แต่ถ้าใช้ ChatGPT ,Gemini และ DeepSeek ไม่ได้ก็ลำบาก สิ่งสำคัญคือเราไม่อยากเป็น User แต่อยากเป็น Creator ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดในยุคนี้แต่อีก 10 ปีข้างหน้าไทยอาจทำได้
2. Gren trasition บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่การศึกษา แต่มีหน้าที่ทำให้ประเทศดีขึ้นรวมทั้งในเรื่องของสภาพแวดล้อม วันนี้มุมมองของนิสิตไม่ได้สนว่าคนที่มาสอนเป็นศาสตราจารย์ เป็นด็อกเตอร์แต่ต้องสามารถเอาผลงานวิจัยมาสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆได้
3. Economic uncertainty ต้องทำให้คนตระหนักว่า GDP ของไทยต่ำเพราะอะไร และเศรษฐกิจที่ดีเกิดจากอะไรบ้าง
4. demographic Shifts วันนี้มหาลัยต้องซัพพอร์ตทุกวัยด้วยการสร้าง Life long Learning คือการทำให้คนที่สูงวัยกลับมาเรียน ภายในปีนี้จุฬาจะมีจุฬา expanion School ทุกเพศทุกวัยมาเรียนที่นี่เป็นการสร้างคนทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ นอน-ดีกรีและดีกรี เพราะฉะนั้นบทบาทของมหาวิทยาลัยจะมีมากขึ้นนอกจากจะไม่ตายแต่โตขึ้นด้วยซ้ำ
5. Geoeconomic fragmentation ภูมิรัฐศาสตร์มีความแยกย่อย แต่ละประเทศมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น
“สิ่งเห็นทั้งหมดนี้ทำให้งานบางอย่างหายไป งานบางอย่างเติบโตขึ้น 7% จากผลสำรวจจาก 55 ประเทศ 22 อุตสาหกรรมบริษัท 1,000 แห่งครอบคลุมพนักงานทั่วโลก 14 ล้านคนพบว่าในอนาคตอันใกล้ตำแหน่งงาน 92 ล้านตำแหน่งจะหายไป แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก 170 ล้านตำแหน่ง ดังนั้นการจะอยู่หรือจะหายไปไม่เกี่ยวกับว่าวันนี้เราเป็นใครแต่อยู่ที่เรามีทักษะที่จำเป็นหรือไม่”
10 ทักษะที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่
- ทักษะทางด้าน AI และ Big Data
- ทักทะการคิดเชิงวิเคราะห์
- ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
- ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทาง
- มีความเป็นผู้นำและสร้างอิทธิพลต่อสังคม
- ปรับตัวไวทำงานยืดหยุ่นและคล่องตัว
- มีความเห็นอกเห็นใจและมีทักษะในการรับฟัง
- มีความเข้าใจตนและมีแรงจูงใจในการทำงาน
- ทักษะด้านการบริหารจัดการคนเก่งในองค์กร
- มีความช่างสงสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต
“บทบาทของมหาวิทยาลัยวันนี้จะต้องเป็น Skill Incubator เพื่อผลิตคนที่มี Future skill ให้เป็น ฟิวเจอร์ Human หรือคนพันธุ์ใหม่ที่มีทักษะแห่งอนาคตรอบด้าน”
ทั้งนี้ ปี 2025 จะเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์สำคัญคือ
- เพิ่มทักษะที่จำเป็นให้กับบุคลากรเตรียมคนไทยให้พร้อมด้วยความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่
- สรรหาบุคลากรยุคใหม่ค้นหาและสนับสนุนคนที่มีศักยภาพทักษะที่ตรงกับความต้องการของโลก
- ยกระดับการทำงานโดยใช้ Auto immation เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
- ปรับบทบาทการทำงานของบุคลากรให้มีคุณค่าเพิ่มในงานยุคใหม่
- ประสานเทคโนโลยีใหม่ๆให้เข้ากับการทำงานเชื่อมโยงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน
“กลยุทธ์อย่างนี้ไม่เพียงสร้างคนพันธุ์ใหม่ แต่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน และเมื่อมีเรื่องของ AI เข้ามางานใหม่ของปีนี้จะเป็นเรื่องของ “ไซเบอร์ซีเคียวริตี้” วันนี้เด็กที่อายุ 13 ปีเริ่มใช้ AI พร้อมกับคนอายุ 60 ปี
เพราะฉะนั้นคนที่อายุมากกว่าบอกไม่ได้แล้วว่ารู้มากกว่า น้ำร้อนที่อาบอาจไม่ได้เป็นน้ำร้อนแบบเดิม เราต้องหาความรู้และประสบการณ์ เพราะฉะนั้นบทบาทของมหาวิทยาลัยจะต้องตอบโจทย์ผู้สูงวัยและทุกวัยด้วยให้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน แต่ประสบการณ์ของคนที่มีมากกว่าบวกกับเทคโนโลยีที่มีทำให้เกิดการเติบโตที่มากขึ้น
การเรียนที่ดีอย่าเรียนเพื่อรู้ แต่เรียนเพื่อเข้าใจและประยุกต์ ไม่ใช่ทำให้เหมือนแต่ต้องทำให้ดีกว่านี่คือบทบาทของมหาวิทยาลัยที่เรามองว่าไม่ใช่แค่เรื่องของความฉลาด แต่สุดท้ายแล้วการศึกษาฝังรากลึกก็คือ Soft Skill การศึกษาที่ไม่ได้เข้าถึงภูมิปัญญาไม่ใช่การศึกษาที่ดี วันนี้เราอยากฟูมฟักให้คนมีหัวใจแบบนี้ และวันนี้ถ้าพูดถึงความยั่งยืนสิ่งที่ชนะ AI ได้คือ intelligence ที่เกิดจากมนุษย์ซึ่งก็คือ sustinable intelligence และนี่คือบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัยและการศึกษาของประเทศไทย”