รู้จัก Gig Economy เทรนด์การทำงาน พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากคนรักอิสระ เมื่ออยากเป็นนายตัวเอง
เชื่อหรือไม่? ว่ากว่าครึ่งหนึ่งของคนทำงานในประเทศไทย เป็นกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ฟรีแลนซ์” ทั้งในรูปแบบทำงานประจำเป็นหลัก แต่รับงานฟรีแลนซ์ควบคู่ไปด้วย, รับงานฟรีแลนซ์ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจของตนเอง, กลุ่มคนทำงานฟรีแลนซ์แบบไม่มีนายจ้างประจำ และทำอาชีพอื่นด้วย
เรื่อยไปจนถึงกลุ่มคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ที่ทำสัญญาเป็นรายโครงการหรือรายเดือน ทั้งที่มีและไม่มีนายจ้างประจำ รวมๆ 20 ล้านคน ผ่านคนหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 20 ปี ไปจนถึงอายุมากกว่า 61 ปี แต่กลุ่มใหญ่สุดกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนอายุ 21-40 ปี มากที่สุด ตามข้อมูลของ fastwork
ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การทำงานในระดับโลกที่ระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรกลุ่ม Millennials ล้วนเป็น “แรงงานอิสระ” ภายใต้ 32% ของกลุ่ม Millennials มุ่งหวังว่างานในอนาคตที่เขาจะทำต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาทำงานสูง
อ่านข่าว : คนไทยเป็น "ฟรีแลนซ์-ทำงานอิสระ" พุ่ง! 20 ล้านคน
ขณะในแง่เศรษฐกิจ เราเรียกกลุ่มคนดังกล่าวว่า "Gig Economy" บ้างเรียก “เศรษฐกิจแบบกิก” “เศรษฐกิจแบบชั่วคราว” ซึ่งถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อราว ๆ 10 ปีนี้เอง จนกลายเป็นส่วนสำคัญของตลาดแรงงานในปัจจุบัน
โดยรูปแบบงานที่เรามักพบเห็นอยู่ประจำ เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารหรือสินค้า ฟรีแลนซ์ พาร์ตไทม์ ผู้ที่รับงานตามโปรเจกต์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นงานประจำหรือมีสัญญาจ้างงานระยะยาวเหมือนงานออฟฟิศทั่วไป และจะได้รับค่าจ้างเมื่อทำงานเสร็จแล้วเท่านั้น
ด้านแหล่งข้อมูลจากต่างประเทศ เช่นเว็บไซต์ AnyShift เปิดเผยว่า ปี 2024 นี้ คนทำงานในระบบ Gig Economy คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของแรงงานทั่วโลก และคาดว่าแรงงานระบบนี้จะเกิน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ Gig Economy เติบโต คือ
- รูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนไป ปัญหาความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจทำงานอิสระเพื่อเพิ่มรายได้
- เทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อเกิดช่องทางทำเงินได้ง่ายขึ้น เช่น อาชีพ Influencer, YouTuber, TikToker, Content Creator, Blogger, ติวเตอร์สอนออนไลน์ นักพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นต้น
- ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ด้าน Jobsdb แพลตฟอร์มจัดหางานชื่อดัง ได้ยกตัวอย่าง Gig Economy ที่เห็นภาพชัดเจน คือ Line Man หรือ Grab ผู้สร้างแพลตฟอร์มกลางที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง คอยวางแผนและวางระบบให้ผู้ที่ต้องการใช้บริการ อย่างคนที่ต้องการสั่งอาหาร และผู้ให้บริการ อย่างร้านค้าร้านอาหาร และ Rider ผู้จัดส่งอาหารได้มาเจอกัน และให้บริการเป็นครั้ง ๆ ไป โดยมีแรงงานที่ทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก
ข้อดี - ข้อเสีย เมื่ออยากผันตัวมา "ทำงานอิสระ"
อย่างไรก็ดี แม้ Gig Economy จะเป็นรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่ก็มาพร้อมกับทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา อ้างอิงข้อมูลเผยแพร่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ และธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า การที่หลายคนผันตัวเองมาเป็น Gig Worker กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะบริหารเวลาการทำงานได้แล้ว ยังสามารถเลือกรับงานที่อยากทำได้ด้วย รับงานได้เท่าที่ต้องการ ทำมาได้เงินมาก เลยทำให้การทำงานแบบ Gig Economy เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง
รวมไปถึงการมีอิสระในการเลือกทำงานที่ตรงกับความสนใจและทักษะของตนเองได้ และมีโอกาสได้เรียนรู้และสัมผัสกับงานที่หลากหลายมากขึ้น หรือมีรายได้ไม่จำกัดที่เข้ามาเพิ่มเติมจากงานประจำ และยังสามารถเป็นเจ้านายของตัวเองที่สามารถตัดสินใจรับหรือไม่รับงานได้เอง โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้อื่นแล้ว
แต่การทำงานอาชีพก็มีข้อเสียที่ต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ไม่สม่ำเสมอและไม่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่ได้และค่าตอบแทนของแต่ละงาน, ขาดความมั่นคงทางด้านสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม โบนัส เงินสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
และคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ต้องบริหารจัดการการเงินด้วยตัวเอง เช่น การทำบัญชี การจ่ายภาษี การตลาด การวางแผนการเงิน ขณะเดียวกัน หากเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ก็ต้องหมั่นฝึกฝนและพัฒนาทักษะให้เหนือคู่แข่ง และการไม่มีเพื่อนร่วมงานก็เป็น 1 ในข้อเสีย
ที่มา: ส.อ.ท., hrnote.asia, jobsdb, ธนาคารกรุงเทพ, Tellscore, fastwork, NIDA
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก Gig Economy เทรนด์การทำงาน พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากคนรักอิสระ เมื่ออยากเป็นนายตัวเอง
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath