โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันนี้และอนาคตของ 'บาชาร์ อัล-อัสซาด'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 02.08 น.

บทความต่างประเทศ

วันนี้และอนาคตของ

‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’

ถ้อยแถลงผ่านช่องทางบัญชี โซเชียลมีเดีย “เทเลแกรม” เป็นครั้งแรกของ บาชาร์ อัล-อัสซาด เผด็จการซีเรียที่ถูกโค่นตกบัลลังก์ไปเมื่อสัปดาห์เศษที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคำถามตามมามากมายไม่ใช่น้อย

โดยเฉพาะข้อกังขาที่ว่า อัสซาดอยู่ที่ไหนในวันนี้ เวลานี้ และอนาคตสำหรับเผด็จการผู้นี้จะเป็นอย่างไรกัน

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ อัสซาดเผ่นขึ้นเครื่องบินทันทีที่สถานการณ์ปรากฏชัดว่า กองกำลังกบฏเข้าควบคุมดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศไว้ได้แล้ว

เครื่องบิน “ส่วนตัว” ลำหนึ่ง พาผู้นำซีเรียมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศของรัสเซีย นอกเมืองลาทาเกีย เป็นลำดับแรก

ที่นั่น อัสมา อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของซีเรียรอคอยอยู่พร้อมกับลูกๆ ทั้ง 3 คน ก่อนที่จะใช้เครื่องบินรัสเซียลำหนึ่งออกเดินทางสู่กรุงมอสโก

โดยฝ่ายรัสเซียอีกนั่นแหละที่ทำหน้าที่ประสานงานถี่ยิบกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย เพื่อให้แน่ใจว่า เครื่องบินรัสเซียลำนั้นจะบรรลุถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

เรื่องราวดังกล่าวอาจตรงกันข้ามกับรายละเอียดในถ้อยแถลงของอัสซาดเมื่อ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่อ้างว่าตนเองไม่เคยคิดจะยอมแพ้หรือลี้ภัย

กระนั้น ข้อเท็จจริงที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ก็คือ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัยในต่างแดนของอัสซาด

คําถามต่อมาคือ ลี้ภัยอยู่ที่ไหน?

สื่อมวลชนที่เป็นของรัฐในรัสเซีย รายงานออกมาไม่นานหลังจากระบอบเผด็จการล่มสลายในดามัสกัสว่า อัสซาดและครอบครัว “อยู่ในมอสโก” และอาจได้รับสถานะผู้ลี้ภัย “บนพื้นฐานทางมนุษยธรรม”

หลายคนเชื่อตามนั้น แม้บีบีซีจะรายงานในเวลาต่อมาว่า ดมิตรี เพสคอฟ โฆษกของทางการเครมลิน ปฏิเสธที่จะยืนยันถิ่นที่อยู่ของอัสซาด รวมทั้งความเป็นไปได้ว่าจะได้รับโอกาสให้ลี้ภัยในรัสเซียหรือไม่ก็ตาม

ข้อมูลที่ เดลี่ เมล์ ได้รับจากแหล่งข่าวมีรายละเอียดเพิ่มเติมมากขึ้นเล็กน้อยว่า ครอบครัวอัสซาด มีล่าม, คนขับรถ, เจ้าหน้าที่อารักขา จำนวนหนึ่งมาสมทบ

นอกเหนือจากนั้น บรรดาญาติๆ ของทั้งสองก็เชื่อกันว่า ได้รับการอำนวยความสะดวกให้เดินทางมาพบกันที่มอสโก รวมทั้ง ฟาวัซ กับ ซาฮาร์ อัคราส บิดาและมารดาของอัสมา ซึ่งเดิมใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน

ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมานี่เอง อัสซาดกับคนในตระกูล พากันซื้ออพาร์ตเมนต์หรู 18 หลังไว้ในกรุงมอสโก

แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันตรงกันว่า อดีตผู้นำซีเรียและครอบครัว ไม่น่าจะได้รับความเห็นชอบให้ใช้ชีวิตอย่าง “เปิดเผย” และ “หรูหรา” เช่นนั้น

ในทางตรงกันข้าม เดอะ การ์เดียนระบุว่า น่าจะเป็นการซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ในคฤหาสน์ที่โดดเดี่ยวสักแห่งหนึ่ง ภายใต้การตรวจการณ์ ดูแลอย่างใกล้ชิดของรัสเซียเสียมากกว่า

บทวิเคราะห์ใน เดอะ การ์เดียน ชี้ให้เห็นว่า ซีเรียกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันยาวนานก็จริง แต่สถานะของอัสซาดตกอยู่ในสภาพ “ลูกไล่” มากกว่าอย่างอื่น

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ แม้กระทั่งสื่อของรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐของรัสเซียเอง ก็โยนความผิดที่ทำให้รัฐบาลซีเรียล่มสลายให้กับอัสซาดโดยเร็วหลังเกิดเหตุ และไม่เคยมีการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ภาพของอดีตผู้นำซีเรียในมอสโกหรือในรัสเซียออกมาแต่อย่างใด

“เพื่อยังประโยชน์ให้กับการดำเนินความพยายาม เพื่อผูกสัมพันธ์กับบรรดากลุ่มอำนาจใหม่ในซีเรีย” คือเหตุผลของท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย

มาร์ก กัลเลียตติ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงรัสเซีย ขยายความสถานะของอัสซาดในเวลานี้ให้ชัดเจนมากขึ้นว่า แทบไม่ต่างอะไรกับ “คอลเล็กชั่นอดีตจอมเผด็จการ” ที่อยู่ในครอบครองของวลาดิมีร์ ปูติน

สิ่งที่ “เผด็จการของเล่น” ของปูตินเหล่านี้ต้องทำก็คือ “ทำอะไรก็ได้ตามที่ทางการรัสเซียต้องการให้ทำ” และสบายใจที่จะให้ทำ

กระนั้น ปูตินก็จะไม่ส่งตัวอัสซาดให้ซีเรียหรือให้กับใครๆ แต่จะเก็บรักษาไว้ในฐานะ “เบี้ย” สำหรับเกมการต่อรองในอนาคต

คนที่พูดถึงอนาคตของอัสซาดไว้อย่างชัดเจนอีกรายคือ เดวิด เลสช์ ผู้เชี่ยวชาญกิจการซีเรียชาวอเมริกัน ที่เคยพบหน้าค่าตากับอัสซาดอยู่หลายครั้ง

แต่เขากลับเชื่อว่า นับแต่นี้ต่อไป อัสซาดและครอบครัวคงต้องใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มิดชิด “โลว์ โปรไฟล์ เอามากๆ ซึ่งอาจบางทีต้องเป็นอย่างนี้ไปจนตลอดชีวิตที่เหลืออยู่”

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็คือ เริ่มมีเสียงเรียกร้องดังขึ้นตามลำดับให้นำตัวอัสซาดมาดำเนินคดีในฐานะผู้สมคบคิดก่อ “อาชญากรรมสงคราม” ในซีเรีย

วอชิงตัน โพสต์ ยกกรณีของ “อีดี้ อามิน” ขึ้นมาเป็นตัวอย่างของจอมเผด็จการที่เสียชีวิตลงขณะต้องลี้ภัยอยู่นอกประเทศ

อีดี้ อามิน ถูกโค่นล้มเมื่อปี 1979 ลี้ภัยมาใช้ชีวิต “เรียบง่าย เหมือนชนชั้นกลางทั่วไป” จนวาระสุดท้ายในซาอุดีอาระเบีย

หรือกรณีตรงกันข้ามของ ฮิซเซน ฮาบรี เผด็จการชาด ที่ลี้ภัยมาใช้ชีวิตหรูอยู่ในเซเนกัลหลังถูกโค่นล้มเมื่อปี 1990 ลงเอยด้วยการถูกจับกุมในปี 2016 ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจาก “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ที่เคยกระทำ และเสียชีวิตในเรือนจำจากโควิด เมื่อปี 2021

บาชาร์ อัล-อัสซาด ซุกซ่อน สั่งสมทรัพย์สินมากมายไว้ตลอดชีวิตเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ในต่างแดน บริษัทธุรกิจบังหน้าในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมทั้งบัญชีลับนอกประเทศมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์

แต่ทั้งหมดนั้น ไร้ประโยชน์ใดๆ แล้วในเวลานี้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วันนี้และอนาคตของ ‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...