สุจิตต์ วงษ์เทศ : ท่องเที่ยวแม่สาย จ.เชียงราย เมืองพระเจ้าพรหม-ต้นวงศ์กษัตริย์อยุธยา
แม่สาย จ.เชียงราย เมืองพระเจ้าพรหม—ต้นวงศ์กษัตริย์อยุธยา ที่รัฐบาลควรยกไปโปรโมตท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจะสรุปย่อความเป็นมาให้สั้นที่สุดดังนี้
(1.) อ.แม่สาย เป็นที่ตั้งเมืองโบราณชื่อ เวียงพางคำ (2.) เวียงพางคำเป็นเมืองของพระเจ้าพรหม บรรพชนต้นตระกูลกษัตริย์อยุธยา (3.) พบในตำนานว่าพระเจ้าพรหมมีทายาทชื่อพระเจ้าชัยศิริ ซึ่งได้สืบเชื้อสายลงไปเป็นพระเจ้าอู่ทอง ผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา
เรื่องนี้เป็นเหตุให้ประวัติศาสตร์ไทยสมัยก่อน (ราว 100 ปีมาแล้ว) ยกย่องพระเจ้าพรหมเป็น “มหาราช” องค์แรกของไทย แล้วจัดให้พระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง อยู่ในราชวงศ์เชียงราย (แต่ปัจจุบันยกเลิกแล้ว)
ต้นทางไทย
แม้ยกเลิกพระเจ้าพรหมเป็นต้นวงศ์พระรามาธิบดีที่ 1 แต่เรื่องเล่าในตำนานพระเจ้าพรหมเป็นร่องรอยหลักฐานสัญลักษณ์ของตระกูลภาษาไท-ไต (ต้นตอภาษาไทย) เป็นภาษากลางทางการค้าของดินแดนภายใน แผ่จากลุ่มน้ำโขง-กก-อิง สู่แม่น้ำท่าจีน-แม่กลอง
จากนั้นดึงดูดคนชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น มอญ, เขมร, มลายู ฯลฯ ใช้ภาษาไท-ไต เป็นภาษากลาง กลายเป็นชาวสยาม และดินแดนสยาม ซึ่งต่อมาในเอกสารจีนเรียกเสียน หรือเสียม ที่ร่วมกับสยาม-ละโว้ สถาปนาอโยธยา เป็นต้นทางคนไทยและประเทศไทย
เมืองเวียงพางคำ (ที่แม่สาย) สร้างป้องกันน้ำป่า
เวียงพางคำ หรือ “เวียงพานคำ” อยู่ อ. แม่สาย จ. เชียงราย สร้างโดยกลุ่มสิงหนวัติ (ตระกูลไท-ไต จากลุ่มน้ำสาละวิน) อยู่ในความทรงจำสืบจนปัจจุบัน
ดังนั้น เมื่อน้ำป่าไหลทะลักท่วมตัวอำเภอแม่สาย ก็ต้องท่วมเมืองของพระเจ้าพรหมจมอยู่ใต้น้ำป่าไปด้วย
เวียงพางคำ (ที่แม่สายของพระเจ้าพรหม) อยู่ในตำแหน่งอันตราย เสี่ยงต่อการมีน้ำท่วมฉับพลันเมื่อฝนตกมากและต่อเนื่อง ซึ่งมีประจำ และเป็นที่รับรู้ของประชาชนทุกชาติพันธุ์ จากประสบการณ์ตรงก่อนจะ “สร้างบ้านแปลงเมือง” เมื่อนับพันปีมาแล้ว
ดังนั้นการวางผังเมืองจึงเป็นไปเพื่อการจัดการน้ำเป็นสำคัญที่สุด (ไม่เน้นป้องกันข้าศึก) เพื่อหลีกเลี่ยงเป็น “เวียงหนองล่ม” เพราะถูกน้ำป่าทำลาย
[แนวคิดทั้งหลายได้จากบทความหลายเรื่องของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม]
เวียงพางคำ (ที่แม่สาย) มีอายุระหว่าง พ.ศ. 1500-1800 จากการเปรียบเทียบอายุของเมืองโบราณใกล้เคียงบริเวณ อ. แม่จัน จ. เชียงราย (ข้อมูลจากนักโบราณคดี กรมศิลปากร เชียงใหม่)
คูน้ำคันดินเวียงพางคำ อ. แม่สาย จ. เชียงราย มีไว้เบี่ยงเบนน้ำป่าไปทางอื่น เพื่อป้องกันน้ำป่ามหาศาลทะลักล้นท่วมเมือง
ดังนั้นคนสมัยก่อนจึงขุดคูน้ำกว้างและลึก ส่วนคันดินถมสูงตลอดบนเนินเขา เพื่อรับน้ำและเบี่ยงเบนน้ำให้กระจายด้วยระบบเหมืองฝายถ่ายน้ำลงสู่เหมืองแดงด้านตะวันออก (ไปทางด่านแม่สาย 2)
ผังเมือง ทำแนวทิศเหนือ-ใต้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนเวียงเดิม และเวียงใหม่ที่ขยายเพิ่มภายหลัง
เวียงเดิม ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 550 x 1,550 เมตร
เวียงใหม่ (อยู่ถัดขึ้นไปทางทิศเหนือ) ผังรูปวงรี กว้าง 7,000 x 750 เมตร มีคูน้ำคันดินชั้นเดียว กว้าง 152 เมตร สูง 3 เมตร
ปัจจุบัน ร่องรอยเดิมของเวียงพางคำ ได้แก่ แนวคูน้ำ และคันดิน ซึ่งบางจุดเหลือเพียงคูน้ำลึก เนื่องจากคันดินได้ถูกไถทำลายจนหมดสภาพไป โดยมีหลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่ (ข้อมูลจากเทศบาลตำบลแม่สาย อ. แม่สาย จ.เชียงราย) ดังนี้
1.ด้านเหนือ แนวคันดินที่ด้านเหนือของวัดเวียงพาน
2.ด้านตะวันออก แนวคันดินด้านทิศตะวันออกขนานไปกับถนน จนถึงมุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง (บ้านป่ายาง)
3.ด้านใต้ แนวคันดินด้านทิศตะวันตกของถนน ซึ่งใช้เป็นแนวเขตของสถานีใบยาสูบแม่สาย
4.ด้านตะวันตก มีหลักฐานสภาพคูน้ำคันดินที่สมบูรณ์มากกว่าด้านอื่น โดยแบ่งเป็นพื้นที่หลังวัดเวียงพาน, หลังโรงพยาบาลแม่สาย, หลังวัดพรหมวิหาร, และหลังสถานีใบยาสูบ
อ. แม่สาย จ. เชียงราย ได้ชื่อ “แม่สาย” จากลำน้ำที่ไหลผ่าน คือแม่น้ำสาย (หรือล้านนาเรียกตามประเพณียกย่องลำน้ำเป็นเพศหญิงว่า “น้ำแม่สาย”)
“สาย” หมายถึงสิ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว เช่น ลำน้ำ, ถนน ฯลฯ
แม่น้ำสาย (สมัยก่อนเรียกแม่น้ำละว้า หรือน้ำแม่ละว้า) มีต้นน้ำอยู่ทิวเขาทางตะวันตก บริเวณพรมแดนไทย-พม่า เขตพม่า-ต้นน้ำอยู่ทิวเขาในจังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่อำนาจของกลุ่มไทยใหญ่ เขตไทย-ลำน้ำสาขาจากดอยขุนน้ำนางนอน ด้วยการปันน้ำบางส่วนลงแม่น้ำสาย
พระเจ้าพรหมถึงพระเจ้าอู่ทอง
พระเจ้าอู่ทอง สืบเชื้อสายจากพระเจ้าชัยศิริ (ทายาทพระเจ้าพรหม เวียงพางคำ) เป็นความทรงจำมีในราชสำนักอยุธยา สืบเนื่องตั้งแต่สมัยต้นๆ (โดยที่สามัญชนคนทั่วไปทั้งในเมืองและนอกเมืองไม่รับรู้ด้วย เพราะมีความทรงจำคนละชุด)
ความทรงจำเหล่านี้เป็นพยานถึงอำนาจของภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท ขยายตามเส้นทางการค้าจากดินแดนภายใน ลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สมัยอยุธยา
1.ราชสำนักพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ.2091-2111) เชื่อว่าเชื้อสายพระเจ้าพรหมองค์หนึ่ง คือ ชัยศิริ เป็นบรรพชนของพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา
พบหลักฐานจากชื่อบ้านนามเมือง พระมหาจักรพรรดิยกบ้านท่านา (ริมแม่น้ำท่าจีน) ขึ้นเป็นเมือง ให้ชื่อว่า เมืองนครชัยศรี ตามนามบรรพชนว่าชัยศิริ
2.ราชสำนักพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2172-2199) เชื่อว่าพระเจ้าพรหม (แห่งโยนก) เป็นบรรพชนของพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา
วัน วลิต พ่อค้าชาวฮอลันดา อยู่ในอยุธยา (พ.ศ. 2176-2185) ฟังคำบอกเล่าจากนักปราชญ์ราชสำนักพระเจ้าปราสาททอง แล้วบันทึกว่า “มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ พรหมเทพ…เป็นผู้สร้างอาณาจักรสยาม เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรก…” (จากหนังสือ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ วัน วลิต พ.ศ. 2182)
3.ราชสำนักพระนารายณ์ (พ.ศ. 2199-2231) เชื่อว่าเชื้อสายพระเจ้าพรหม คือ ชัยศิริ เป็นบรรพชนของพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา มีบันทึกในเอกสารฝรั่งเศส 2 เล่ม ได้แก่ (1.) บาทหลวงตาชาร์ด และ (2.) ลาลูแบร
4.นักปราชญ์ล้านนา เชื่อว่าเชื้อสายพระเจ้าพรหม (แห่งโยนก) โยกย้ายลงไปสถาปนาอยุธยา มีบันทึกใน พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน แต่งในล้านนาราวหลัง พ.ศ. 2200
สมัยรัตนโกสินทร์
5.กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์พระราชพงศาวดารสังเขป ว่า พระเจ้าอู่ทองเป็นเชื้อสายพระเจ้าพรหม (แห่งโยนก) โดยจับเรื่องในตำนานสิงหนวัติ รวมกับนิทานท้องถิ่นกำแพงเพชร
เริ่มด้วยกษัตริย์เมืองเชียงรายพ่ายศึก ได้อพยพชาวเมืองเชียงรายหนีลงมาทางทิศใต้ แล้วสร้างบ้านเมืองใหม่บริเวณเมืองแปบ (ซึ่งเป็นเมืองร้างอยู่ริมแม่น้ำปิง อยู่คนละฟากเมืองกำแพงเพชรปัจจุบัน) ภายหลังให้ชื่อใหม่ว่าเมืองไตรตรึงษ์
ต่อมามีลูกเขยเป็นสามัญชนคนเข็ญใจชื่อนายแสนปม ได้เป็นกษัตริย์เมืองเทพนครพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าชัยศิริ มีโอรสชื่อเจ้าอู่ทอง ซึ่งต่อมาคือผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา
6.ร.4 ทรงเชื่อเรื่องเชื้อสายวงศ์ของพระเจ้าพรหมมาสร้างอยุธยา (ตามพระราชพงศาวดารสังเขป ของกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส)
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์เล่าเรื่องนี้ว่า “มีพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้หมอดีนส่งไปลงพิมพ์ในหนังสือไจนีสเรโปสิตอรี ที่เมืองกิ่งตัง เมื่อปีกุญ จุลศักราช 1213 พ.ศ. 2394 ว่าพระเจ้าอู่ทอง เป็นราชบุตรเขยของพระเจ้าศิริไชยเชียงแสน ได้รับราชสมบัติสืบพระวงศ์ทางพระมเหสี ครองราชย์สมบัติอยู่ 6 ปี เกิดโรคห่าขึ้นในพระนคร จึงย้ายมาตั้งราชธานีที่เมืองศรีอยุธยา” (ตำนานหนังสือพระราชพงศาวดาร พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พิมพ์อยู่ในหนังสือ พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุจิตต์ วงษ์เทศ : ท่องเที่ยวแม่สาย จ.เชียงราย เมืองพระเจ้าพรหม-ต้นวงศ์กษัตริย์อยุธยา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th