โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ATIA เตรียมรุกตลาดสกินแคร์อังกฤษ-ไทย 100% ปีหน้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 พ.ย. 2567 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 07.47 น.

ATIA เปิดเกมรุกตลาดสกินแคร์ทั้งในอังกฤษและไทย จ่อส่งผลิตภัณฑ์กันแดดเติมพอร์ตพร้อมดึงไมโครอินฟลูเอนเซอร์ช่วยโปรโมตพร้อมเปิดระบบ Affiliates รุกตลาดออนไลน์เข้มวางเป้าอัพยอดขายเพิ่ม 25%

ตลาด Skin Care ไทยยังคงเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตอย่างน่าสนใจโดยข้อมูลจากรายงาน Grand View Research ระบุว่ามูลค่าตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกจะขึ้นไปแตะระดับ 3.64 แสนล้านดอลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12.38 ล้านล้านบาทในปี 2573 เติบโตเฉลี่ยปีละ 4.2% เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ประมาณ 1.4 เท่า

ขณะที่ตลาดเครื่องสำอางในไทยคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3.23 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5.0% ต่อปี เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ประมาณ 1.5 เท่า โดยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือ Skin Care มีมูลค่าตลาดมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนกว่า 41%

ส่งผลให้ตลาด Skin Care ในกลายเป็นที่จับจ้องและมีผู้เล่นหน้าใหม่ตบเท้าเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่องหนึ่งในนั้นคือ ATIA แบรนด์ Skincare สัญชาติไทยที่แจ้งเกิดจากประเทศอังกฤษก่อนจะเริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา

คุณส้ม อาทิตยา เจ้าของแบรนด์ ATIA เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว Skincare ภายใต้แบรนด์ ATIA เปิดตัวในประเทศอังกฤษและทำตลาดมามากกว่า 5 ปี เน้นเจาะตลาดคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีส่งผลให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการบอกปากต่อปาก จนสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มชาวอังกฤษได้

ปัจจุบัน ATIA มีสัดส่วนลูกค้าในตลาดหลักอย่างอังกฤษเป็น กลุ่มคนไทยในอังกฤษ50%และชาวอังกฤษ 50% และในปี 2566 ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศผ่านช่องทางจำหน่ายออนไลน์ 100% ผ่าน Facebook Shopee Lazada และ Line @ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมีมีฐานลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิดตลาดที่ประเทศอังกฤษ 100% โดยดึงบริษัทมาร์เก็ตติ้งประเทศอังกฤษเข้ามาช่วยบุกตลาดสกินแคร์อย่างเต็มสูบ ขณะที่ตลาดในประเทศไทยหลังจากนี้จะมุ่งจับตลาดกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและกลุ่มคนข้ามเพศ

“เราจะมุ่งเจาะตลาดไทยและอังกฤษควบคู่กันไป โดยมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในระดับสูงให้มากที่สุด เบื้องต้นคาดว่าในปีหน้าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือกลุ่มกันแดด เพื่อเปิดตลาดลูกค้าใหม่ๆให้เข้ามาสนใจผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์ทั้งหมดแค่ 3 โพรดักซ์คือเดย์ครีม ไนท์ครีมและโฟมล้างหน้า ซึ่งยังไม่ครอบคลุมรูทีนในการดูแลผิวหน้า”

พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายช่องทางจำหน่ายไปยัง “Tiktok” ส่วนช่องทางออฟไลน์ปัจจุบันอยู่ระหว่างมองหาพันธมิตร และตัวแทนจำหน่ายที่ใช้จริงและสบายใจที่จะบอกต่อและขาย เมื่อผลิตภัณฑ์ดังและมีชื่อเสียงเชื่อว่าโมเดิร์นเทรดหรือมัลติสโตร์ต่างๆจะวิ่งเข้ามาหาผลิตภัณฑ์เอง ดังนั้นโจทย์สำคัญคือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์และทำให้ลูกค้าทราบถึงคุณภาพสินค้าก่อนเป็นอันดับแรก

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผนกระตุ้นยอดขายผ่านการโปรโมชั่นลดราคาในช่วงเทศกาลต่างๆ รวมไปถึงแจกตัวอย่างให้ทดลองใช้ฟรีเพื่อจูงใจให้ลูกค้าใหม่ๆโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจในการดูแลผิวอย่างปลอดภัยและเห็นผลอย่างต่อเนื่องและรักตัวเอง ได้เปิดใจทดลอง ซึ่งตอนนี้คนไทยเริ่มตะหนักรู้ในการเลือกสกินแคร์

“ที่อังกฤษเราขายดีมากเติบโตขึ้นมากว่า 20% ส่วนไทยเรามีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อต่อเนื่องกลับมาซื้อซ้ำตลอด ปีหน้าเราจะเพิ่มการตลาดเข้มข้นมากขึ้นผ่านการใช้ Micro influencer มากขึ้นต่อเดือน แต่ Micro inforensor หรือคนที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เราจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์จริงอย่างน้อย 3 สัปดาห์แล้วรีวิวจากความรู้สึกจากการใช้”

Key Message ที่เราต้องการสื่อสารคือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งจะต้องใช้เวลา เพราะ ingredient หลักของเราเป็น ingredient ที่ High Quality จากยุโรปซึ่งคนไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักเช่นสารสกัดจากใบ Artichoke ดังนั้นเราจะต้องสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้าใหม่ๆในเมืองไทยเข้าใจเพราะเราอยากจะอยู่ในตลาด Skincare เมืองไทยให้นานที่สุดและทำให้แบรนด์ของเรามีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านผลิตภัณฑ์

พร้อมกับเปิดระบบ Affiliates ช่วยในการขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น จากกลยุทธ์ดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตในตลาดประเทศไทยราวๆ 20%

“นอกจากตลาดประเทศไทยและอังกฤษแล้วเรายังทำการตลาดผ่านตัวแทนในฮอลแลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ด้วย อย่างไรก็ตามเราจะไม่เน้นระบบตัวแทนมากนักแต่จะเน้นตัวแทนที่ใช้แล้วบอกต่อและสนใจที่จะเอาผลิตภัณฑ์ไปขายต่อ โดยไม่มีการบังคับทำยอดและไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้า เราเน้นการตลาดแบบปากต่อปากเพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเราอยู่แล้ว แต่เราจะค่อยๆเพิ่มลูกค้าใหม่ขึ้นไปเรื่อยๆ”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...