“กองทุนรวมไทย” 9 เดือนแรกปี24 ฟื้น AUM แตะ 5.6 ล้านล้านบาท โต +9.20%... “บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์โตสุด +704.52% “บลจ.แอสเซท พลัส” ร่วงสุด -46.40% “บลจ.กสิกรไทย” ส่วนแบ่งมากสุด 22.40% !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 21.27 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 09.49 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงสาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องการเติบโตของ “ธุรกิจกองทุนรวม” ของไทยในช่วง 9 เดือนแรกปี2024 กันบ้าง หลังภาพรวมของตลาดการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจกองทุนรวมด้วยเช่นกัน
เพราะสามารถจะพานักลงทุนไทยเปิดประตูไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกได้ง่าย สะดวก ใช้เงินลงทุนไม่มาก และมี “ผู้จัดการกองทุน” คอยดูแลเงินลงทุนให้อีกด้วย ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมในด้านโอกาสการลงทุนสำหรับคนไทยทุกคนมากยิ่งขึ้น
โดยช่วง 9 เดือนแรกปี2024 ที่ผ่านมา “ธุรกิจกองทุนรวมไทย” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) แตะ 5.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +9.20% โดยโครงสร้างส่วนใหญ่ยังลงทุนในสินทรัพย์ประเภท “ตราสารหนี้” 47.87% ในขณะที่เป็น “หุ้น” 30.17% ที่เหลือเป็นอื่นๆ
แต่ก็ไม่ใช่ทุกบลจ. จะโตดีไปทั้งหมด ทั้ง 23 บลจ. มีการเติบโตยังบ้างนั้นในช่วง 9 เดือนแรกปี23 ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
"กองทุนรวมไทย" 9 เดือนแรกปี24AUM ฟื้นตัวแตะ 5.6 ล้านล้านบาท โต +9.20%…“บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์โตสุด +704.52%
จากการสำรวจธุรกิจกองทุนรวมในช่วง 9 เดือนแรกปี2024 ของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า บลจ.ทั้ง 23 แห่ง มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 5,618,481.81 ล้านบาทเพิ่มขึ้น +9.20% จากสิ้นปีก่อน และมีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมี 19 บลจ. คิดเป็น 83% ที่มีการเติบโต “เพิ่มขึ้น” (มากกว่าปี23 ที่มี 15 บลจ. คิดเป็น 65%) ในขณะที่ยังมี 4 บลจ. คิดเป็น 17% ที่โต “ลดลง”
ทั้งนี้มีอยู่ 13 บลจ. คิดเป็น 57% ที่โตแรงแซงอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งบลจ.ขนาดเล็ก, กลาง และใหญ่
สำหรับ 6 บลจ. ที่มีการเติบโตสูงสุดช่วง 9 เดือนแรกปี24 นั้น โตมากกว่า 20% ทั้งหมด คิดเป็นการโตเฉลี่ยสูงถึง +146.15% นำมาโดย อันดับ1) “บลจ.เอ็กซ์สปริง” มี AUM 272.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +704.52%, 2) “บลจ.ทาลิส” มี AUM 7,768.09 ล้านบาท +68.36%, 3) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” มี AUM 187,405.22 ล้านบาท +34.40%,
4) “บลจ.เอไอเอ” มี AUM 68,855.18 ล้านบาท +26.07%, 5) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” มี AUM 34,434.12 ล้านบาท+22.01% และ6) “บลจ.ซาวาคามิ” มี AUM 19.30 ล้านบาท +21.54%
“ทั้งนี้จะพบว่า ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจกองทุนรวมนั้น ก็มีโอกาสให้กับ บลจ.ขนาดกลาง-เล็ก ที่ไม่ใช่ลูกแบงก์ให้เข้ามาแย่งชิงได้เช่นเดียวกัน ในขณะที่ภาพรวม บลจ.ลูกแบงก์ก็ยังเติบโตได้เพียงแต่อาจจะโตไม่มากเท่ากลุ่มบลจ.ขนาดกลาง-เล็กเท่านั้นเอง ดังนั้นสะท้อนว่า ‘ตลาดกองทุนรวม’ นี้ใหญ่พอสำหรับทุกบลจ.แน่นอน”
เปิด 4 “บลจ.” โตลดลงเฉลี่ย -22.27% “บลจ.แอสเซท พลัส” ร่วงมากสุด -46.40%…ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” ครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 22.40%
อย่างไรก็ดี ยังมี 4 บลจ. ที่ช่วง 9 เดือนแรกปี24 ธุรกิจยังคงหดตัว มี AUM โตลดลงเฉลี่ย -22.27% เป็นกลุ่มของบลจ.กลาง-เล็ก เป็นสำคัญ ประกอบด้วย 1) “บลจ.แอสเซท พลัส” มี AUM 23,813.38 ล้านบาท -46.40% เป็นผลจากการปิดกองทุนตราสารหนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา, 2) “บลจ.ฟิลลิป” มี AUM 2,384.06 ล้านบาท -22.10%, 3) “บลจ.ดาโอ” มี AUM 4,570.95 ล้านบาท -17.63% และ 4) “บลจ.เคดับบลิวไอ” มี AUM -2.96%
ทั้งนี้ พบว่า 6 บลจ. ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมมากสุดนั้น มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 81.11% นำมาโดย
1) “บลจ.กสิกรไทย” มี AUM 1,258,266.48 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 22.40%
2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 1,045,623.00 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 18.61%
3) “บลจ.บัวหลวง” มี AUM 773,645.06 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 13.77%
4) “บลจ.กรุงไทย” มี AUM 642,724.73 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 11.44%
5) “บลจ.กรุงศรี” มี AUM 463,143.55 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 8.24%
6) “บลจ.อีสท์สปริง” มี AUM 373,472.83 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 6.65%
“ทั้งนี้ จะพบว่า บลจ.ลูกแบงก์ขนาดใหญ่ หรือบลจ.ต่างชาติ เองก็ยังเติบโตได้ และมีบางแห่งก็โตมากกว่าอุตสาหกรรมอีกด้วย ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องขนาดไม่ใช่ข้อจำกัด บลจ.ไซส์ใหญ่ก็ยังโตได้ ไม่ได้จะหยุดโตแต่ประการใด”
ทั้งหมดนี้เป็นภาพการเติบโตของธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” ในช่วง 9 เดือนแรกปี24 ที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน และในช่วงโค้งสุดท้ายของปีที่เหลือนี้ แต่ละบลจ.จะช่วงชิงเค้กกันได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ไปสู่ภาพรวมการเติบโตทั้งปีของแต่ละบลจ.ในปีนี้ด้วยเช่นกัน