เจาะลึกเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Yell Advertising เอเจนซีไทยมาแรงระดับโลก ที่ล่าสุดบุกตลาดใหม่ ณ เมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างทุกวันนี้ ทำให้การทำธุรกิจในเกือบทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัว โดยเฉพาะวงการเอเจนซีโฆษณาเช่นกัน ที่หากเรายังคงดำเนินธุรกิจตามแนวทางเดิม ๆ ก็คงจะเติบโตได้ไม่เร็วนัก
ล่าสุดนี้แอดเองได้มีโอกาสไปร่วมงาน Shanghai International Advertising Festival 2024 หรือ SHIAF ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ทำให้ได้พบเห็นหนึ่งเอเจนซีสัญชาติไทยที่สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายในหลาย ๆ มิตินั่นก็คือ “Yell Advertising”
ทั้งการขึ้นเป็นหนึ่งใน Speaker ภายในงาน SHIAF 2024 บนเวทีเสวนาหัวข้อ‘แบรนด์จีนก้าวสู่ระดับโลกได้อย่างไร’ ร่วมกับ ไมเคิล รอสส์ รองประธานอาวุโสกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานร่วม CP Commercial Real Estate พร้อมด้วย Mr. Yao Li ประธานบริษัท Tailing Group
การได้รับรางวัล Gold และ Silver จากการประกวดโฆษณา SHIAF Awards 2024 ด้วยผลงานแคมเปญของ PTT Station รวมไปถึงการเป็นบริษัทโฆษณาไทยแห่งแรกที่จดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้ในเขตเจียติ้ง ณ Sino-ADI National Advertising Industry Park ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ในประเทศจีน ทำให้ตอนนี้ Yell มีทั้งหมด 6 ประเทศ 7 เมืองใหญ่ทั่วเอเชียแล้ว
วันนี้แอดเลยขอหยิบเอาสรุปแบบเนื้อ ๆ จากบทสัมภาษณ์สุด Exclusive กับคุณ โอห์ม–ดิศรา อุดมเดช CEO และ Founder ของ Yell Advertising ที่ทีม AD ADDICT ได้บินไปพูดคุย ถึงออฟฟิศใหม่ของชาว Yell ณ เมืองเซี่ยงไฮ้มาแบ่งปันเพื่อน ๆ กัน
โดยแอดต้องบอกเลยว่า มีหลากหลายประเด็นที่เชื่อว่าชาวเอเจนซีไทยเราเอง ก็น่าจะได้รับแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเรียนรู้จากคำแนะนำดี ๆ ที่เอาไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและบริหารกันได้ โดยประเด็นที่แอดขอหยิบมาสรุปเล่าหลัก ๆ มีทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน หากเพื่อน ๆ อยากรู้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ก็สามารถตามไปอ่านเนื้อหาสรุปจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้แบบเต็ม ๆ ได้เลย !
Q: ทำยังไงให้ไปไกลสู่ระดับโลกได้แบบ Yell ?
หากเราได้ติดตามข่าวสารในวงการโฆษณาไทยมาเรื่อย ๆ จะพบว่า Yell Advertising มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจด้วยมุมมองที่แตกต่าง สวนทางเอเจนซีเจ้าอื่น ๆ จนตอนนี้สามารถสร้าง Network ของคนเอง ซึ่งถือว่าเป็น 1st Thai Network Agency เลยก็ว่าได้
เมื่อเป็นแบบนี้หลายคนน่าจะสงสัยเหมือนแอดเช่นกัน ว่าอะไรที่ทำให้ Yell สามารถเติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้ ? คุณโอห์มจึงเล่าให้ฟังว่า คุณโอห์มเองถึงแม้จะเป็นครีเอทีฟ แต่เมื่อต้องทำงานเชิงบริหารองค์กร คุณโอห์มจะใช้มุมมองการบริหารแบบนักธุรกิจ ที่หากต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การอยู่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้ต้องคอยหาโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
โดยคุณโอห์มได้เล่าเพิ่มเติมว่า “หัวใจสำคัญที่ทำให้เราเติบโตระดับโลกได้นั้นเริ่มต้นจาก ต้องมีคนให้คำแนะนำ หรือ Advisor ที่ดี คน ๆ นั้นต้องเป็นคนที่เข้าใจธุรกิจ มีเครือข่ายที่กว้างขวาง เชื่อมั่นในตัวเรา และมีเป้าหมายเดียวกัน” ซึ่งอย่างทีม Yell นี้ ก็มี Global Advisory Board คือ คุณ Gordon Tan ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในวงการโฆษณาระดับโลกนั่นเอง
Q: บริหารยังไงให้ 7 สาขาทั่วโลกทำงานอย่างราบรื่น ?
ต่อเนื่องจากคำถามก่อนหน้า เมื่อขยายไปต่างประเทศแล้ว หากเป็นคนทั่วไปก็อาจจะขยายแค่ 1-2 สาขา แต่ Yell ตอนนี้มีสาขาไปถึง 7 สาขาใน 6 ประเทศแล้ว แอดเลยอยากรู้มาก ๆ ว่าคุณโอห์ม มีวิธีการบริหารยังไงให้ทุกสาขาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น
โดยคุณโอห์มได้เล่าว่า ด้วยความที่ Yell เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “คน” มาก ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้สามารถบริหารหลายสาขานั้นมี 3 ส่วนด้วย อย่างแรกคือการที่แต่ละออฟฟิศ จะต้องมีผู้บริหารของทาง Yell ที่โฟกัสในตลาดนั้น ๆ โดยเฉพาะ มีโจทย์และเป้าหมายที่ชัดเจน ในการทำธุรกิจให้เติบโตตามที่วางแผนไว้
ถัดมาคือการให้ทีมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจในแก่นแท้ของความเป็น Yell ได้เปิดโอกาสในการเติบโตระดับโลก อย่างที่ชัดเจนตอนนี้คือทางทีมครีเอทีฟของ Yell เอง ก็จะมีการขยับขยาย Scope ในการทำงาน ซึ่งบางคนอาจจะต้องมาทำงานที่ประเทศจีนในอนาคต
และอย่างที่ 3 ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คือการที่เราต้องร่วมงานกับคน Local หรือคนพื้นที่นั้น ๆ เพราะเขาจะเป็นคนที่เข้าใจตลาดอย่างชัดเจน มี Connection ในการทำงานให้ราบรื่นได้ดี รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ซึ่งหากเรามีคนที่เข้าใจในพื้นที่นั้น ๆ แบบนี้ นอกจากจะได้งานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมแล้ว เรายังสามารถบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน
Q: ทำไมต้อง ‘เซี่ยงไฮ้’ ที่นี่มีความน่าสนใจอย่างไร ?
ก่อนหน้านี้ทาง Yell ได้เปิดตัวบริษัทสาขาแรกที่จีน ณ เมืองปักกิ่งกันไปแล้ว ทำให้แอดอดสงสัยไม่ได้ว่า เอ้ะ…แล้วทำไมยังต้องมีที่เซี่ยงไฮ้ด้วยนะ ที่นี่มันน่าสนใจอย่างไรกัน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้พูดคุยกัน
โดยคุณโอห์มได้แชร์ให้ฟังว่า เมืองเซี่ยงไฮ้เป็นตลาดที่ใหญ่มาก ๆ เพราะจากข้อมูลของ SHIAF ชี้ว่าในเซี่ยงไฮ้ มีบริษัทโฆษณาที่จดทะเบียนอยู่มากถึง 40,000 แห่ง ซึ่งดูแลงบประมาณมากกว่า 200 พันล้านหยวน (กว่า 980 พันล้านบาทไทย) ทำให้แบรนด์ไทยที่ต้องการทำธุรกิจโฆษณาเซี่ยงไฮ้จะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า และสิทธิประโยชน์มากมาย
และการร่วมงานกับลูกค้าที่ต่างประเทศอย่างประเทศจีนนั้น การมีสำนักงานที่บริหารอยู่ในเมืองนั้น ๆ จะช่วยส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร และเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการทำธุรกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าจีนมีความเชื่อมั่น และสามารถร่วมงานกับเราได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นก็เพิ่งมีการร่วมลงนามตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และการลงทุนด้านโฆษณาไทย - จีน ระหว่างทางสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และสมาคมโฆษณาแห่งเซี่ยงไฮ้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก ๆ กับการที่อุตสาหกรรมโฆษณาที่เซี่ยงไฮ้นี้จะยิ่งมีโอกาสต่อยอดในการเติบโตต่อไปควบคู่กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
โดยหลังจากนี้ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป ว่า Yell Advertising จะมีการเติบโตไปในทิศทางไหน ในประเทศอะไร เมืองใด อีกบ้าง ! แต่แอดเชื่อว่าเอเจนซีไฟแรงแห่งยุคอย่าง Yell นี้ คงจะต้องมีอะไรใหม่ ๆ ให้เราตื่นเต้นอยู่เสมอแน่ ๆ เป็นกำลังใจให้ Next Move ของ Yell เรื่อย ๆ นะครับ