โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปราจีนบุรี “น้องเอวา”จากอกแม่เมย์ไปแล้ว หลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

77kaoded

เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 02.08 น. • 77 ข่าวเด็ด

ปราจีนบุรี - น้องเอวาจากอกแม่เมย์ไปแล้ว หลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย บอกลาครั้งสุดท้าย ผ่านโชเชียล มีคนส่งกำลังใจให้ท่วมท้น

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่เมย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Natsuda Klinkham เป็นภาพแม่เมย์จับมือน้องเอวา เพื่อบอกลาครั้งสุดท้าย เพราะลูกนั้นเสียชีวิตลงแล้ว จากอาการป่วยมะเร็งต่อมหมวกไตระยะสุดท้าย โดยแม่เมย์ระบุว่า "เดินทางไปรอแม่ที่ดาวก่อนนะลูก เดินไปตามทางสวนดอกไม้สวย ๆ ไม่เจ็บปวด ไม่ทรมานอีกแล้ว ลืมมันไปให้หมดเลยนะลูก ทิ้งความเจ็บปวดไว้ในชาตินี้ให้หมด พอแล้ว.. เกิดมาใหม่ขอให้หนูร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนะ รักสุดหัวใจน้องเอวา"

โดยโพสต์ดังกล่าว สร้างความใจหายให้กับผู้ที่ติดตามเรื่องราวการต่อสู้ของแม่เมย์ และน้องเอวา จนมีการแชร์ออกไปกว่า 3 หมื่นครั้ง โดยต่างส่งกำลังใจให้แม่เมย์ ชื่นชมที่เข้มแข็งเพื่อลูกมาเต็มที่แล้ว พร้อมอวยพรให้น้องเอวา ไปเป็นนางฟ้าตัวน้อยอยู่บนสวรรค์ จากนี้ไม่ต้องทนทุกข์จากโรคร้ายอีกแล้ว

ต่อมา แม่เมย์ พร้อมญาติ ได้นำร่าง ด.ญ.ภัทรศยา กลิ่นขำ หรือน้องเอวา ไปทำพิธีรดน้ำศพ เวลา 14.00 น. ที่วัดสระแท่น ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และในช่วงค่ำของทุกคืนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ รวม 3 คืน และวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน เวลา 15.00 น. จะมีพิธีฌาปนกิจ โดยบรรยากาศในวันนี้มีญาติและคนในพื้นที่ ที่รักในตัวน้องเอวาไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก

แม่เมย์ น.ส.ณัฐสุดา กลิ่นขำ แม่ของน้องเอวา กล่าวว่า น้องให้เคมีบำบัดและฉายแสง จนครบกระบวนการที่หมอวางแผนให้ น้องป่วยเป็นมะเร็ง จะต้องให้คีโมแล้วต้องไปฉายแสง พอครบคอส หมอนัด MRI เพื่อสแกนดูเชื้อ พบว่า เชื้อสงบดี ใช้เวลารักษา 8 เดือนแล้ว เชื้อก็กลับมากระจาย ที่กลับมารักษาใหม่น้องปกติทุกอย่าง กินเก่ง พูดเก่ง เล่นได้เหมือนเด็กปกติ แต่ให้คีโมแล้วผมร่วง พูดปกติไม่มีเหนื่อยไม่มีอะไรผิดปกติเลย ร่างกายก็ไม่ได้ผอมโซ เพราะเป็นเด็กที่กินเก่งมากตอนที่น้องจะจากไป หนูไม่ได้พูดอะไรเลย

เธอบอกอีกว่า เมื่อวานตอนเย็นยังเห็นน้องว่ายังดีอยู่ ไม่คิดว่าเพียงกี่ชั่วโมง เขาก็ไปแล้ว ไม่ได้บอกลาอะไรกันเลย แต่ช่วงก่อนหน้านั้น ที่จะนิมนต์พระมาสวด น้องดูแย่มาก ๆ ดูไม่ดี หนูคิดว่าน้องคงไม่อยู่แล้ว เขาคงจะไปแล้ว คนโตก็บอกว่า ให้บอกลาลูก วันนั้นหนูก็บอกลาลูก แต่วันนี้มันเร็วไปหมดตอนที่เขาไม่มีลมหนูยังช็อก มาพูดตอนที่น้องไปแล้ว ถ้าน้องรับรู้ได้ ตนอยากบอกเขาว่า ไม่ต้องห่วงหนู หนูจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เพราะน้องเอวาห่วงหนูมาก จะบอกลูกให้ไปรอแม่ก่อนเดี๋ยวแม่ตามไป เดี๋ยวได้เจอกัน เขาเก่งที่สุด หนูกับลูกสู้กันมามาก ๆ แล้ว ไม่ติดใจอะไรแล้ว หนูรู้สึกว่าเขาไปสบายจริง ๆ

ก่อนที่น้องจะเสีย เขาปวดด้วยตัวโรค เขาปวดมากมาก ขนาดนั่งกอดกันสองคน หนูก็คุยถามลูกว่า เอวารู้ไหม ตายแล้วจะเป็นอย่างไร เอวาบอกว่าหนูไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน หนูรู้แค่ว่าหนูอยากอยู่กับแม่ ถ้าหนูตายแม่ไปอยู่กับหนูได้ไหม หนูไม่อยากอยู่คนเดียว หนูก็ได้แต่บอกลูกว่า หนูจะมีแม่อยู่ข้าง ๆ อยากรู้ความรูสึกเขาตอนนี้เขาเป็นอย่างไร เอวาถามว่า ตัวโรคของหนูเป็นหนักเลยเหรอ เราก็บอกว่า โรคหนูดื้อมาก ๆ แต่ไม่เป็นไร แม่จะอยู่ข้าง ๆ ลูกตลอด

น้องมีไข้สูง 39 องศา และอวัยวะของน้องเป็นหนอง ลิ้นฮ่อเลือด มีหนองไหลออกจากปาก แม่ก็พาน้องไปแอดมิดเลย ก็ดูเรื่องติดเชื้อ พอติดเชื้อผ่าน ก็เป็นงูสวัด ขึ้นตา น้องมีภูมิต่ำ ช่วงนั้นเป็นไวรัสมาขึ้นมาที่ตา หนูก็ไม่รู้ว่าเป็นงูสวัด เป็นตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ พอตุ่มแตกก็ลามไปหมดเลย ตาปิด 2 ข้างไปเลย น้องก็สู้ขนาดตาปิดก็ยังกินข้าวได้ แม่จ๋าขอระบายสีได้ไหม น้องสู้จริง ๆ ที่น้องสู้เพราะน้องอยากอยู่กับหนูจริง ๆ หนูก็รู้ว่าใจเขาไม่อยากไป แต่น้องใจสู้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม เรื่องมีเพจและใน TIKTOK มีการลงว่า แม่ “น้องเอวา” ขอเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือในการรักษาน้องจริงหรือไม่นั้น น.ส.ณัฐสุดา กลิ่นขำ แม่ของน้องเอวา ได้บอกว่า ตนเองไม่เคยขอบริจาคเงินแต่อย่างใดเลย เคยมีเพื่อนโทรมาบอกว่า ใน TIKTOK ได้เอาชื่อตนเองไปลงเพื่อขอบริจาค ซึ่งตนเองก็ได้ลงเพจไปแล้วว่า ไม่เคยขอบริจาคเงินแต่อย่างใด จึงขอให้สื่อมวลชนลงข่าวเรื่องนี้ให้ด้วย

--------------------------
ข่าว-ภาพโดย/ทองสุข สิงห์พิมพ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...