รีวิว ‘Heeramandi : เพชรงามเมือง’ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของภารตะดราม่า จากผู้สร้างเดียวกับ ‘คังคุไบ’
LSA Thailand
อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 02.43 น. • Lifestyle Asia ThailandHeeramandi บน Netflix
เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว หากคุณหลงใหลดั่งต้องมนต์สะกดของงานภาพ เสียง เรื่องราวดราม่าเข้มข้น และระบำฉบับบอลลีวูดอินเดียแล้วล่ะก็ พร้อมสร้างตำนานบทใหม่ ที่สเกลใหญ่ขึ้นกว่าเดิมกับ ‘Heeramandi (ฮีรามันดิ)’ ที่ฉายอยู่บน Netflix ตอนนี้ที่ทะยานพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่ง เนื่องจากผู้ชมทั่วทั้งภูมิภาคต่างหลงใหลในความหรูหรา ความเย้ายวนใจ และความเจ็บปวดใจที่โหดร้ายของซีรีส์ ที่กำกับโดยผู้กำกับชาวอินเดียชื่อดัง Sanjay Leela Bhansali (ซันเจย์ ลีลา บานซาลี) และนี้คือรีวิวของเราเกี่ยวกับ Heeramandi : The Diamond Bazaar (เพชรงามเมือง) ซีรีส์ที่ใช้เวลาสร้างเกือบ 18 ปี
ผลงานล่าสุดของ Sanjay Leela Bhansali (ซันเจย์ ลีลา บานซาลี) เรื่อง Heeramandi : The Diamond Bazaar ซึ่งขณะนี้กำลังสตรีมบน Netflix มอบความยิ่งใหญ่อลังการที่เราคาดหวังจากผู้กำกับในตำนาน โปรเจกต์อันทะเยอทะยานนี้ซึ่งทางค่าย Bhansali มองเห็นมาเกือบ 18 ปีแล้ว หยิบยกเรื่องราวของเหล่าหญิงโสเภณีที่กล้าละทิ้งความแตกต่างเพื่อต่อสู้กับศัตรูร่วมกัน นั่นคือกลุ่มล่าอาณานิคม British Raj ที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 4/5 (+1 เพชร ด้านเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้า ฉากเต้นระบำ เพลงประกอบ ความอลังการของฉาก มุมกล้อง แสง สี)
ประเภท: มิวสิคัลบอลลีวูดอินเดียฟอร์มยักษ์แฝงประวัติศาสตร์, โรแมนติก, ดราม่าเข้มข้นสะเทือนอารมณ์, หักเหลี่ยมเฉือนคม ช่วงชิงอำนาจ, การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชนชั้นโสเภณี, การปฏวัติจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ, รักต้องห้ามระหว่างลูกชายขุนนางชั้นสูงกับลูกสาวโสเภณี
นักแสดง: หัวใจหลักของเรื่องราวทั้งหมดนี้เกี่ยวเนื่องกับผู้หญิงหกคน ได้แก่
- Mallikajaan (มัลลิกาจาน) รับบทโดย Manisha Koirala (มานิชา โคราลา)
- Fareedan (ฟารีดัน) รับบทโดย Sonakshi Sinha (โซนักชี ซินฮา)
- Bibbojaan (บิบโบจาน) รับบทโดย Aditi Rao Hydari (อาดิติ เรา ไฮดารี)
- Lajjo (ลัจโจ) รับบทโดย Richa Chadha (ริชา ชาดา)
- Waheeda (วาฮีดา) รับบทโดย Sanjeeda Shaikh (ซานจีดา เชค)
- Alamzeb (อาลามเซบ) รับบทโดย Sharmin Segal (ชาร์มิน ซีกัล)
ผู้กำกับ: Sanjay Leela Bhansali (ซันเจย์ ลีลา บานซาลี)
จำนวนตอนทั้งหมด: 8 EP
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 1 ชั่วโมง
ดูได้ที่ไหน: Netflix
ดูได้เมื่อไหร่: เริ่มสตรีมมิ่ง 1 พฤษภาคม 2567
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้: นอกจากจะเป็นหนึ่งในการปลุกกระแส Asoka Makeup Challenge ใน TikTok ที่เป็นไวรัลแล้ว ยังโดดเด่นเรื่องงานโปรดักชั่นการสร้างเนรมิตฉากขึ้นมาใหม่แบบสมจริงสุด ๆ เหมือนได้ย้อนกลับไปยังอินเดียในช่วงยุคล่าอาณานิคม เสื้อผ้า หน้าผม มุมกล้อง งานภาพ ไร้ที่ติ หากเปรียบเทียบเป็นงานเขียน ดั่งบทกวีนิพนธ์อันทรงคุณค่าแก่วงการ ปราณีต วิจิตร งดงามเหนือกาลเวลา บทเพลงอันไพเราะ ท่วงท่าลีลาการเต้นรำของนักแสดงที่มีความเป็นมืออาชีพเข้าถึงบทบาท เคลือบไว้ด้วยความสร้างสรรค์ในการร้อยเรื่องการเขียนบท ที่อิงเข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่อินและฝังลึกอยู่ในจิตใจของผู้คนในแถบดินแดนเอเชีย ที่โดนกดขี่จากชาติตะวันตก หาก ‘คังคุไบ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ’ คือการต่อสู้เพื่อสิทธิของหญิงขายบริการ ‘Heeramandi (ฮีรามันดิ)’ คืออีกก้าวหนึ่งของการต่อสู้ปฎิวัติเพื่อปลดแอกการปกครองประเทศราชอินเดียจากมหาอำนาจอังกฤษ
เราไม่ชอบตรงไหน: หากใครที่ไม่ใช่สายภารตะดราม่าก็อาจจะขัดใจไปบ้างสักหน่อย กับความเชื่องช้าของการเล่าเรื่อง และการดำเนินไปของตัวละครบางตัวที่คล้ายจะมีส่วนสำคัญแต่อยู่ดี ๆ ก็ กลับไม่ถูกเล่าต่อและหายไปจากเส้นเรื่องหลักเสียอย่างนั้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นการทิ้งปมไว้เพื่อนำสานต่อในซีซัน 2 หรือไม่ โดยเฉพาะตอนจบ ที่อาจจะกล่าวได้ว่า จบกี่โมง? นี้คือจบแล้วจริง ๆ หรือไม่? ด้วยหลายปมเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเฉลยค้างคาใจเป็นคำถามของผู้ชมมากมาย 3 EP สุดท้ายจึงรู้สึกเร่งรีบมากพอสมควร
Heeramandi เนื้อเรื่องย่อ:
เป็นเรื่องราวของเหล่าโสเภณีอินเดียชั้นสูงที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราในฮีรามันดิที่เปรียบดั่งราชวัง ในยุคที่อินเดียถูกปกครองโดยอังกฤษ ท่ามกลางความรัก การทรยศหักหลัง และแย่งชิงอำนาจ ท่ามกลางการก่อตัวของสงครามภายในระหว่างกลุ่มปฏิวัติที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพกับตำรวจอังกฤษ เปิดมาด้วยปมความขัดแย้งระหว่างพี่น้องสโสเภณี เรฮาน่า และ มัลลิกา (รับบทโดย มานิชา โคราลา) เมื่อแม่เล้าเรฮาน่าขโมยลูกของมัลลิกาไปขายเพราะด้วยมัลลิกาดันไปแย่งขุนนางผู้รับเลี้ยงอุปถัมภ์ของเธอ เป็นเหตุให้มัลลิกาฆ่าเรฮาน่าและแย่งทุกอย่างไปจากเธอ ทั้งหิรามันดิและควาบการ์ที่เปรียบดั่งพระราชวังก็กลายเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว และขึ้นปกครองเหล่าโสเภณี พร้อมทั้งขาย ฟารีดัน (รับบทโดย โซนักชี ซินฮา) ลูกสาวของเรฮาน่าออกไปให้คนอื่น
เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี แม่เล้านายหญิงมัลลิกาปกครองหิรามันดิด้วยความเอาแต่ใจบ้าอำนาจ เพราะแม้กระทั่งเหล่าขุนนางชนชั้นสูงก็ยังต้องก้มหัวคลานเข่าให้มาอยู่บนเตียง หรือแม้แต่ตำรวจอังกฤษอย่าง คาร์ตไรต์ ที่ย้ายเข้ามาปกครองเมืองใหม่ มัลลิกาก็กล้าปฏิเสธงานที่จะจ้างโสเภณีให้ไปร่ายรำในงานเลี้ยงของเขา จึงทำให้เขาไม่พอใจมัลลิกาอย่างมากและพยายามหาจุดอ่อนเพื่อเล่นงานนางในที่สุด
เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อลูกสาวคนเล็กอย่างอลามเซบ (รับบทโดย ชาร์มิน ซีกัล) ที่เติบโตในฮีรามันดิแต่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนกวี แต่เส้นทางก็ต้องขัดไว้ให้ทำหน้าที่นางโลมกำลังจะถูกบังคับให้เข้าพิธีสละพรหมจันทร์ในไม่ช้า วันนหนึ่งเธอได้แอบตามมัลลิกาไปงานเลี้ยงต้อนรับหนุ่มนักเรียนนอกจากอังกฤษด้วยเพราะในงานมีการปราศัยของกวีที่เธอชื่นชอบ จนได้พบกับ ทัจดาร์ (รับบทโดย ทาฮา ชาห์ บาดุสชา) โชคชะตาทำให้ทั้งสองพบรักกันเมื่อแรกพบ ท่ามกลางเหตุการปฏิวัติที่กำลังครุกรุ่นขึ้นในเมือง บานปลายสู่ความรุนแรงโดยใช้อาวุธปืนยิงผู้ชุมนุมที่ต่อต้านอย่างสันติ
ในระหว่างนั้น ฟารีดันลูกสาวของเรฮาน่า ก็ปรากฎตัวขึ้นเพื่อกลับมาแก้แค้นมัลลิกาที่ฆ่าแม่ของเธอในอดีต จากมหารานีที่เสวยสุขในพระราชวังฮีรามันดิดุจสรวงสวรรค์ กำลังจะกลายเป็นนรกในไม่ช้าทั้งข้าศึกที่พร้อมโจมตีเธอทั้งนอกและใน เรื่องราวความรักของอลามเซบกับทัจดาร์จะลงเอยอย่างไร จากโสเภณีที่สังคมเหยียดหยามว่าเป็นชนชั้นต่ำ จะกลายมาเป็นผู้นำในการปฏิวัติอินเดียออกจากการกดขี่ของอังกฤษได้หรือไม่ ต้องไปติดตามความสนุกกันต่อ ดู binge watch แบบ 8 ตอนรวดไปเลยทาง Netflix
รีวิว ‘Heeramandi’: ความรักและการสูญเสียมาบรรจบกันในซีรีส์สุดอลังการโดยผู้กำกับในตำนาน
เหนือกว่าฉากอันยิ่งใหญ่ เพชร เครื่องประดับอันหรูหรา น้ำพุ โคมไฟระย้าตระการตาและเครื่องแต่งกายที่ปักอย่างประณีตแล้ว หญิงสาวเหล่านี้คือผู้ที่ขโมยซีนใน Heeramandi อย่างแท้จริง Manisha Koirala สง่างามในบทบาท Mallikajaan ผู้เก่งกล้าและโหดเหี้ยม ราชินีแห่ง Heeramandi (ฮีรามันดิ) เธอถ่ายทอดความซับซ้อนของตัวละครออกมาได้อย่างน่าทึ่ง สง่างามและมีอำนาจ Koirala วางแผนและวางกลอุบายเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง และในที่สุดก็ใช้อิทธิพลของเธอในการก่อกบฏต่ออังกฤษ
หาก Koirala แสดงเป็นจักรพรรดินีผู้ครองราชย์อย่างมีสไตล์Sonakshi Sinha ก็ถ่ายทอดชีวิตให้กับ Fareedan ผู้กระหายการแก้แค้นอย่างมีพลัง เธอเผชิญหน้ากับ Mallikajaan ในการต่อสู้ด้วยไหวพริบปฏิภาน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดบางช่วงในซีรีส์นี้ก็มาจากนักแสดงหญิงทั้งสองนี้ในการเชือดเฉือนกัน แม้แต่ตอนที่ Fareedan วางแผนต่อต้านป้าและลูกพี่ลูกน้องของเธอ คุณก็สามารถสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวอย่างร้ายแรงที่รุมเร้าเธอ และ Sinha ก็ถ่ายทอดความเจ็บปวดของตัวละครออกมาได้อย่างงดงาม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความยอดเยี่ยมของการแสดง Heeramandi บางครั้งก็พยายามที่จะสร้างสมดุลให้กับเรื่องราวมากมายของตนเอง ตัวละครบางตัวจางหายไปในความมืดมน และไม่ปรากฏตัวอีกเลยในขณะที่ตัวละครอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาที่แปลกประหลาด ผู้กำกับ Bhansali สร้างโลกของ Heeramandi ขึ้นมาอย่างพิถีพิถันในสามตอนแรก โดยมอบประสบการณ์ชั้นยอดที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนให้กับผู้ชม อย่างไรก็ตาม สามชั่วโมงถัดไปใช้ไปกับการเจาะลึกเรื่องราวความรักที่ยืดเยื้อ ด้วยเหตุนี้ ช่วงสองสุดท้ายของซีรีส์จึงรู้สึกเร่งรีบ รู้สึกไม่สมบูรณ์เต็มอิ่มเท่าที่ควร
การเผชิญหน้าตามที่สัญญาไว้ระหว่าง Mallikajaan และ Fareedan ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และเรื่องราวเบื้องหลังของตัวละครสำคัญ อย่าง Bibbojaan ยังคงไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก ทว่า ท่ามกลางความซับซ้อนของเรื่องราวเหล่านี้ การแสดงบางตัวละครก็เปล่งประกายอย่างเจิดจ้าอย่าง Richa Chadha งดงามในบท Lajjo และถ่ายทอดความผูกพันและความเจ็บปวดของตัวละครของเธอด้วยความเข้มข้นที่ชัดเจน จนเธอฝากผลงานที่ตราตรึงไว้แม้จะมีเวลาปรากฏตัวบนหน้าจอเพียงเล็กน้อย
ถึงแม้เราไม่ได้รับรู้เบื้องหลังทั้งหมดของ Lajjo แต่เรื่องราวของเธอก็ยังคงรู้สึกสมบูรณ์แบบเต็มอิ่มได้ เช่นเดียวกับของ Alamzeb ที่รับบทโดย Sharmin Segal โดยผู้ชมจะได้เห็นการเติบโตของเธอในที่สุด มาที่พระเอกของเรื่อง Taaha Shah แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบท Tajdar (ทัจดาร์) โดยได้ปรากฏบนหน้าจอที่เพียงพอและบทที่แข็งแกร่ง เขาเองก็ดูตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือการแสดงของเขาในที่สุด แม้ว่าผู้อาจจะหลุดโฟกัสไปกับมัดกล้ามเนื้อแน่นๆ กับผ้าพริ้วบาง ๆ ของเสื้อคุรตะของเขาบ้างก็ตาม
เมื่อเครดิตขึ้นในตอนสุดท้าย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเรื่องใน Heeramandi ของ Bhansali จบแล้วจริง ๆ หรือไม่! มันทำให้ผู้ชมเกิดความต้องการใคร่รู้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงเรื่องราวของ Mallikajaan, Fareedan และ Bibbojaan เพราะยังมีเรื่องราวอีกหลายมุมที่ยังรอการเปิดเผย
ปลุกพลังเพื่อนหญิง พลังหญิง
‘ไม่ว่าต้องผ่านอีกซักกี่สงคราม…แต่ผู้หญิงงามเมืองเหล่านี้ จะไม่มีวันยอมแพ้’
วันหยุดนี้อยู่บ้านเปิดดูงานภาพที่แสนอลังการดาวล้านดวง แบบเพลิน ๆ ก็คุ้มค่าตาแตกมากแล้ว ไปหาคำตอบกันว่าเพราะเหตุใดโสเภณีชั้นสูงเหล่านี้ ทำไมระดับขุนนางสูงศักดิ์ยังต้องแทบมอบคลานคุกเข่าให้พวกเธอมาขึ้นเตียง ยินยอมมอบทั้งตัว ชื่อเสียง และทรัพย์สมบัติมหาศาลให้ก็ยอม ‘เพราะเพียงแค่หนึ่งสัมผัสจากพวกเธอ ก็รับรู้ถึงทุกความต้องการของเหล่าชายชาตรี’ แต่ชีวิตที่ถูกตีตราหน้าว่าอยู่คนละชนชั้น ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ บางนางที่หลงรักลูกค้าก็อาจจะต้องตรอมใจตายเพราะความผิดหวัง โดนทำร้ายร่างกายให้เสียโฉม หรืออาจถึงแก่ชีวิตในที่สุด
สาวงามเหล่านี้ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ชะตาและอนาคตของอินเดียขึ้นอยู่กับพวกเธอ หลังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมายาวนาน มาร่วมเป็นพยานการกอบกู้เอกราช ใน‘Heeramandi เพชรงามเมือง’ ที่จะพาเต็มอิ่มไปกับงานภาพ ชุด เครื่องประดับตระการตา และเรื่องราวอันตราตรึงใจ เต็มอรรถรสพร้อมพากย์ไทย รวมขับขานร้องเพลงปลุกใจ Azadi ให้ดังก้องอยู่ในใจ ดูพร้อมกันได้แล้วตอนนี้ ที่ Netflix เท่านั้น
สำหรับในไทยเองก็มีคอนเทนต์เนื้อหาดี ไม่แพ้กันจาก oneD ORIGINAL เรื่อง บางกอก คณิกา (Bangkok Blossom) ละครพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ของโสเภณี Sex Worker ย้อนไปใน พ.ศ. 2435 นำแสดงโดย อิงฟ้า วราหะ, ก้อย อรัชพร, ชาร์เลท วาศิตา กำกับโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับมือทอง ที่ตั้งใจรังสรรค์ให้เป็นคอนเทนต์ไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยงานสร้างที่อลังการไปแพ้เรื่องไหน ๆ เปิดซ่องม่านโลกีย์ต้อนรับทุกคนสู่หอบุปผชาติ เฉยชมดอกไม้ราคาแพงแห่งพระนครได้แล้ว เริ่มตอนแรก วันพุธที่ 8 พฤษภาคมนี้ ออกอากาศทางช่องวัน 31 และสัมผัสความร้อนแรงฉบับ Uncut Version ได้ทางแอพพลิเคชั่น oneD
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย
Main, Hero and Featured images: Netflix, Twitter (X) @bhansali_produc
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.