โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดลิสต์หุ้นอาหาร-เครื่องดื่ม เน้นปลอดภัย พร้อมฟื้นตัวจากบาทอ่อน

Wealthy Thai

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 02.10 น.

จากสถานการณ์ความรุนแรงของการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดต่อตลาดทุนทั่วโลก โดยในประเทศไทยไม่เพียงได้รับความกดดันในตลาดหุ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเงินบาทที่อ่อนค่าลง เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงขายทํากําไรทั้งตราสารหนี้และหุ้น หลังเงินบาทอ่อนค่าราว 2.6% ในรอบ 5 วันทําการที่ผ่านมา จึงแนะนําให้นักลงทุนเข้าไปหลบในหุ้นที่ปลอดภัยและพร้อมที่จะฟื้นตัวจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ CPF, TU, TFG, BTG, ICHI, MALEE
สำหรับปัจจัยพื้นฐานของCPF บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” คาดการณ์ธุรกิจ Farm ในไทยและจีนจะมีแนวโน้มเชิงบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาหมูในทั้งสองประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ราคาไก่ในไทยยังคงทรงตัว ต้นทุนอาหารสัตว์ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนสำหรับธุรกิจในเวียดนาม คาดการณ์รายได้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาหมูในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตั้งแต่ไตรมาส 3/67 คาดจะลดลงจนถึงไตรมาส 4/67
ประกอบกับต้นทุนข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มคงที่หรือปรับตัวลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 3/67 โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3/67 จะอยู่ที่ประมาณ 148,000 ล้านบาท ลดลง 1% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 29.50 บาท
ถัดมาTU บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” โดยประมาณการของบล.บัวหลวง ชี้ให้เห็นว่ากำไรสุทธิของ TU ในไตรมาส 3/67จะอยู่ที่ 1.24 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน (จากที่คาดก่อนหน้าที่ 1.3 พันล้านบาท) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิที่ลดลงนี้อาจมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด
ทั้งนี้ คาดว่ายอดขายในไตรมาส 3/67จะเติบโต 4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน หนุนจากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแปรรูป แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท
TFG บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มไตรมาส 3/67 คาดจะดีขึ้นต่อเนื่องจากธุรกิจไก่และสุกรดีขึ้น ราคาสุกรที่เริ่มฟื้นตัวทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยยังคงประมาณการเดิมปี 2567-68 คาดกำไรสุทธิเติบโตจากธุรกิจสุกรที่ดีขึ้นในไทยและเวียดนาม รวมถึงการขยายร้านค้าปลีก
โดย 1) ธุรกิจสุกรดีขึ้น คาดรายได้ธุรกิจสุกรเพิ่มขึ้น 9% และปีถัดไปเพิ่มขึ้นปีละ 5% 2) ธุรกิจไก่ดีขึ้นจากต้นทุน 3) ร้านค้าปลีกปีนี้สาขาเพิ่มขึ้น 50 สาขา (สิ้นปี 2566 มีสาขา 350 สาขา) คาดรายได้ 2 หมื่นล้านบาท จากปี 2566 อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท แนวโน้มต้นทุนอาหารสัตว์เริ่มลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพดอาหารสัตว์ ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 5.15 บาท
BTG บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “Trading Buy” ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ BTG จะฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3/67 จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยที่จะปรับขึ้นต่อตามราคาหมูในประเทศและธุรกิจไก่ที่ยังแข็งแกร่งจากตลาดการส่งออก ขณะที่ฝั่งอุปสงค์มี Upside จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ด้านต้นทุนการเลี้ยงของ BTG คาดจะยังลดลงต่อจากไตรมาส 2/67 แม้ราคาข้าวโพดในประเทศจะปรับสูงขึ้นก็ตาม เพราะบริษัทยังมีสต็อกวัตถุดิบที่ราคาต่ำอยู่ นอกจากนี้ ประเมินราคาข้าวโพดจะทยอยปรับลงในเดือน ก.ย.เป็นต้นไป หลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทำให้โดยรวมเราคาด GPM จะฟื้นตัวได้ต่อในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ให้ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท
ICHI บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ในปี 2567 ที่ 9,000 ล้านบาท แต่มีโอกาสที่บริษัทจะปรับเป้าหมาย GPM และ NPM ขึ้นในอนาคต จากเดิมที่ 25% และ 15% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนถึงผลการดำเนินงานดีกว่าที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้า
ซึ่งหากบริษัทมีปรับเป้าหมายดังกล่าวขึ้นจะทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2567 ของบล.หยวนต้า มี Upside ที่มีโอกาสในการปรับขึ้นในอนาคต แต่เบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1,318 ลบ. (+19.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ให้ราคาเป้าหมาย 21.60 บาท
MALEE บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มระยะสั้นช่วงครึ่งปีหลัง 2567 บริษัทปรับราคาสินค้าแบรนด์ในไทยขึ้นเฉลี่ยราว 5% ตั้งแต่ 1 ก.ย.67 เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมอง Margin จะดีขึ้น รวมถึงสินค้าใหม่ผลตอบรับดี โดยมองกำไรช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ฟื้นตัวแรงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (ลดจากช่วงครึ่งปีแรกจาก SG&A เพิ่มขึ้น) ขณะที่ปี 2568 เริ่มเห็นทิศทางที่ดีหลังบริษัทได้ออเดอร์ OEM จากลูกค้าใหม่อีก 2 รายที่มีนัยฯ เริ่มไตรมาส 2/68 ให้ราคาเป้าหมาย 17.70 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...