เลือดนักสู้ของ 'หลิงหลิง คอง' ฝ่าความอินโทรเวิร์ต ตั้งเป้าขอเป็นนักแสดงที่ดี
เลือดนักสู้ของ ‘หลิงหลิง คอง’ ฝ่าความอินโทรเวิร์ต ตั้งเป้าขอเป็นนักแสดงที่ดี
มีผลงานออกมาให้ได้ชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางเอกสาวดาวรุ่ง หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง หลังจากที่โด่งดังจากซีรีส์แนวเกิร์ลเลิฟ “ใจซ่อนรัก” โดยล่าสุดก็ได้พลิกบทบาทมาเป็น “จันทร” ในละครเรื่อง “หนึ่งในร้อย” โดยงานนี้ต้องมาประกบคู่กับหนุ่มฮอต มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ซึ่งหลิงหลิงก็แอบเมาธ์ถึงครั้งแรกที่ได้เจอกันว่า
“ตอนเห็นมีน คิดว่ามีนต้องเป็นคนขี้เก๊กมากแน่ๆ เลย” หลิงหลิงเล่าพร้อมรอยยิ้ม
แต่กระนั้นเมื่อต้องมาเจอกันตอนเข้าซีนครั้งแรก ได้ทำงานด้วยกันจริงๆ ความคิดก็เปลี่ยนไป
“มีนเป็นคนที่ดูแลคนรอบข้างได้ดี เป็นสุภาพบุรุษมากๆ เวลามีอะไรไม่เข้าใจ คือคำศัพท์ของเรื่องนี้ค่อนข้างยาก เลยต้องอาศัยมีน เขาก็น่ารักมาก เป็นอีกคนหนึ่งที่หลิงสนิทใจ”
แต่กว่าจะสนิทใจกันนั้นก็ผ่านการปรับตัวและทลายกำแพงระหว่างคนทั้งคู่อยู่ไม่น้อย และสาเหตุหนึ่งที่หลิงหลิงบอกก็คือ
“เพราะหลิงเป็นอินโทรเวิร์ตที่เข้าหายาก ไม่เกี่ยวกับมีนนะ มีนเป็นผู้ชายที่น่ารัก แต่ไม่กล้าเข้าหาเขาด้วยซ้ำ มีอยู่คนเดียวที่กล้าเข้ามาใกล้ ก็คือพี่ต่อ ธนภพ”
จากวันแรกๆ ที่ยังไม่รู้จะคุยอะไรกัน จนมาถึงวันที่เริ่มคุยเรื่องเดียวกันมากขึ้น และกลายเป็นที่ปรึกษาในที่สุด
“คือไม่ว่าจะเป็นในละคร หรือว่าชีวิตส่วนตัว ถ้ามีอะไรหลิงก็ปรึกษา”
ก่อนจะยกตัวอย่างว่า “เวลาซีนอารมณ์ มีนทำยังไง เพราะตอนนั้นเราก็สนิทกันระดับหนึ่งแล้ว แล้วหลิงก็รู้สึกว่ามีนเป็นนักแสดงที่ทำการบ้านเยอะมาก เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีของ หลิงเลยกล้าที่จะไปปรึกษาเขา”
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเรื่องการเป็น “อินโทรเวิร์ต” ที่ต้องมาทำงานในวงการบันเทิง ต้องพูดคุยพบเจอคนอยู่ตลอดเวลา หลิงหลิงก็ยอมรับว่าต้องปรับตัวเยอะมาก แต่
“หลิงเพิ่งไปดูสัมภาษณ์ตอนแรกๆ ที่สัมภาษณ์ หลิงยื่นไมค์ให้คนอื่นเลย หลิงเป็นคนที่ถือไมค์เพื่อยื่นให้คนอื่น หลิงไม่ชอบพูด เป็นคนที่ไม่กล้าตอบคำถาม เป็นคนที่ไม่อยากตอบคำถามที่สุด ใครก็ได้ที่ไม่ใช่หลิง”
“แต่พอกลับมาดูหลังจากที่ได้รับบทฟ้าลดา ก็รู้สึกว่าได้สัมภาษณ์มากขึ้น พูดเก่งขึ้น”
ส่วนในชีวิตจริงนั้น “หลิงเป็นคนที่เก็บความรู้สึกของตัวเอง ไม่ค่อยแชร์ เพราะรู้สึกว่าไม่จำเป็น เลยไม่อธิบายอะไรเยอะ”
แต่ก็ออกตัวว่าไม่ได้เป็นอินโทรเวิร์ตขั้นสุดนะ
“หลิงก็ยังมีพาร์ตเวลาเพื่อนนัดออกไปกินข้าว เราก็ยังออกไปอยู่ ถึงแม้ว่าเพื่อนเราจะไม่ค่อยมีก็ตาม เราเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน แต่เพื่อนที่มีคุณภาพมากๆ น้อยแต่คุณภาพ ถ้าเพื่อนในวงการเหมือนเยอะ แต่ไม่เยอะ พยายามให้มันเยอะ แต่คิดไม่ออกว่ามีใครบ้าง ก็มีอยู่ประมาณ 2-3 คน”
“แต่ว่าทุกวันนี้หลิงแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย แทบจะเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตแล้ว มันคือสิ่งที่ต้องทำแต่ในใจลึกๆ ก็อยากมีเวลาให้ตัวเองเหมือนกัน เราก็อยู่ได้ ถ้าเราต้องทำ เราก็ทำได้ แต่ในใจลึกๆ ก็อยากมีส่วนของตัวเองเหมือนกัน แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร เราก็ลุยงาน”
กับเวลาส่วนตัว วันว่างๆ สบายๆ นักแสดงสาวก็เผยว่า “หลิงชอบมองหน้าต่างมาก ชอบมองท้องฟ้า”
“หลิงเคยนั่งรถกัน 4 คนไปเขาใหญ่ หลิงก็นั่งมองท้องฟ้า รู้สึกว่าท้องฟ้าสวยจังเลย เราก็ลดกระจกลงเพื่อดูท้องฟ้า คือเราแค่อยากเห็นให้มันชัด แล้วทุกคนก็ตกใจ ถามว่าหลิงทำอะไร หลิงบอกว่าแค่เปิดกระจกลงเพื่อมองดูท้องฟ้าเฉยๆ”
ก่อนจะหลุดขำแล้วพูดต่อว่า “แต่ในบางครั้ง เอาดีๆ หลิงก็มองว่าตัวเองน่ากลัวเหมือนกันนะ”
“พอเราถูกถ่ายรูปมากขึ้น เราก็มีโอกาสได้เห็นตัวเอง ตอนที่เราอยู่กับตัวเอง เราเป็นคนที่คุยกับตัวเองคนเดียว พูดเองถามเองตอบเอง อยู่ดีๆ ก็พูดออกมาเลย แต่มีคนจับโมเมนต์และถ่ายรูปโมเมนต์นั้นได้ พอเราเห็นมันตลก มันน่ากลัว คิดว่าเป็นคนบ้าคนนึงก็ว่าได้”
อย่างไรก็ตาม กับชีวิตการทำงาน หลิงหลิงถือว่าเป็นนางเอกหน้าใหม่ที่ได้รับคำชมว่ามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด
“ดีใจอยู่แล้วที่คนเห็นว่าเราพัฒนา และเราตั้งใจจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา เรื่องการแสดง พอมีคนเห็นคุณค่าตรงนั้น มันเป็นการตอบรับที่ดีที่สุดแล้ว มันเป็นสิ่งที่เกินคาด”
ทั้งเล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยให้กำลังใจตัวเองเท่าไหร่ มองกลับไปก็รู้สึกว่าตัวเองไม่พอ จนมันถึงจุดที่ตัวเองพอใจกับสิ่งที่ผ่านมานะ ไม่ว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีมันก็คือประสบการณ์ที่ทำให้เราดีมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลยรู้สึกว่าเราพอใจกับสิ่งที่ผ่านมา
“จนถึงตอนนี้มันก็มีหลายอย่างที่หลิงทำได้ไม่ดี และหลายอย่างที่หลิงอยากพัฒนา ปกติหลิงจะไม่ค่อยมั่นใจตัวเองสักเท่าไหร่ จนมาช่วงนี้เรารู้สึกว่าเราต้องมั่นใจในตัวเอง เราก็มีข้อดีของตัวเอง เราก็สู้มาเยอะเหมือนกันนะ ก็ให้กำลังใจตัวเองบ้าง”
ซึ่งคิดว่าต้องทำให้มันดี ก็เลยไปเรียนภาษา ไปเรียนการแสดง ถามคนรอบข้างที่เป็นนักแสดง ถามว่าเวลาที่ต้องทำซีนอารมณ์ต้องทำยังไง ไปดูละครมากขึ้น
“ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรทำ หรือแม้แต่ว่าเรารู้สึกว่าร่างกายเราไม่พร้อม เราก็ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมให้ไปออกกำลังกาย ทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองดีขึ้น”
“เพราะว่าเราอยากเป็นนักแสดงที่ดี”
แต่ก่อนนั้นก็เคยมีช่วงที่สงสัยว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นนักแสดง
“คำตอบที่ได้คือสู้ต่อไป คือก็ยังไม่รู้หรอกว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ แต่สิ่งที่หลิงรู้ก็คือเราได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่น ที่ผู้หญิงคนนึงที่พูดไทยไม่ชัด แต่ก็ได้รับโอกาสให้เล่นละคร เราควรจะรับมัน มีหลายคนที่อยากเล่นละคร อยากเป็นพระเอกนางเอก แต่เขาไม่ได้รับโอกาสนั้น เราอ่ะ ของก็ไม่มี ภาษาก็ไม่ได้ แต่เราได้รับโอกาสนั้น เราควรที่จะรักษาสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้มา”
“ถ้าหลิงเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็นมั่นใจในตัวเอง ที่ไม่ใช่แค่ตั้งคำถามว่าตัวเองทำไม่ได้ ตัวเองทำได้ไม่ดี แต่กลับเป็นว่าเราคิดว่าเราทำได้ เราพัฒนาได้ เหมือนความคิดมันกลับด้านเราก็จะทำได้ หันมาให้กำลังใจตัวเองมากขึ้น เราก็ใจชื้นว่าเราทำได้แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น”
และสู้ต่อไปในแบบของ หลิงหลิง คอง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือดนักสู้ของ ‘หลิงหลิง คอง’ ฝ่าความอินโทรเวิร์ต ตั้งเป้าขอเป็นนักแสดงที่ดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th