เจ้าของกิจการรถทัวร์นำเที่ยว รับกระทบหนัก หลังศธ.สั่งงดทัศนศึกษา จากเหตุไฟไหม้บัส
เจ้าของกิจการรถนำเที่ยว ได้รับผลกระทบหนัก หลังกระทรวงศึกษาธิการ สั่งยกเลิกพา น.ร.ทัศนศึกษานอกสถานที่ทุกกรณี
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ (2 ต.ค.67) ถึงเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ ทำให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิต 23 ราย โดยได้สั่งการด่วนให้สถานศึกษางดจัดการทัศนศึกษาทันที หากมีความจำเป็นให้ไปดูแลมาตรการความปลอดภัย โดยต้องแบ่งเด็กเล็กและเด็กโต เด็กเล็กคือ ที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ หากไปต้องเพิ่มครูหรือให้ผู้ปกครองเดินทางไปด้วย พยายามหลีกเลี่ยง โดยเด็กเล็กอาจดูงานในจังหวัดแทนนั้น
ซึ่งจากเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดฯ ก็ลุยตรวจเข้มระบบความปลอดภัย รถโดยสารป้องกันเหตุซ้ำรอย โดยตรวจสอบตั้งแต่ระบบไฟส่องสว่าง ยางรถยนต์ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำตรวจอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะถังดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน ซึ่งรถโดยสารจะมีถังดับเพลิงอยู่ที่ประตูทางขึ้นและบริเวณท้ายรถตรงทางออกประตูฉุกเฉิน และตรวจสอบค้อนทุบกระจกให้ติดตั้งไว้ตรงทางออกฉุกเฉิน รวมทั้งตรวจประตูทางออกฉุกเฉินของรถโดยสารให้แน่ใจว่าสามารถเปิดออกได้ทันท่วงทีที่มีเหตุ และยังได้เน้นย้ำไปยังบริษัทขนส่งทุกบริษัทให้คำแนะนำผู้โดยสารได้ทราบถึงขั้นตอนปฏิบัติหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน
ในขณะที่ล่าสุดวันนี้ (3 ต.ค.67) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายธวัชชัย วงศ์วนิชกังวาฬ ผู้ประกอบกิจการรถนำเที่ยวรายหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เข้มงวดเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว มีการตรวจสอบสภาพรถ พนักงานขับรถและพนักงานประจำรถ รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด การันตีในเรื่องนี้ได้ เพราะมีการให้ความรู้เบื้องต้นแก่ผู้โดยสาร ทั้งเรื่องตำแหน่งประตูฉุกเฉิน ตำแหน่งถังดับเพลิงประจำรถ ตำแหน่งกระจกนิรภัยฉุกเฉิน ตำแหน่งค้อนทุบกระจกและวิธีการใช้ ที่สามารถใช้ค้อนทุบกระจกทุบให้แตกได้ และกระจกนิรภัยจะแตกเป็นเม็ดข้าวโพด ไม่เป็นอันตราย รวมถึงพัดลมดูดอากาศบนหลังคา สามารถเปิดเป็นช่องฉุกเฉินได้ ซึ่งรถบัสจะมีอยู่ประมาณ 10 คัน จะเป็นรถ 2 ชั้น เป็นรถน้ำมันทั้งหมด ไม่ได้ติดแก๊ส เป็นรถใหม่ รับบริการนำเที่ยวทั่วไป ไม่ได้ให้บริการพาไปทัศนศึกษา เพราะเป็นรถ 2 ชั้น ซึ่งสถานศึกษาจะบังคับว่า รถทัศนศึกษาต้องเป็นรถชั้นเดียว เพื่อนๆ ที่เป็นผู้ประกอบการรถนำเที่ยวที่มีรถบัสชั้นเดียว จะให้บริการทัศนศึกษามากกว่า ส่วนตนจะให้บริการหน่วยงานต่างๆ หรือบริษัทเอกชน ที่จัดกิจกรรมพาเจ้าหน้าที่-พนักงานไปดูงานหรือทัศนาจรตามสถานที่ต่างๆ
แต่เท่าที่ทราบมา กิจการรถนำเที่ยวส่วนใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี จะไม่ค่อยมีสถานศึกษาติดต่อใช้บริการ เพราะเพิ่งเริ่มปีงบประมาณใหม่ และเป็นช่วงใกล้จะสอบปลายภาค ใกล้ปิดภาคเรียน สถานศึกษาในจังหวัด จึงไม่ค่อยมีกิจกรรมพานักเรียนไปทัศนศึกษา ยิ่งมีข่าวอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้นด้วยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งสถานศึกษางดจัดกิจกรรมทัศนศึกษาทุกกรณี ก็ย่อมได้รับผลกระทบกันเต็มๆ เพราะ ต่างบ่นกันว่า มีลูกค้ามาใช้บริการน้อยมากอยู่แล้วตั้งแต่โควิดระบาด ทั้งตนและเพื่อนผู้ประกอบการฯ ต่างได้รับผลกระทบ 100% พอสถานการ์เริ่มจะดีขึ้น เศรษฐกิจก็ไม่ดีอีก มีลูกค้ามาใช้บริการไม่ถึง 50% แถมยังมาเจอคำสั่งงดจัดนำเที่ยวทัศนศึกษาแบบนี้อีก ย่อมจะได้รับผลกระทบกันเต็มๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งตนและบริษัทนำเที่ยวอื่นๆ ต้องปฏิบัติตาม เพราะเข้าใจเหตุผลในเรื่องนี้ดี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าของกิจการรถทัวร์นำเที่ยว รับกระทบหนัก หลังศธ.สั่งงดทัศนศึกษา จากเหตุไฟไหม้บัส
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th