“ชาโด้ สิงห์มาวิน” นักมวยสู้ชีวิต กับดบนัส 1.7 ล้าน ที่มีแม่เป็นแรงผลักดัน
“ผมไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ผมถูกเลี้ยงมาโดยคนที่แข็งแกร่งกว่าผม มันทำให้ผมยอมแพ้ไม่ได้” คำพูดสุดกินใจจากแชมป์มวยไทย เวที ONE Fight Night 35 “ชาโด้ สิงห์มาวิน” ที่กลายเป็นไวรัล ชั่วข้ามคืน
“ชาโด้ สิงห์มาวิน” นักสู้กตัญญู ที่เพิ่งคว้าแชมป์ ONE Fight Night 35 ไปหมาดๆ ด้วยการเอาชนะคู่แข่งอย่าง บัมปารา คูยาเต นักชกจากฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 โดยแชมป์ในแมตช์นี้ ผู้ชนะและได้โบนัสไป 1.7ล้านบาท
ชาโด้ เป็นนักมวยจากจังหวัดตาก เติบโตมากับแม่และพ่อเลี้ยง ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากตั้งแต่เด็ก และเริ่มเข้าสู่เส้นทางมวยตั้งแต่อายุ 12 ปี หลังจากนั้นก็ตระเวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชกตามเวทีในเขตภูธรเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือเลี้ยงดูคนในครอบครัว จนเมื่ออายุ 22 ปี จึงถูกชวนให้มาอยู่ที่ค่ายสิงห์มาวิน
ความสำเร็จที่เวทีราชดำเนินในฐานะแชมป์ ทำให้ “ชาโด้” ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยมาพร้อมกับชื่อเสียงเรื่องความเป็นลูกกตัญญู เมื่อทุกไฟต์ที่ ชาโด้ แข่งจะมี “แม่แป้ง” นางสมยง สีด้วง คอยเป็นกำลังใจอยู่ไม่ห่าง ทำให้เขาสู้ไม่ถอยไม่เคยยอมแพ้ ก่อนได้รับโอกาสทองให้มาโชว์ฝีมือในรายการ ONE ลุมพินี
และในการแข่งขันครั้งล่าสุดในรายการ ONE Fight Night 35 ก็ได้รับชัยชนะและโบนัสไป 1.7ล้านบาท สร้างความภาคภูมิใจในกับแม่แป้ง และชาวจังหวัดตากเป็นอย่างมาก ซึ่งในรายการพิธีกรได้ถามถึงแรงบันดาลใจและแรงผลักดันในการแข่ง ซึ่งคำตอบที่ได้พูดออกมาทำเอาซึ้งและกินใจอย่างบอกไม่ถูก
“..ตอนเด็ก ๆ ผมเคยจน จนมาก ๆ ครับ แล้วก็ผมอยากให้แม่ของผมสบาย ความจริงผมทำเพื่อแม่ผมเพราะว่าผมลำบากกับแม่ของผมมาสองคน ไปทำงานขุดมันได้วันละ 250 ก็ไปกันสองคน ผมเลยอยากให้แม่ผมสบายเพราะว่าวันที่ผมเป็นไข้ ผมยังหยุดได้ แต่แม่บอกว่าแม่หยุดไม่ได้ เพราะถ้าแม่หยุดจะไม่มีเงินกินข้าว ขอบคุณแม่ที่มาจากจังหวัดตาก มาตั้งไกลเพื่อมาเชียร์ผม ผมไม่ได้แข็งแกร่งครับ แต่ผมถูกเลี้ยงมาด้วยคนที่แข็งแกร่งกว่าผม มันทำให้ยอมแพ้ไม่ได้..”
และครั้งหนึ่งชาโด้เคยพูดถึงแม่ของเค้าว่า “..ความรักของแม่นั้นคือพลังใจสำคัญในการขึ้นไปสู้บนเวที และทุกชัยชนะ สิ่งที่ผมได้คือรอยยิ้มของแม่..”
ชัยชนะในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเกียรติประวัติของชาโด้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว โดยเฉพาะ “แม่แป้ง” และชาวจังหวัดตากที่ต่างร่วมยินดี เขากลายเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนไทย ว่าต่อให้เกิดมาในครอบครัวยากจน แต่หากมีความพยายามและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ วันหนึ่งก็สามารถก้าวสู่เวทีโลกได้เช่นกัน
ทาง อีจัน ขอชื่นชมในความมุ่งมั่น สู้ไม่ถอย และความกตัญญูค่ะ