Visa ผนึก SCB-Soft Space ขยาย ‘Tap to Pay’ ในแหล่งชอปปิง หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
Visa ผู้นำบริการชำระเงินดิจิทัล, ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ Soft Space ฟินเทคชั้นนำ ประกาศขยายบริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส 'Tap to Pay' สู่ย่านการค้าสำคัญในกรุงเทพฯ เช่น ตลาดนัดจตุจักร และตลาดประตูน้ำ กระตุ้นรับชำระเงินของร้านค้ารายย่อย-การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
15 ต.ค. 2568 - นายเชิญพร สวัสดิวร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดูแลลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวถึงความมุ่งมั่นของ Visa ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยผ่านโซลูชันการชำระเงินที่ทันสมัย โดยระบุว่า +ในช่วงปีที่ผ่านมา การชำระเงินแบบคอนแทคเลสในไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยธุรกรรมที่ผ่านระบบของ Visa กว่า 66% ในแต่ละเดือนเป็นธุรกรรมแบบไร้สัมผัส +
การเติบโตนี้มีแรงผลักดันสำคัญจากผู้ประกอบการรายย่อยที่เริ่มนำTap to Pay ไปใช้ เพื่อดึงดูดลูกค้าและต่อยอดธุรกิจ การนำโซลูชันที่ทันสมัยมาใช้ไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์การจับจ่าย แต่ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลในชุมชนต่าง ๆ
นายธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงาน Digital Juristic & Payment ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า SCB เป็นธนาคารแรกในประเทศไทยที่เปิดให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินผ่านTap to Pay บนอุปกรณ์มือถือโดยตรง ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ
ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCB ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่ร้านแผงลอยขนาดเล็กไปจนถึงร้านค้าขนาดกลาง ให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือการชำระเงินที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางธุรกิจ
นายโจเอล เทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Soft Space กล่าวเสริมว่า โซลูชันการรับชำระเงินแบบคอนแทคเลส ซึ่งในอดีตอาจมีต้นทุนสูงสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก ได้กลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ามากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถรับชำระเงินด้วยบัตรควบคู่ไปกับการชำระเงินผ่าน QR Code ได้อย่างง่ายดาย
ตั้งแต่การเปิดตัวโซลูชัน‘แม่มณี Tap to Pay’ ในตลาดเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา โซลูชันดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีร้านค้ากว่าหมื่นแห่งใช้งานจริง โดยเฉพาะในธุรกิจรายย่อยในแหล่งท่องเที่ยวและร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งในอดีตยังไม่ได้เข้าถึงระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มากนัก การเติบโตของการใช้งานTap to Pay สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจรายย่อยในไทยต่อโซลูชันการชำระเงินที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และคุ้มค่า
ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอโซลูชันการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) ที่มีต้นทุนต่ำ โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปในการรับชำระเงินจากบัตรเครดิตและบัตรเดบิตได้โดยตรง หรือใช้ควบคู่กับเครื่อง EDC ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นการลดความจำเป็นในการลงทุนในอุปกรณ์รับชำระเงินเพิ่มเติม ความสามารถในการรับชำระเงินด้วยบัตรนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการมอบทางเลือกการชำระเงินแบบไร้เงินสดที่ราบรื่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าในประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย : การนำTap to Pay มาใช้ช่วยให้ร้านค้าสามารถขยายช่องทางการรับชำระเงิน นอกเหนือจากเงินสดและ QR Code ไปสู่การรับบัตรได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเงินสดและสกุลเงินต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่เน้นการใช้ดิจิทัลและนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว
สำหรับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย : โซลูชันนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดนของประเทศ โดยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลสและดิจิทัลวอลเล็ตได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว และมีผลเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยโดยรวม
Visa และ SCB มีแผนที่จะขยายบริการTap to Pay ต่อไปในต่างจังหวัด และครอบคลุมหมวดหมู่ธุรกิจค้าปลีกใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเข้าถึงช่องทางการชำระเงินดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถรองรับทั้งนักชอปชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สะดวกยิ่งขึ้น
การขยายความร่วมมือนี้ตอกย้ำถึงพันธกิจร่วมกันของทั้งสามองค์กรในการผลักดันนวัตกรรมดิจิทัล การเข้าถึงบริการทางการเงิน และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทย